โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดร.ตั้ว ลพานุกรม เภสัชกรนักปฏิวัติ : ผู้สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และสุขภาพอนามัย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2566 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2566 เวลา 08.35 น.

ดร.ตั้วกล่าวก่อนการปฏิวัติว่า “Do it now or never…คำพูดประโยคนี้ ได้เร้าใจพวกเรา 4-5 คนซึ่งร่วมอยู่แล้ว ณ ที่นั้น ให้เต้นแรงยิ่งนัก”

(ดิเรก ชัยนาม, 2484)

หากจะกล่าวถึงสมาชิกคณะราษฎรผู้จบการศึกษาชั้นปริญญาเอกมีถึง 3 คน คือ “ปรีดี-ตั้ว-ประจวบ” แต่เรามักจะคุ้นกับ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในสาขานิติศาสตร์ แต่แท้จริงแล้วยังมี สมาชิกที่จบปริญญาเอกในสาขาวิทยาศาสตร์อีก 2 คน คือ ดร.ตั้ว ลพานุกรม กับ ดร.ประจวบ บุนนาค

ตั้ว ลพานุกรม นักวิทยาศาสตร์ นักปฏิวัติ สมาชิกคณะราษฎร อดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ไม่เคยกลัวต่อการเสี่ยงตาย เขาเป็นเภสัชกร เกิดในตระกูลคหบดี จบปริญญาเอกทางเคมี เภสัช และพฤษศาสตร์จากยุโรป ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และสุขภาพให้ชาวไทย…

ทำไมเขาต้องเป็นนักปฏิวัติ…

ทั้งๆ ที่หากระบอบเก่าคงอยู่ เขามีก้าวหน้าในราชการเป็นพระน้ำพระยาแน่นอน

ดร.ตั้ว นักวิทยาศาสตร์

เภสัชกร นักปฏิวัติ

ตั้ว ลพานุกรม (2441-2484) เภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย หนึ่งในสมาชิกก่อตั้งคณะราษฎร เขาร่วมปฏิวัติไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี 2475 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น กรรมการราษฎร รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนฯ และอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์

เขาเกิดในครอบครัวคหบดีแถวตลาดน้อย ศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และราชวิทยาลัย จนกระทั่งอายุ 12 ปีได้ทุนของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ไปศึกษาต่อประเทศเยอรมนี ไม่นานจากนั้น ไทยกับเยอรมนีต้องประกาศสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาถูกจับเป็นเชลยศึก

ภายหลังพ้นจากการเป็นเชลยศึก เขาเป็นทหารอาสา ทำหน้าที่เป็นล่าม ได้รับยศจ่านายสิบ เขาเดินทางกลับถึงไทยพร้อมกองทหารอาสาเมื่อปี 2462 และได้รับพระราชทานเหรียญรามาธิบดี กับเหรียญพระราชสงครามยุโรป และปลดประจำการในปีเดียวกัน

ปลายปี 2462 เขาได้เดินทางกลับไปยังยุโรปเพื่อศึกษาต่อด้วยทุนกรมขุนสงขลานครินทร์ เข้าศึกษาวิชาเคมี และสอบไล่ได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตชั้นเกียรตินิยม โดยเสนอวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Influence of Chemical Composition on the Structure of Crystals” ที่มหาวิทยาลัยเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์

ต่อมา ตั้วพร้อมคณะราษฎรอีก 6 ประชุมร่วมกันครั้งแรก ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส พวกเขาปรารถนาเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตยเพื่อความเจริญก้าวหน้าของไทยให้ทัดเทียมชาติอารยะ

จากนั้น เขาไปศึกษาต่อในวิชาเภสัชศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยมิวนิก เยอรมนี และวิชาพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยปารีส ฝรั่งเศส (2473) จากนั้น เขาเดินทางกลับไทย โดยระหว่างทางแวะดูงานทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นด้วย

เมื่อกลับไทย เขารับราชการที่ศาลาแยกธาตุ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ดิเรก ชัยนาม สมาชิกสายพลเรือนบันทึกถึงความเด็ดเดี่ยวของตั้วก่อนการปฏิวัติว่า

