โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"หนองคาย" เลี้ยงปลากดเหลือง สร้างอาชีพ-รายได้ดี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ย 2562 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2562 เวลา 09.08 น.

นายสาธิต คำกองแก้ว ข้าราชการบำนาญ กรมประมง/เกษตรกรเลี้ยงปลากดเหลืองใหญ่แม่น้ำโขง เจ้าของฟาร์มปลาวิภาวรรณฟาร์ม ที่บ้านหนองยางคำ ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การเลี้ยงปลากดเหลืองใหญ่แม่น้ำโขง ปัจจุบันนี้ปลาในแม่น้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง ทั้งการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง อีกทั้งปลากดเหลืองแม่น้ำโขงถือเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสชาติดี ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด ตนจึงได้ไปรับซื้อปลากดเหลืองที่จะนำมาทำเป็นปลาพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์จากชาวบ้านที่ประกอบอาชีพหาปลาในแม่น้ำโขง โดยได้เลี้ยงปลาที่ได้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีจนมีความสมบูรณ์ และได้ทำการเพาะพันธุ์ซึ่งตอนแรกได้ผลในระดับหนึ่ง จากนั้นก็การเพาะพันธุ์ก็ได้ผลดีมากขึ้น จนถึงขณะนี้ก็ได้เพาะพันธุ์และเลี้ยงต่อเนื่องมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว

เกษตรกรหรือชาวบ้านที่มาซื้อลูกปลาที่ตนเพาะพันธุ์ไปเลี้ยงต่อก็ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงเป็นอย่างดี เนื่องจากปลากดเหลืองเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย สามารถปรับให้กินเป็นอาหารเม็ดก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วปลากดเหลืองเป็นปลาที่ชอบกินอาหารตามธรรมชาติมากกว่าการกินอาหารเม็ด ซึ่งเกษตรกรที่มีความสนใจจะเลี้ยง ตนแนะนำให้เลี้ยงในบ่อขนาดเนื้อที่ 1 งาน สามารถเลี้ยงปลากดเหลืองได้ 2 – 3 พันตัว โดยในระยะแรกก็ให้อาหารปลาดุกที่มีโปรตีนประมาณร้อยละ 30 หากเป็นไปได้ ให้เลี้ยงด้วยไส้เดือนตามขอบบ่อที่เลี้ยงได้ยิ่งดี ซึ่งจะใช้ไส้เดือนประมาณ 4 กิโลกรัม/วัน หรืออาหารสดอื่น ๆ เช่นโครงไก่ เป็นต้น เนื่องจากปลากดเหลือง เป็นปลาที่ชอบอยู่ในบริเวณที่น้ำไหลเหมือนในแม่น้ำโขง

นายสาธิต กล่าวต่อว่า ปลากดที่ตนเพาะเลี้ยงอยู่ในฟาร์มนี้ เป็นปลากดพันธุ์เหลืองใหญ่ แม่น้ำโขง ซึ่งปลากดจะมีหลายชนิด เช่นปลากดขี้ลิง ปลากดหม้อ และปลากดคัง เป็นต้น ปัจจุบันนี้ปลากดเหลืองใหญ่เริ่มจะหาในธรรมชาติได้ยากขึ้น ตนทำมา 10 กว่าปีมีพ่อ-แม่พันธุ์ และเพาะพันธุ์ลูกปลามาเป็นจำนวนมากแล้ว ซึ่งปลากดเหลืองใหญ่นี้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากปลากดชนิดอื่น ๆ คือมีสีเหลืองทองสวย ครีบหางมีลักษณะเด่น และเป็นปลาที่แปลกคือปลาเพศผู้จะมีขนาดตัวโตกว่าปลาเพศเมียและจะมีติ่งให้เป็นที่สังเกตเมื่อมีอายุพร้อมที่จะผสมพันธุ์ ปกติจะเป็นปลาที่เลี้ยงตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป ถ้าเป็นปลาที่อายุน้อยกว่านี้ การผสมพันธุ์การเพาะพันธุ์ก็จะไม่ได้ผลดีและลูกปลาจะไม่แข็งแรง

