สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นปริปาก หลังเก็บเรื่องโรงเรียน "เหยียดสีผม" เกือบ 15 ปี
คนเอเชียบางคนถ้าผมเป็นยีนส์ด้อยล่ะก็มีโอกาสที่จะเป็นสีนํ้าตาลอยู่ อย่างจีน ไทย หรือญี่ปุ่นก็มี และเคสแบบนั้นผู้ปกครองก็จะแจ้งกับทางโรงเรียนเลยว่านี่คือสีผมธรรมชาติ นี่คือเรื่องคุณ “นิชิดะ ไอ” ที่ตลอดทั้งชีวิตเธอไม่เคยถูกลงโทษเรื่องสีผมตามกำเนิดแต่ว่า
คนเหยียด สีผม ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นโรงเรียน
พอเธอย้ายเข้ามาอยู่โรงเรียนมัธยมต้นมาอิสึรุ ในจังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ระบุไว้ว่าตามกฎของโรงเรียนระบุไว้ว่านักเรียนทุกคนต้องไว้ผม “สีดำ” เท่านั้น แต่เธอก็แจ้งเรื่องสีผมตามกำเนิดที่ได้มาจากพ่อแม่ เนื่องจากเธอเป็นลูกครึ่งอเมริกันผิวขาว แต่อาจารย์บางคนก็ลืมว่านี่คือสีผมธรรมชาติซะอย่างงั้น ทั้งที่หน้าก็มีเค้าชาวต่างชาติ
เรื่องเกิดขึ้นสมัยม.ต้น หนังสือรุ่นตอนเรียนจบ ก็จะมีภาพของทุกคนในห้อง A B C ก็ว่ากันไป แต่ นิชิดะ ตกใจมากเมื่อเห็นสีผมของเธอถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เป็นสีดำ แม้เพื่อนๆ จะบอกว่าสีอาจจะเพี้ยน แต่เธอมองว่านี่คือการปรับแก้สีและคือการ “เหยียด” สีผมของเธอ
เรื่องราวคล้าย ๆ นิชิดะนั้นเคยมีดราม่ามาแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ที่เคยมีโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมือง ฮาบิคิโนะ จังหวัดโอซาก้า โดยนักเรียนหญิงคนดังกล่าวถูกสั่งให้ย้อนผมกลับไปเป็นสีดำ แต่เธออ้างว่าสีผมธรรมชาติของเธอเป็นสีน้ำตาล
ปัจจุบันมีนักเรียนคนดังกล่าวมีอายุ 21 ปี เล่าว่าทางโรงเรียนได้กดดันเธอด้วยการบอกว่า “ถ้าไม่ย้อมผมกลับ ก็ไม่ต้องมาโรงเรียนอีก” ซึ่งจากประโยคดังกล่าว ทำให้เธอไม่มาโรงเรียนอีกเลย แล้วโรงเรียนได้นำชื่อของเธอออกจากผังห้องเรียน จนนำไปสู่การฟ้องร้องในที่สุด
ศาลระบุว่า กฎที่ทางโรงเรียนวางไว้ถือว่าสมเหตุสมผล และการออกกฎเพื่อคุมประพฤตินักเรียน แต่ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าทางโรงเรียนได้บังคับให้นักเรียนคนดังกล่าวย้อมผมจริง
อย่างไรก็ดีทางศาลได้สั่งให้ทางโรงเรียนจ่ายเงินให้นักเรียนหญิงเป็นเงินราว ๆ 280,000 เยน หรือราว 31,000 บาท ในเคสที่โรงเรียนนำชื่อของเธอออกจากห้องโดยพลการ เพราะนักเรียนไม่ได้ทำผิดกฎขั้นร้ายแรง
ปัจจุบัน นิชิดะอายุ 29 ปีแล้ว เธอทำอาชีพนางแบบและนักเขียนอิสระ ได้บอกกับ VICE World ว่านั่นคือเรื่องที่เธอเก็บงำเอาไว้เกือบ 15 ปี และไม่เคยบอกใครเลยนอกจากแม่ เกี่ยวกับที่โรงเรียนเอา “สีผม” เธอมาแก้ไขให้เป็นดำ แม้ว่าเพื่อน ๆ จะตื่นเต้นกับหนังสือรุ่น ซึ่งเธอไม่ชอบมันเลย และแม่ของเธอก็โกรธมากเมื่อเห็นพร้อมกับแจ้งไปยังโรงเรียนแต่ทางนั้นก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้ขอโทษอีกต่างหาก
เมื่อ VICE World ติดต่อไปยังคุณ คารุยุกิ โนซาดะ ครูใหญ่คนปัจจุบันก็ตอบได้แค่ว่าเหล่าอาจารย์ในสมัยเมื่อ 15 ปีก่อนก็ออกไปหมดแล้ว แต่ว่าทางโรงเรียนก็แก้กฎเรื่องสีผมมาหลายปีตามยุคสมัย โดยปกติการเป็นลูกครึ่งมักจะโดนเหยียดว่าเป็น “Gaijin” หรือคนนอกเพื่อนคนในโรงเรียนอยู่แล้ว ซึ่งนิชิดะก็เจอมาตลอดเพราะเดิมทีเธอใช้นามสกุลอเมริกันของพ่อที่เขียนเป็นตัวคาตาคานะ และได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลญี่ปุ่นของแม่ในภายหลัง
แต่อย่างไรก็ตามมีนักกีฬาทั้งเทนนิส บาสเก็ตบอล หรือฟุตบอลที่เป็นลูกครึ่ง แต่พวกเขามีความสามารถทางกีฬาที่โดดเด่นทำให้คนยอมรับและมีสังคมของตัวเอง ส่วนนิชิดะที่เป็นคนธรรมดากว่าจะผ่านเรื่องแบบนั้น แล้วใช้ชีวิตปกติสุขนั้นเป็นเรื่องยากเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นก็เริ่มมีการผ่อนปรนเพื่อสิทธิมนุษยชนของนักเรียนตั้งแต่ ปี 2019 และทุกอย่างก็ดีขึ้นตามลำดับ