โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุยศึกษารถไฟทางคู่สายใหม่ ‘ระยอง-จันท์-ตราด’ ขนทุเรียนแข่งกับรถบรรทุก!

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 พ.ค. 2562 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2562 เวลา 04.52 น. • The Bangkok Insight

*การรถไฟฯ ลุยศึกษาทางคู่สายใหม่ “ระยอง-จันทบุรี-ตราด” ระยะทาง 250 กม. วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท ฟุ้งโครงการคุ้มค่ามีผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ขนทุเรียนถูกกว่ารถบรรทุก *

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้ว่าจ้างบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เป็นที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมของ “โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางศรีราชา-ระยอง และช่วงมาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด-คลองใหญ่” ระยะทาง 250-280 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 6-6.5 หมื่นล้านบาท

โครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ เพราะฉะนั้นจึงต้องเวนคืนที่ดินตลอดเส้นทาง โดยเส้นทางหลักจะเริ่มจากอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผ่านไปทางอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36, ตัวเมืองจังหวัดระยอง, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท) ก่อนเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนกัมพูชาตามลำดับ ขณะเดียวก็จะมีเส้นทางกิ่งเชื่อมไปยังมาบตาพุดด้วย

 

ผ่านเขาคิชฌกูฏ-ขนทุเรียน

รถไฟสายนี้มีความน่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเส้นทางผ่านพื้นที่ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ กิจกรรมการท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ตั้งแต่อำเภอบ้านเพและอำเภอแกลง จังหวัดระยอง, จังหวัดจันทบุรี ไปจนถึงจังหวัดตราด โดยพบว่าคนกรุงเทพฯ สนใจเดินทางท่องเที่ยวในระยะ 200 กิโลเมตรมากขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านยังสามารถใช้เป็นทางเลือกในการเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาด้วย

นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟจะผ่านบริเวณวัดเขากระทิง ใกล้กับเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งในช่วงต้นปีจะมีประชาชนเดินทางมาสักการะรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชฌกูฏจำนวนมาก ถ้าหากมีระบบขนส่งทางรางเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีให้กับประชาชน

เส้นทางยังผ่านพื้นที่อุตสาหกรรมและสวนผลไม้ในภาคตะวันออก จึงมีความเป็นไปได้ในการขนส่งสินค้าต่างๆ  โดยเฉพาะสินค้าเกษตรประเภททุเรียน ซึ่งปัจจุบันมักใช้วิธีขนส่งทางรถบรรทุกในช่วงกลางดึกไปยังท่าเรือแหลมฉบัง แล้วขนส่งทางเรือต่อไปยังประเทศจีน ถ้าหากเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งทางรางไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ก็จะทำให้ต้นทุนค่าขนส่งของผู้ประกอบการลดลง 50% จึงเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่สามารถแข่งขันด้านการขนส่งสินค้าได้ ในเบื้องต้นจึงวางแผนจะก่อสร้างย่านกองเก็บสินค้า (CY) และล้งผลไม้ไว้ตามแนวรถไฟด้วย

 

ศึกษาความเหมาะสมเสร็จ ก.ค. 62

อย่างไรก็ตาม แนวเส้นทางและวงเงินการลงทุนทั้งหมดยังเป็นเพียงประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น การรถไฟฯ ต้องรอผลการศึกษาที่ชัดเจนในเดือนกรกฎาคม 2562 จากนั้นจะดำเนินการออกแบบรายละเอียด ซึ่งทำให้แนวเส้นทางและวงเงินมีความชัดเจนมากขึ้นต่อไป

“โครงการอยู่ในขั้นศึกษาความเหมาะสม จะรับฟังความคิดเห็นประชาชนประมาณเดือนมิถุนายนนี้และศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม ซึ่งประเด็นที่คนเป็นห่วงคงจะเป็นพวกเวนคืน แต่การรถไฟฯ ก็อยากรับฟังเป็นประเด็นอื่นๆ ด้วย โดยหลังจากศึกษาเสร็จแล้ว ก็จะเสนอขอเงินในการออกแบบรายละเอียดต่อในปีงบประมาณ 2563 ต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมทางศรีราชา-ระยอง และช่วงมาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด-คลองใหญ่นั้น การรถไฟฯ คาดว่าจะออกแบบสถานีโดยคงเอกลักษณ์ของรถไฟในอดีต เช่น ออกแบบสถานีที่มีลักษณะเป็นไม้หรือคล้ายไม้ มีสถาปัตยกรรมเหมือนสถานีรถไฟในอดีต เป็นต้น ขณะเดียวกันก็จะออกแบบโดยผสมผสานเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นด้วย เช่น จังหวัดจันทบุรีมีเอกลักษณ์ด้านอัญมณี เป็นต้น เพื่อให้เกิดความกลมกลืนในพื้นที่

ส่วนโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงได้เมื่อไหร่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและการรถไฟฯ ด้วยว่าจะลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการเป็นอย่างไร

 

ดันโครงการเดิมยังไม่เสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันการรถไฟฯ อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการพัฒนารถไฟทางเดี่ยวเป็นรถไฟทางคู่เฟสที่ 1 จำนวน 7 เส้นทางและเตรียมเสนอโครงการเฟสที่ 2 อีก 7 เส้นทางให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

นอกจากนี้ การรถไฟฯ อยู่ระหว่างผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งล่าสุดผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว และรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ซึ่งเตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...