 สำหรับการเพาะพันธุ์ลูกปลากดตั้งแต่เริ่มต้นจากการเพาะพันธุ์ในบ่อคอนกรีตที่เป็นบ่ออนุบาลก่อน โดยเลี้ยงได้ไรแดงเป็นเวลาประมาณ 10 – 15 วัน จากนั้นก็นำลงบ่อดินก็จะฝึกให้กินอาหารกบหรืออาหารลูกอ๊อดที่มีการบดแล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ วางในตามบ่อ หลังนำลูกปลาลงบ่อแล้วก็จะให้อาหารกบที่บดปั้นเป็นก้อนวันละ 2 ครั้ง เลี้ยงอนุบาลในบ่อดินประมาณ 15 วันก็จะได้ลูกปลากดขนาด 1 นิ้วที่สามารถขายได้ ซึ่งที่ฟาร์มของตนจะขายถูกกว่าที่อื่น เนื่องจากเพาะพันธุ์เอง คือจะคิดขนาดลูกปลา 1 นิ้ว/ 1 บาท ผู้ที่จะคิดจะเพาะพันธุ์ลูกปลากดเหลืองขาย ต้องมีความพร้อม เริ่มตั้งแต่บ่อเพาะ อาหารลูกปลาแรกเกิดโดยเฉพาะไรแดงที่เป็นอาหารหลักและทำให้การเพาะพันธุ์ลูกปลาได้ผลดีก็ต้องพร้อมเช่นกัน

ในส่วนของลูกค้าที่มีซื้อลูกปลากดเหลืองนั้น จะมาซื้อที่ฟาร์ม มีทั้งซื้อไปเลี้ยงและซื้อไปขายต่อ มาจากหลายจังหวัดไม่เฉพาะที่จังหวัดหนองคาย เช่นจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย และจังหวัดบึงกาฬ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีลูกค้าจาก สปป.ลาว เป็นจำนวนมากอีกด้วย เฉพาะปีนี้ที่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศ และการขาดแคลนน้ำ ทำให้ตนเพาะลูกปลาได้เพียง 4 ชุด ๆ ละ 6 – 7 หมื่นตัว รวมแล้วประมาณ 2 – 3 แสนตัว ซึ่งปกติปลาพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ หากเลี้ยงได้สมบูรณ์แล้ว จะสามารถเพาะพันธุ์ได้เดือนละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ตน จะมีการเลี้ยงเป็นปลาใหญ่ขาย  คือในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน เพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งฟาร์มของตนจะไม่ขายพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ แต่ปกติที่มีการซื้อขายพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์กันจะซื้ออยู่ที่ 250 – 300 บาท/กิโลกรัม ส่วนปลากดเหลืองที่ขายแบบปลาเนื้อทั่วไปนำไปปรุงอาหาร ที่ปากบ่อจะอยู่ที่ 110 – 120 บาท/กิโลกรัม นอกจากการเลี้ยงปลากดเหลืองใหญ่แล้ว ยังสามารถเลี้ยงปลาน้ำโขงชนิดอื่น ๆ ด้วยกันได้ แต่ต้องคัดปลาที่เลี้ยงให้มีขนาดใกล้เคียงกัน เช่นนำปลาคังมาเลี้ยงกับปลากดได้

ในส่วนของโรคนั้น จากการเลี้ยงมาในฟาร์มของตนยังไม่เคยเจอ แต่มีเกษตรกรบางรายทั้งในไทยและใน สปป.ลาว ที่มีการใช้ในจากฝายหรือหนองน้ำที่น้ำมีการหมักหมมของเห็บและหนองสมอ เข้ามาในบ่อเลี้ยงโดยไม่มีการกรองหรือการฆ่าเชื้อก่อนนำลูกปลาลงเลี้ยง ก็จะทำให้ปลาป่วยเป็นตาบวม และเหงือกแดง ซึ่งตนแนะนำให้ใช้เกลือและยาฆ่าเชื้อหว่านลงในบ่อแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับปลากดเหลือง สามารถปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด เช่นต้มยำ ห่อหมก แกงส้ม นึ่งบ้วย และปลาลวก เป็นต้น ซึ่งปลากดเหลืองเนื้อจะแน่นและรสชาติดี ผู้ที่สนใจหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฟาร์มโดยตรง หรือสอบถามทางหมายเลขโทรศัพท์ ได้ที่หมายเลข 081-9654756.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...