โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

#ย้อนคดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่นสังเวยรักสาวพรชนก ภาค2

อีจัน

อัพเดต 27 มิ.ย. 2562 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2562 เวลา 12.26 น. • อีจัน
สืบกันต่อ…. ตำรวจพยายามหาหลักฐานว&#3656…

สืบกันต่อ….

ตำรวจพยายามหาหลักฐานว่า พรชนกเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของโยชิโนริหรือไม่? ตอนนี้ไม่มีหลักฐานชัดๆ นอกจากพฤติกรรมของพรชนกกับสามีเก่าที่หลบหนีออกจากบ้าน
คนทั้งสองหนีทำไม ถ้าไม่ได้กระทำผิด?
ไม่นานชุดสืบพบความเคลื่อนไหวของสองสามีภรรยาที่จังหวัดอ่างทอง

วันที่ 20 ต.ค. 57 หลังทั้งสองคนหลบหนีได้เพียง 3 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหารก็พบตัว นางพรชนก และนายสมชาย ทั้งสองคนจอดรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใน อ. ไชโย จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ทหารจึงใช้กฎอัยการศึก ควบคุมตัวทั้งสองคนมาสอบข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องใช้หมายเรียก
แต่เดิมนั้นตำรวจหวังว่า นางพรชนกและสามี น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะคลี่คลายปมการหายตัวไป ของนายโยชิโนริได้ แต่เมื่อพบตัว กุญแจที่คาดหวังกลับกลายเป็นกุญแจปิดตาย และสร้างความปวดหัว ให้กับชุดสอบสวน

นางพรชนกยอมพูดแต่เรื่องความรักที่เธอมีต่อนายโยชิโนริเท่านั้น เธอยืนยันไม่เคยคิดจะทำร้ายเขาเพื่อหวังเงินประกันหรือผลประโยชน์อื่นๆ
พรชนกยังได้หมายถึง กรณีอดีตสามีที่ตกบันไดเสียชีวิตด้วย เธอก็ไม่เคยคิดทำร้ายเขาเช่นกัน แต่ไม่ให้การเป็นประโยชน์ในคดี
“ ความเป็นธรรมกับชีวิตน้อยๆของพรชนกเถิด …. ในฐานะภรรยา ”

หลังสอบสวนเสร็จ ตำรวจไม่ได้อะไรจากพรชนกมากนัก นอกจากได้รู้ถึง เสน่ห์ของสาววัยกลางคน ผู้เป็นที่ปลาบปลื้มของหนุ่มชาวอาทิตย์อุทัยคนนี้ ส่วนเรื่องคดีพรชนกยืนกระต่ายขาเดียวว่า เธอไม่เห็น นายโยชิโนริตั้งแต่ พาไปรักษาตัวที่ รพ.บางนา 2 ในวันนั้นเมื่อแพทย์ตรวจอาการพร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายแล้ว นางพรชนกเห็นว่าค่าใช้จ่ายสูงจึงนำตัว นายโยชิโนริ ออกจาก รพ.

และพาไปส่งขึ้นรถที่สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข เวลาประมาณ 17.00 น. หลังจากนั้นก็ไม่ได้ พบหน้ากันอีก
ตำรวจตรวจสอบที่สถานีรถไฟฟ้าตามที่เธออ้าง กลับไม่พบภาพนายโยชิโนริในกล้องวงจรปิด ของสถานีรถไฟฟ้าเลย
ตำรวจเชื่อว่า นางพรชนกยังไม่ยอมพูดความจริง

สอบพรชนกไม่ได้ข้อเท็จจริง แต่สอบปากคำนายสมชาย กลับให้การต่างไป
นายสมชายยอมเปิดเผยว่า

