“อิน - สาริน” มั่น! ทุกอย่างที่มี ได้มาจากตัวเอง!
ถ้าพูดถึงหนุ่มหล่อหน้าใสลุคโอปป้านาทีนี้ คงต้องนึกถึง “อิน - สาริน รณเกียรติ” ดีกรีหนุ่มสถาปัตย์จุฬาฯ ควบคู่ตำแหน่ง “Chula Cute Boy” ที่ปัจจุบันโด่งดังเป็นที่รู้จักกับบท “พ่อเพิ่ม” จากละครเรื่องทองเอก หมอยาท่าโฉลง และ “ภูผา” จากซีรีส์ลูกผู้ชาย นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เขายังมีความเป็นนักธุรกิจที่มีแบรนด์แฟชั่นเป็นของตัวเองอีกด้วย ความสามารถที่หลากหลายบวกกับความสดใสเป็นกันเอง สาว ๆ คนไหนได้อยู่ใกล้ก็ต้องใจละลายแน่นอน วันนี้เราจะพาไปรู้จักไลฟ์สไตล์ของหนุ่มฮอตคนนี้กัน
จบสถาปัตย์แต่ทำไมสนใจด้านแฟชั่น
ผมว่ามันคือเรื่องเดียวกันครับ เวลาเราเรียนสถาปัตย์ เราจะเน้นเรื่องของรสนิยม ไลฟ์สไตล์ กราฟฟิกดีไซน์ จะอยู่แต่กับความสวยงาม ผมเลยมองว่ามันคือเรื่องเดียวกันกับแฟชั่น เพราะอย่างสถาปัตย์เองก็จะมีเทรนด์ที่เปลี่ยนไปทุก ๆ ปี อย่างอินเองก็มีสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลาย ไม่เจาะจงสไตล์ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หมด แต่เป็นคนค่อนข้างเนี้ยบ เวลาจะเลือกสูทหรือเสื้อคลุมสักตัวก็จะสั่งตัดหมดเลยครับ
เป็นคุณหนูติดแบรนด์เนมไหม
สำหรับผมใช้ได้หมดครับ ได้ทุกแนว แบรนด์เนมก็ใช้ โนเนมเสื้อผ้าราคา 100 - 200 บาทผมก็ใส่ถัวเฉลี่ยกันไป แต่ไม่ใช้ของก็อปนะครับ ถ้าเลือกได้ก็เลือกแบรนด์เนมแท้ เพราะรู้สึกเชื่อในดีไซเนอร์ แบรนด์เนมมันถูกคิดการดีไซน์มาดีกว่าและสมราคา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ มันสามารถสร้างมูลค่าต่อได้ คำว่าคุณหนูติดแบรนด์เนมสำหรับผมเฉย ๆ นะ ผมหาเงินมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม ผมก็มีกำลังในการซื้อของดีดีเป็นรางวัลให้ตัวเอง ผมว่าคนส่วนใหญ่ก็มองออกนะเวลาออกอีเว้นท์ เสื้อผ้าที่ผมใส่มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน หรือแพงไปเลยก็มี ผมเลยไม่ค่อยซีเรียสอะไรกับคำนี้ครับ
จุดเด่นของ “อิน-สาริน”
ผมว่าจุดเด่นของผมคือการเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านของไลฟ์สไตล์ ที่หลายคนจะพูดถึงเยอะ สังเกตจากงานที่เข้ามาก็จะเป็นสายแฟชั่นความงดงามซะส่วนใหญ่ ปกติเป็นคนดูแลตัวเองเรื่องผิวพรรณอยู่แล้วครับ เรียกว่าเป็นกูรูด้านนี้เลยก็ว่าได้ ผมว่าการที่คนเรามีผิวพรรณที่ดีมันบ่งบอกถึงการมีสุขภาพที่ดีด้วยนะ
ทำไมเพิ่งดังตอนอายุ25 และที่มาเป็นนักแสดงเพราะเดือดร้อนเรื่องเงินใช่ไหม
เรื่องเข้าวงการบันเทิงยอมรับว่าตัดสินใจช้า จริง ๆ ผมมีโอกาสได้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 14-15 ปี ตอนนั้นก็โลเลกับตัวเองว่าเป็นดาราไม่ได้หรอก มันต้องมีความสามารถหลากหลายจนดูยากไปหมด เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง เวลามีคนมาชวนเลยปฏิเสธไป จนกระทั่งใกล้จะจบมหาวิทยาลัยก็รู้สึกเสียดายโอกาส คิดว่าถ้าจบแล้วก็ต้องเริ่มทำงาน มันคงไม่มีโอกาสได้ลองตรงนี้ก็เลยลองมาแคสงานกับช่อง 3 ครับ ส่วนเรื่องเงินก็เดือดร้อนครับ ทำงานก็ต้องได้เงินอ่ะเนอะ (หัวเราะ) เรื่องเงินจริง ๆ ไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับผมเท่าไหร่ ประเด็นหลักคืออาชีพนี้มันต้องใช้ใจรักมากกว่าครับ
กลายเป็นหนุ่มฮอตขึ้นมาปรับตัวอย่างไรและมีไลฟ์สไตล์ไหนที่คนอื่นยังไม่รู้
จริง ๆ ก่อนหน้าจะมาเป็นนักแสดงผมเป็น Influencer และเป็นหนุ่ม “Chula Cute Boy” ก็จะมีน้อง ๆ แฟนคลับติดตามอยู่แล้ว จะมาเป็นที่รู้จักเด่นสุดก็บท “พ่อเพิ่ม” จากเรื่อง “ทองเอกหมอยา” และ “ภูผา” จาก “ซีรีส์ลูกผู้ชาย” ผมว่าไม่ได้เป็นการดังข้ามคืนอะไร แต่ค่อย ๆ มีคนรู้จักมากขึ้นมากกว่าครับ ส่วนเรื่องของไลฟ์สไตล์มีการทำรีเสิร์ชออกมาเลยนะ ว่าเราเป็นดาราแล้วเข้าถึงยากไม่เฟรนด์ลี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเป็นคนชิล ๆ และเข้าถึงง่ายมากเลยนะ บางคนเค้าไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา และบางทีสื่อที่ออกไปมันก็ทำให้ดารากลายเป็นคนอีกคนหนึ่งได้เหมือนกันนะ (หัวเราะ)
จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับของตัวเอง
ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่สาวครับ เราสองคนชอบใส่พวกแหวน กำไล จิวเวอรี่ต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็มักจะมีคนมาสอบถามหาแหล่งที่มาหรือขอซื้อต่อ เลยคุยกับพี่สาวว่ารสนิยมการเลือกของเราอาจถูกใจใครหลาย ๆ คน ก็เลยลองดีไซน์กำไลในแบบตัวเองออกมาดู ผมเป็นคนชอบกำไลมากที่สุด เพราะคิดว่ามันใส่แล้วดูดี ดูมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น และสามารถใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ
มองตัวเองในอนาคตอย่างไรทั้งด้านการเป็นนักแสดงและด้านแฟชั่น
อยากเป็นนักแสดงที่ดี อยากให้มีคนชมในด้านของศักยภาพความสามารถ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอก อยากประสบความสำเร็จและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นได้ทั้งในด้านของแฟชั่นและการใช้ชีวิตครับ
ขอขอบคุณ “Well Hotel Bangkok Sukhumvit20” ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการถ่ายทำ