“คุณตั้ว ลพานุกรม มิตร์ ร่วมชีวิต…ข้าพเจ้ายังจำคำพูดซึ่งคุณตั้วได้กล่าวกับพวกเรา ๔-๕ คนที่บ้านตรอกจันทร์ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองประมาณ ๓ เดือน เป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ ‘Do it now or never’ แปลว่า ‘ทำเดี๋ยวนี้หรือไม่ทำเลย’ คำพูดประโยคนี้ ได้เร้าใจพวกเรา ๔-๕ คนซึ่งร่วมอยู่แล้ว ณ ที่นั้น ให้เต้นแรงยิ่งนัก” (ดิเรก ชัยนาม, 2484)

ไม่นานจากนั้น เขาร่วมกับคณะราษฎรปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน วันนั้น เขาเดินทางสู่จุดนัดหมายที่บางซื่อ “คุณตั้ว ลพานุกรม เป็นผู้หนึ่งในจำนวนหลายคนที่ได้นั่งร่วมรถยนต์คันเดียวกันกับข้าพเจ้าแลจอมพลพิบูลสงคราม เมื่อคืนวันที่ ๒๔ มิ.ย.๗๕ ผ่านถนนสายต่างๆ ตรงไปตำบลบางซื่อ” (หลวงอดุลเดชจรัส, 2484)

พระยาพหลฯ กล่าวชื่นชมตั้วว่า “ครั้นประมาณภายใน ๒ ปีก่อนที่จะลงมือทำการสำคัญของชาติ เรายิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น…เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ท่านเป็นผู้ที่ข้าพเจ้าไว้วางใจได้อย่างดีผู้หนึ่ง เพราะมีนิสัยมั่นคง ไม่หลอกแหลกตลอดมาตั้งแต่เริ่มการเตรียมการ ลงมือกระทำการและได้ทำการสำเร็จแล้ว…” (พระยาพหลฯ, 2484)

นายปรีดี พนมยงค์ เล่าว่า “ในคราวทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง…คุณตั้ว ลพานุกรม เป็นบุคคลที่มีอัธยาศัยมั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่อย่างหนึ่งอย่างใด ในระหว่างมิตรสหายบรรดาที่ได้สมาคมกันมา ทุกคนจะสังเกตเห็นได้ว่า คุณตั้ว ลพานุกรม เคยอย่างไร ก็คงอย่างนั้นอยู่เสมอ…” (ปรีดี, 2484)

ด้วยเขาเห็นประโยชน์ของชาติเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น “การร่วมคิดและร่วมมือในคราวก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ท่านมิได้กระทำไปด้วยความเกลียดชังพระมหากษัตริย์ หรือพระราชวงศ์องค์หนึ่งองค์ใดเลย แต่กระทำไปด้วยความเห็นแก่ชาติโดยแท้…” (ที่ระลึกในงานรัฐพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.ตั้ว ลพานุกรม, 2484, 17)

วิทยาศาสตร์กับการสร้างชาติ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจปฏิวัติแล้ว เขากลับมาทำงานที่ศาลาแยกธาตุเช่นเดิม ต่อมายกฐานะขึ้นเป็นกรมวิทยาศาสตร์ (2478) มีเขาเป็นอธิบดีคนแรก เขาแบ่งงานในกรมออกเป็นกองเคมี กองอุตสาหกรรมเคมี กองเกษตรศาสตร์ และกองเภสัชกรรม ด้วยต้องการใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสร้างชาติ

ในสมัยที่เขาเป็นอธิบดี กรมมีความเจริญและมีบุคลากรมาก ด้วยเขาปรารถนาส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่สังคมไทย

เขาตั้งสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ (2480) ในกรม มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับระดับมัธยมศึกษาให้มีความรู้ในวิชาเคมีทางปฏิบัติ สามารถเข้ารับราชการในกรมได้ โดยเขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการคนแรก

