โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุณแม่วัย 22 ไม่รู้ว่าท้อง อ้างเบ่งอึแรงแล้วเด็กออกมา ก่อนนำถุงคลุมหัวลูกไปทิ้งริมทาง

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 23 ก.ย 2564 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2564 เวลา 04.06 น. • Bright Today

คุณแม่วัย 22 ไม่รู้ว่าท้อง เบ่งอึแล้วเด็กออกมา ก่อน เอาถุงคลุมหัวลูก ทิ้งข้างทาง

จากกรณีที่วานนี้ 22 .ก.ย 64 มีการพบทารกเพศหญิงอยู่ภายในพงหญ้า ที่บริเวณศีรษะมีถุงพลาสติกใสคลุมอยู่ เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือนำเด็กออกมาทำการปฐมพยาบาล โดยให้ออกซิเจนและทำความสะอาดร่างกายเด็ก ก่อนนำเด็กทารกส่งไปยังโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์หนองจอก จากการตรวจสอบของแพทย์ เบื้องต้น เด็กปลอดภัยดี จากนั้นชุดสืบสวน นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ กระทั่งพบหญิงต้องสงสัยท่าทางลักษณะคล้ายการนำเด็กทารกลงไปยังจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัว นางมณีวรรณ ไว้ได้

จากการสอบสวน นางมณีวรรณ ให้การรับสารภาพว่า เป็นแม่ของเด็กทารกและนำเด็กไปทิ้งจริง โดยเล่าว่าตนเลิกรากับแฟนหนุ่มไปไม่นานมานี้ แต่ไม่รู้ว่า ตนเองตั้งครรภ์ จนกระทั่งในช่วงเที่ยงวันที่ 22 ก.ย. 64 มีอาการปวดท้องหนักจึงไปเข้าห้องน้ำและเบ่งอุจจาระแรง แต่กลับพบว่าเป็นเด็กทารกไม่ใช่อุจจาระ ด้วยความตกใจจึงเอาถุงพลาสติก คลุมตัวเด็กแล้วนำไปทิ้งไว้ในป่าหญิ่งริมทาง โดยนางมณีวรรณ อ้างว่าไม่ได้ต้องการฆ่าเด็ก แต่ตกใจเลยเอาถุงมาห่อเด็กไว้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทอดทิ้งเด็กนั้นไปพ้นเสียจากตนเองโดยทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล หลังจากนี้จะสอบปากคำแม่เด็กรายนี้อย่างละเอียด และจะเรียกสมาชิกภายในบ้านมาสอบปากคำว่ามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังนี้หรือไม่ เนื่องจากนางมณีวรรณ ได้ให้การว่านอกจากตนเองจะไม่รู้ว่าตั้งครรภ์แล้วกระทั่งครอบครัวของตนก็ไม่รู้ว่าตนตั้งครรภ์ เช่นเดียวกัน

ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก SundailyNews Online / คุณเบิร์ดอาสามูลนิธิกู้ภัยร่มไทร จุดสุวินทวงศ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...