โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

30 ปี ตำนาน "โบว์รักสีดำ" เพลงดังสร้างชื่อ "ศิริพร อำไพพงษ์"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มิ.ย. 2564 เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 06.00 น.
ศิริพร อำไพพงษ์ (ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : ศิริพร อำไพพงษ์)

ลูกชาวนาสาวหมอลำ

ศิริพร อำไพพงษ์ เดิมชื่อ ศิริมา อำเคน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2507 เป็นชาวจังหวัดอุดรธานี ชื่อเล่น เม็ก (ต้นหมากเม็ก) คนในครอบครัวเรียก นางเม็ก บ้างเรียก โจ้ โดยทั่วไปเรียก “นาง” หรือ “พี่นาง”

ศิริพรเกิดในครอบครัวชาวนา เป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 10 คน พ่อของศิริพรเป็นหมอลำ มีวงเป็นของตัวเองชื่อว่า “กองมี แสงอรุณศิลป์” รับงานแสดงหมอลำเพลิน-หมอลำเรื่องในละแวกไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก จะหยุดรับงานแสดงในช่วงฤดูทำนา ประมาณช่วงหลังออกพรรษาจึงเริ่มรับงานอีกครั้ง

ศิริพรเติบโตในครอบครัวหมอลำทำให้เธอซึมซับและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ด้วยเป็นคนความจำดี ทำให้ร้องเพลงหมอลำได้โดยไม่ต้องเรียนหรือฝึกซ้อมมากนัก “มันก็ซึมซับทุกวันที่เราได้ยิน ไม่ชอบก็ต้องชอบ (ยิ้ม) เหมือนอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว ได้ยินพ่อ ได้ยินพี่สาวพี่ชายร้อง เวลาเขาซ้อม เป่าแคน ดีดพิณ เราอยู่ในเหตุการณ์ตลอด มันก็ซึมเข้าไปในตัว… พี่เริ่มไปร้องหมอลำกับวงของพ่อ ตั้งแต่ตอนอายุ 17-18 ไปเป็นหางเครื่อง เป็นแดนเซอร์ เต้น ร้อง ลำ ทำทุกอย่างที่พ่อให้ทำ” [1]

ศิริพรเคยประกวดร้องเพลงชนะที่ 1 ในแนวของ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับ “ลุงเขียว” โฆษกวิทยุที่เมืองเลยเพียงครั้งเดียวเท่านั้น [2] จากนั้นเมื่อโตขึ้นมาก็มาทำงานช่วยเหลือทางบ้าน เป็นนักร้องเพลงหมอลำประจำวงของครอบครัว มีพี่ชายเป็นพระเอก พี่สาวเป็นนางเอก ซึ่งเจ้าตัวรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างคิดไม่ถึงว่าหลายปีให้หลังเธอจะกลายเป็นนักร้องชื่อดัง

ชิวิตที่พลิกผัน

ชีวิตของศิริพรพลิกผัน เมื่อพี่สาวที่เป็นนางเอกป่วย เธอจึงได้รับโอกาสให้ขึ้นแสดงเป็นนางเอกแทน ซึ่งศิริพรก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเธอจดจำบทและวิธีการแสดงได้แม่นยำจากการที่คลุกคลีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ศิริพรเริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นเมื่อเริ่มออกไปแสดงกับคณะอื่น หลังจากที่วงของครอบครัวต้องหยุดทำไปเนื่องจากพ่อมีอายุมากขึ้น

กระทั่งราวช่วง พ.ศ. 2526 ชีวิตของศิริพรพลิกผันอีกครั้ง เมื่อประยูร จันทรุศร พาเธอไปร้องเพลงที่ทีวีช่อง 4 ขอนแก่น (ทีวีขาวดำ) กับคณะสุเทพ ดาวดวงใหม่ และได้พบกับอาจารย์นคร แดนสารคาม การพบปะกันในครั้งนี้ทำให้ชีวิตของศิริพรเปลี่ยนไป [3]

