โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"BX" ปิดกระดานบิตคอยน์ เขย่าตลาด "สินทรัพย์ดิจิทัล" ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2562 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2562 เวลา 02.15 น.

กลายเป็นข่าวฮือฮาของวงการสินทรัพย์ดิจิทัล หลัง “บริษัท บิทคอยน์ จำกัด” หรือ BX ผู้ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดกระดานซื้อขายมานาน 5 ปี และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนี้อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ประกาศผ่านเว็บไซต์ “BX.in.th” ในช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า

“บริษัทได้ตัดสินใจยุติบทบาทการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือการให้บริการด้านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (digital asset wallet) เนื่องจากบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในทางอื่น ๆ แทนการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่มีความประสงค์จะต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2563 อีกต่อไป”

หลังประกาศดังกล่าว ได้ส่งผลให้ราคาเหรียญ (คอยน์) ในตลาด BX ปรับลดลงอย่างรุนแรง มีนักลงทุนที่ตื่นตระหนกเทขายกัน โดยหลายคนเข้าใจว่า“บิทคอยน์” ทั้งโลกเกิดปัญหา แต่เอาเข้าจริงแล้วเป็นเพียงการปิดตัวของบริษัทที่ชื่อ “บิทคอยน์” ในประเทศไทย

โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งเตือนผู้ลงทุนว่า ควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากมีผู้ฉวยโอกาสนี้หลอกลวงให้ผู้ลงทุนหลงเชื่อ ว่าเป็นช่องทางของ BX ในการรับโอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล จึงขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลและติดต่อที่เว็บไซต์ BX.in.th โดยตรง

ขณะที่ ก.ล.ต.ได้จัดตั้ง “ศูนย์แนะนำช่วยเหลือผู้ลงทุนเฉพาะกิจ” ซึ่งนักลงทุนสามารถติดต่อได้ที่ Help Center โทร.1207 กด 7 หรืออีเมล์ info@sec.or.th ตลอด 24 ชั่วโมง 70 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. เป็นต้นไป ซึ่งหลังเปิดศูนย์แนะนำฯ แค่ในวันเดียว มีผู้ลงทุนโทร.เข้ามาแล้วประมาณ 200 ราย ส่วนใหญ่สอบถามเรื่องวิธีการโอนเหรียญ โอนเงิน และการเปลี่ยนศูนย์ซื้อขาย

ทั้งนี้ ก.ล.ต.ชี้แจงกรณีบริษัท BX ว่า เนื่องจากยังไม่ได้ปิดการให้บริการในทันที ดังนั้น จึงต้องใช้ระยะเวลาในการติดตามผลกระทบ อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.จะวิเคราะห์เรื่องนี้เปรียบเทียบกับพัฒนาการของตลาดในต่างประเทศ ในส่วนของผลกระทบที่เกิดต่อลูกค้าของ BX จะต้องรับโอนทรัพย์สินมาที่กระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง, exchange รายอื่น หรือสั่งขาย โดยในกรณีที่ลูกค้ามีเงินสดก็สามารถโอนออกไปยังบัญชีของตนเองได้ ซึ่งทาง BX แจ้งว่าจะยังทำธุรกิจจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ โดยหลังจากนั้นจะยังเปิดให้ลูกค้าทำคำสั่งถอนทรัพย์สินได้ตามปกติ

ส่วนขั้นตอนการคืนใบอนุญาต BX จะต้องคืนทรัพย์สินลูกค้าทั้งหมด หรือกรณีมีทรัพย์สินค้าง BX จะต้องวางทรัพย์กับกรมบังคับคดี หรือมีวิธีการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าเรียบร้อย จึงสามารถยื่นคำขอเข้าสู่กระบวนการขอเลิกประกอบธุรกิจได้ โดยกระบวนการการคืนสินทรัพย์ต่อลูกค้า บริษัทได้เปิดเผยขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งให้คำแนะนำลูกค้าไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทแล้ว

“ก.ล.ต.ได้กำชับให้บริษัทดูแลทรัพย์สินของลูกค้าและดำเนินการตามความประสงค์ของลูกค้าในการขอรับคืนทรัพย์สินหรือโอนทรัพย์สินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินการให้ ก.ล.ต.ทราบเป็นระยะ และเมื่อบริษัทได้ทำการคืนทรัพย์สินให้ลูกค้าทั้งหมดหรือบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีวิธีการดูแลหรือจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่เหลืออยู่อย่างเรียบร้อย บริษัทจึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการคืนใบอนุญาตต่อ รมว.คลังได้”

โดยระหว่างที่ยังไม่ได้มีการคืนใบอนุญาต ก.ล.ต.ยังมีอำนาจในการกำกับดูแลและสั่งการให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ให้ข้อมูลด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ได้ใบอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขายทั้งสิ้น 3 ราย (รวมบริษัท BX ที่จะเลิกกิจการ) และอยู่ระหว่างรอดำเนินการ 1 ราย และมีผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขาย เพิ่มเติมอีก 2 ราย และอยู่ระหว่างรับคำปรึกษาทั้งสิ้น 6 ราย

“กษมพัทธ์ วิธานวัฒนา” กรรมการ สมาคมไทยบล็อกเชน (TBA) และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด บอกว่า ขณะนี้สมาคมกำลังรวบรวมความคิดเห็น โดยกรณีที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเกิดภาวะตื่นตระหนก และเทขายเหรียญออกมา รวมถึงส่งผลให้ราคาเหรียญปรับลดลงต่ำกว่าความเป็นจริงมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายอื่นในตลาด อาจได้ประโยชน์จากการที่ส่วนแบ่งในตลาดมีมากขึ้น หลัง BX เลิกกิจการ

ขณะที่ “ปรมินทร์ อินโสม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น บอกว่า หลัง BX ประกาศยุติบทบาทการเป็นศูนย์ซื้อขาย ส่งผลให้มีผู้สนใจเข้ามาสมัครสมาชิกศูนย์ซื้อขายของ Satang Pro เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี วอลุ่มการซื้อขายยังไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่เข้ามาสมัคร ทั้งนี้ กรณีที่ BX เตรียมปิดกิจการ เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น กฎเกณฑ์จากหน่วยงานควบคุมที่ค่อนข้างเข้มงวด จนส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและอิสระในการดำเนินงาน ประกอบกับภาวะตลาดขาลงที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รายจ่ายของธุรกิจ exchange สูงกว่ารายได้ที่ได้รับ

นี่เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่สั่นคลอนวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในเมืองไทย เมื่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ต้องปิดฉากลงไป เนื่องจากธุรกิจนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้จะมีความพยายามตีกรอบให้เข้าสู่ระบบ มีการกำกับดูแลที่ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น จึงยังเป็น “ความเสี่ยง” ที่ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุน ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...