นอกจากนี้ ตั้วยังสนใจการใช้วิทยาศาสตร์พัฒนาเกษตรกรรมและอาหาร เขาส่งเสริมอาหารและกิจการถั่วเหลืองในปี 2480 ต่อมากลายเป็นนโยบายส่งเสริมและพัฒนาประชาชนระบอบใหม่ให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงด้วยการบริโภคถั่วเหลืองอันเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก

ด้วยเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์และหนอนหนังสือที่อ่านทั้งวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ การเมือง และเศรษฐกิจ ทำให้เขามีความรู้รอบด้านและสามารถประยุกต์วิทยาศาสตร์เข้ากับการสร้างชาติได้

ต่อมา เขาจัดตั้งแผนกห้องสมุดในกรมขึ้น และมีความตั้งใจจะพัฒนาให้เป็นหอสมุดวิทยาศาสตร์แห่งชาติต่อไป รวมทั้งออกวารสารวิทยาศาสตร์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อเผยแพร่งานวิจัยของไทยเผยแพร่ไปยังต่างประเทศอันมีเขาเป็นบรรณาธิการอีกด้วย

เขาเขียนบทความกระตุ้นให้ใช้วิทยาศาสตร์สร้างชาติ เช่น วิทยาศาสตร์กับความต้องการของประเทศ วิทยาศาสตร์กับอุตสาหกรรม พลเมืองไทยและความจำเป็นทางอาหาร สมุนไพรในบ้านเรา งานเภสัชกรรม สร้างชาติด้วยคันไถ

ภายหลังการปฏิวัติ ตั้วเป็นรัฐมนตรีชุดแรกและเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ในปี 2481 เขาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐการในรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ไปควบคู่กัน

ในช่วงที่เขาทำงานรับใช้ชาติ งานด้านวิทยาศาสตร์และอนามัยมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่รัฐบาลขาดแคลนงบประมาณ เขาจึงใช้ทุนส่วนตัวไปดูงานในต่างประเทศ เขาเป็นคนเรียบง่าย เห็นประโยชน์ของชาติเหนือส่วนตัว เมื่อชอบตรวจราชการ เขาไม่ชอบให้ข้าราชการมาต้อนรับเขา ด้วยเป็นการเสียเวลาทำงานให้ประชาชน

องค์การเภสัชฯ

และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ
คือมรดกของเขา

นอกจากนี้ ตั้วยังให้ความสำคัญการกับศึกษาเภสัชศาสตร์มาก เขาส่งเสริมการสอนเภสัชศาสตร์ พร้อมยกระดับแผนกปรุงยาสู่แผนกอิสระเภสัชศาสตร์ รัฐบาลจอมพล ป.ตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วย ต่อมาแผนกยกระดับขึ้นเป็นคณะ

เขาตั้งกองเภสัชกรรม (2480) เพื่อศึกษาวิเคราะห์วิจัยทางเภสัชกรรมและวิจัยสมุนไพรใช้ทำเป็นยาทดแทนการสั่งซื้อยาสมัยใหม่จากต่างประเทศ จากนั้น สร้างโรงงานเภสัชกรรม (2482) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยา ประหยัดเงินตรา มียาสำรองป้องกันยาขาดแคลน ต่อมีการปรับองค์กรและเปลี่ยนชื่อเป็น องค์การเภสัชกรรม

ดร.ตั้วเป็นโสด และใช้ชีวิตที่เหลือภายหลังการปฏิวัติ 2475 เพื่อส่วนรวม มุ่งใช้วิทยาศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพอนามัยเป็นหนทางสร้างชาติ ในประวัติราชการของเขาไม่เคยลาป่วยเลย จนมาลาป่วยครั้งแรก 3 วันและถึงแก่อนิจกรรมด้วยไส้ติ่งอักเสบ (2484) อายุเพียง 43 ปี เขาได้รับสมญานามว่า “รัฐบุรุษวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย”

ทั้งนี้ อุดมคติที่เขาเชื่อถือคือ “ชาติจะเจริญโดยไม่มีวิทยาศาสตร์เป็นหลักไม่ได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...