ศิริพรเริ่มมีผลงานอัดเสียง โดยเริ่มเข้าไปอัดเสียงกับค่ายกรุงไทยออดิโอ โดยครูดอย อินทนนน์ เป็นผู้เปลี่ยนชื่อให้เธอใหม่ นั่นคือ“ศิริพร อำไพพงษ์” ศิริพรให้สัมภาษณ์ว่า“ชื่อจริงชื่อศิริมา เปลี่ยนเป็นพร อาจารย์ดอย อินทนนน์ บอกว่า เอามาออก ไม่รู้อะไรจะมาบ้าง ถ้ามาดีก็ดีไป ตอนที่มาอัดใหม่ ๆ ก็เอาเป็นศิริพร… นามสกุล อำเคน ที่นี้การตั้งชื่อนักร้อง ต้องให้คล้องจอง นามสกุลต้องสละสะสวยหน่อย ศิริพร อำไพพงษ์ บ้านป่าขาดอนอะไรแบบนี้” [4]

อาจารย์นคร แดนสารคาม ชอบน้ำเสียงของศิริพรจึงนำกลอนให้ร้องและพาเข้าสู่วงการ อัดเพลงชุดแรกที่มีชื่อว่า “สาวภูพานรำพึง” ตามด้วยชุดที่ 2 “พบรักที่หัวลำโพง” ผู้ฟังเริ่มชอบเสียงโดยเฉพาะเพลง “วาสนาดอกหญ้า” ที่เป็นเพลงเด่นกลอนดี จากนั้นจึงเริ่มอัดเสียงติดต่อกันรวดเดียว ชุดที่ 3 “ทุ่งร้างนางคอย” ชุดที่ 4 “น้องนกอกหัก” ชุดที่ 5 “อดีตรักหนองหาน” ผลการประพันธ์ของไก่ฟ้า ดาวดวง [5]

ศิริพรให้สัมภาษณ์บอกเล่าชีวิตในช่วงเวลานั้นว่า “ช่วงที่ทำวงกับที่บ้าน รายได้ก็ไม่มากทั้งวงได้เงินแค่สามพัน ห้าพัน ก็พอประทังอยู่ไป พอมีโอกาสทำเพลงชุด ‘พบรักที่หัวลำโพง’ แม้จะมีชื่อขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่โด่งดังอะไร ทำต่อไปอีก 5 ชุด รู้สึกว่าไม่มีอะไรดีขึ้น จึงคิดจะเลิกร้องเพลง” [6]

ดวงยังขัด

เมื่อเธอกำลังย่างเข้าสู่วัยเบญจเพส ศิริพรสูญเสียพ่อด้วยโรคมะเร็ง เธอจึงหันหลังให้กับหมอลำและการแสดง ไม่ได้ออกไปร้องเพลงเป็นเวลากว่า 3 ปีเต็ม โดยกลับไปทำนาที่บ้าน ศิริพรชอบทำนา เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ทำเพราะอยากทำ สนุกดี ชอบดำนากับสายฝน นางเป็นคนชอบน้ำฝน มันชื่นใจ ทำให้ไม่เหนื่อย และได้ความรู้สึกเก่า ๆ ทำให้มีความสุข” [7]

แต่แล้วชะตาชีวิตก็เปลี่ยนอีกครั้ง ในเย็นวันหนึ่งขณะที่ศิริพรกำลังเกี่ยวข้าว ครูเพลงที่เคยร่วมงานกันมาแต่ก่อนอย่าง ไก่ฟ้า ดาวดวง ชักชวนเธอให้ไปร้องเพลงในงานกฐินที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ เฮียเล็ก ชอบหมอลำมาก จึงชักชวนไปร้องเอาเงิน ปรากฏว่าศิริพรได้พวงมาลัยคล้องคอราว 30,000 บาท ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก “หยุดไป 3 ปี พี่ไก่ฟ้า ดาวดวง เขาเป็นนักจัดรายการก็มาหา บอกให้ไปร้องเพลง เราคิดว่าดีกว่าไม่มีอะไร” [8]

ชีวิตของศิริพรพลิกผัน หลังจากได้พบกับเฮียเล็ก ซึ่งได้สนับสนุนศิริพรให้กลับคืนวงการอีกครั้ง และออกผลงานเพลงชุด “อาลัยรักที่ชุมพร” เมื่อราว พ.ศ. 2533 อย่างไรก็ตาม เพลงหมอลำในช่วงเวลานั้นกำลังได้รับความนิยมสูงมาก ทั้งจินตหรา พูนลาภ, สาธิต ทองจันทร์ และเดือนเพ็ญ อํานวยพร เพลงของศิริพรจึงไม่ฮิตติดลมบนเท่านักร้องคนอื่น ศิริพรให้สัมภาษณ์“ดวงเรายังขัดอยู่… การที่จะแหวกตลาดยากมาก เพราะหมอลำตอนนั้นบูมมาก ๆ” [9]