วันที่ 21 ก.ย. 57 เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่กำลังขับรถแท็กซี่ นางพรชนกได้โทรศัพท์ บอกให้ไปพบที่บ้าน ภายในหมู่บ้านออร์คิดวิลล่า จ.สมุทรปราการ
เมื่อไปถึง เขาเห็นนายโยชิโนริ นอนนิ่งใบหน้าเขียวคล้ำ จึงเชื่อว่า นายโยชิโนริเสียชีวิตแล้ว นางพรชนก บอกกับนายสมชายว่า นายโยชิโนริมีอาการป่วยกำเริบจนหมดสติและต่อมาก็เสียชีวิต แต่เกรงกลัวความผิด จึงได้ร่วมกันวางแผน จะทำลายศพเพื่อปกปิดการตาย
“ผมบอกเขาว่า รออยู่ข้างล่างเดี๋ยวผมจัดการให้ ก็คิดเพียงว่าทำให้เขาเล็กลง”
คำให้การยังขัดแย้งกันเพราะหากนายโยชิโนริเสียชีวิตเพราะอาการป่วยจริง เหตุใดไม่แจ้งตำรวจ ทำไม คิดหั่นอำพรางศพ?
ความหวังว่า นายโยชิโนริอาจยังมีชีวิตอยู่หรือถูกกักขังอยู่ที่ใดสักแห่งริบหรี่ลง ถ้าคำพูดของนายสมชายเป็นความจริง ก็แปลว่า นายโยชิโนริ น่าจะเสียชีวิตแล้ว!!!!
การตามหาคนหาย ต้องเปลี่ยนเกมเป็นการตามหาศพ ว่าถูกซ่อนอำพรางที่ใด???
ตอนนี้หลักฐานมัดแน่นขึ้นทุกทีๆ แต่นางพรชนก ไชยะปะ ก็ยังปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าสามีชาวญี่ปุ่น
การสอบสวนยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น คำให้การของสองสามีภรรยายังคงสร้างความสับสนให้กับชุดสืบสวน
แม้ตอนนี้จะยอมรับว่า มีการทำศพ ให้เล็กลงก่อนเอาไปซ่อนอำพราง แต่ก็ยังคงไม่ยอมเปิดปาก ถึงจุดที่ซุกซ่อนศพ!!!
วันที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลาใกล้ค่ำลงทุกที
ผู้ต้องหาทั้งสองคนต่างเหนื่อยอ่อนจากการถูกสอบสวนอย่างหนัก นางพรชนก ยังยืนกรานว่า นายโยชิโนริ เสียชีวิตเอง แต่เพราะกลัวความผิด จึงให้นายสมชายตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับร่างนายโยชิโนริ ซึ่งเธอยืนยันว่า ตัวเธออยู่ชั้นล่างของบ้าน และไม่ได้ร่วมชำแหล่ะศพ ไม่รู้จริงๆว่า สามีทำอย่างไร?

คำสารภาพของนายสมชาย!!!!
เขายอมรับว่า เป็นคนหั่นศพนายโยชิโนริในห้องน้ำที่บ้านใน หมู่บ้านออคิดวิลล่า และเริ่มคายแล้วว่า นำศพไปทิ้งใต้สะพาน ในคลอง ซ.นวมินทร์ 16 หลัง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา และในคลองนางทิ้ม ย่านบางนา
ตำรวจจึงจัดชุดประดาน้ำลงงม แต่การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะผู้ต้องหาไม่บอกพิกัดที่แน่นอน

แต่เมื่อตำรวจผู้ใหญ่ลงมาเค้นด้วยตัวเอง สมชายก็ยอมคาย เขาบอกให้ดำไปหาที่เสาต้นที่ 4 กลางสะพาน นักประดาน้ำลงไปพักเดียวก็งมถุงกระสอบขึ้นมาได้ 1 ถุง เปิดทีละชั้น ชั้นในสุดเป็นถุงพลาสติก กลิ่นเหม็นเริ่มคละคลุ้ง ตำรวจเจอร่างของนายโยชิโนริแล้ว

เช้าวันต่อมา ตำรวจตัวนายสมชายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีกองทัพสื่อนับร้อยไปติดตาม อย่างใกล้ชิด
ถึงนาทีนั้น นายสมชายยอมรับจนหมดเปลือกว่า ลวงให้นายโยชิโนริมาที่บ้าน และอาศัยจังหวะที่ นายโยชิโนริหลับ จึงเข้าไปเอาหมอนกดที่ใบหน้าให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต
จากนั้นตนร่วมกับนางพรชนก ลากศพ ไปหั่นในห้องน้ำ ก่อนเอาศพใส่ถุงกระสอบถ่วงน้ำ ส่วนมีดที่ใช้หั่นศพกับเสื้อผ้าถูกเอาไปซ่อนในห้องพัก

คดีคนหายยุติลงเมื่อดีเอ็นเอของศพที่พบสอดคล้องกับดีเอ็นเอของ นายเท็ตสึโอะ ลูกชายของผู้ตาย
นายสมชายยังบอกถึงเหตุจูงใจในการลวงมาฆ่าครั้งนี้ คือ หึงหวงและต้องการเงิน ส่วนนางพรชนกยังคงรับภาคเสธเท่านั้น
หลังจากที่บุตรชายของนายโยชิโนริ ทราบข่าวว่าพบร่างของพ่อแล้ว เขาตกใจและงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อของเขาถูกฆ่าหั่นศพ ที่น่าสลดใจกว่านั้น คือ คนที่ตำรวจจับในข้อหาวางแผนลวงมาฆ่า คือ พรชนกและสามีเก่า

ยังไม่ทันที่ตำรวจจะปิดสำนวนคดีฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ก็เกิดอีกคดีสุดช็อคซ้อนขึ้น ราวกับเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง!!!
ในขณะที่ข่าวการทำแผนประกอบคำรับสารภาพฆ่านายโยชิโนริกลายเป็นข่าวดังที่สุดในช่วงนั้น
เคโกะ ลูกสาวชายชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นอดีตสามีของนางพรชนก เมื่อ 11 ปีก่อน ก็ปรากฏตัว!!!

คดีที่ 2 เริ่มแล้ว ติดตามต่อใน
#พรชนกกับสองคดี #ฆ่าสามีชาวญี่ปุ่น ภาค3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...