โบว์รักสีดำ-ปริญญาใจ

หลังจากผลเพลงชุด “อาลัยรักที่ชุมพร” จึงทำต่อมาอีก 3 ชุด แล้วจึงไปทำผลงานเพลงชุด “โบว์รักสีดำ” กับค่ายพีจีเอ็ม ศิริพรเล่าถึงเพลงนี้ว่า “เพลงมันยาวมาก มันเป็นกลอนลำประยุกต์ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ได้คิด (ว่าจะดัง) แต่ว่าคนที่แต่งเขาดูลายมือให้… เขาบอกว่ายังไงก็ดัง อาจารย์สุพรรณ ชื่นชม มั่นใจทั้งเพลงและลายมือ เพราะเขาเป็นนักแต่งอยู่แล้ว เขาแต่งให้นักร้องดังหลายคน” [10]

โบว์รักสีดำส่งให้ชื่อของศิริพรโด่งดังเป็นพลุแตก ไปที่ไหนผู้คนแห่ตามมาดูถล่มทลาย เทปขายดีระเบิด วงดนตรีรับงานจนไม่มีเวลาพัก [11] เดินสายรับงานเดือนหนึ่งกว่า 40 งาน ศิริพรกล่าวถึงเพลงโบว์รักสีดำว่าเป็นเพลงที่พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ

หลังจากโด่งดังจากเพลงโบว์รักสีดำ ศิริพรรู้สึกท้อถอย เกิดอาการเบื่อ และคิดจะเลิกร้องเพลงอีกครั้ง แม้ว่าเพลงโบว์รักสีดำจะยังคงเป็นที่นิยมมาโดยเสมอก็ตาม ต่อมา ครูสลา คุณวุฒิ (ซึ่งแต่งเพลงล้างจานในงานแต่ง ให้ศิริพรตั้งแต่ตอนอยู่ค่ายพีจีเอ็ม) ชักชวนศิริพรเข้าสู่ค่ายแกรมมี่โกลด์ นั่นทำให้ชีวิตของศิริพรพลิกผัน (อีกครั้ง) จากผลงานเพลงปริญญาใจ ใน พ.ศ. 2543

จะเห็นได้ว่าตลอดชีวิตของนักร้องเมืองอุดรคนนี้ มีจังหวะขึ้นและลงเสมอ เคยล้มเลิกความตั้งใจร้องเพลงแต่ก็กลับมาสร้างชื่อเสียงโด่งดังได้อีกครั้ง ศิริพรเคยให้สัมภาษณ์ว่า“มันเหมือนชีวิตถูกลิขิตมาอยู่ตรงนี้ เพราะจะเลิกตั้ง 3-4 ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้เลิกสักที” [12]

ศิริพรกล่าวถึงความสำเร็จของเพลงปริญญาใจว่า “จริง ๆ ขายได้เยอะกว่านี้นะ แต่เขาจะบอกแค่ยอดกลม ๆ คือ หนึ่งล้านตลับ ส่วนตัวพี่เองก็ธรรมดา ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะพี่เป็นนักร้องมานาน ตอนโบว์รักสีดำก็ขายได้ถล่มทลาย ตอนนั้นเกินล้านตลับไปเยอะ พี่ก็เลยเฉย ๆ พี่รู้สึกเหมือนเป็นนักร้องใหม่อยู่เรื่อย (ยิ้ม) ตอนไปลงตลาด ยังไม่มีทีวีเปรี้ยงปร้างแบบนี้ ไปไหนคนก็แตกตื่น มากอด มาหอม มาถ่ายรูป มันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพี่ไปแล้ว” [13]

ศิริพร x Bodyslam

ชื่อของ “ศิริพร อำไพพงษ์” กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อเธอร่วมงานเพลงกับวง Bodyslam ในเพลงคิดฮอด เมื่อ พ.ศ. 2553 ศิริพรเล่าเบื้อหลังเพลงนี้ว่า

“เขา (อาทิวราห์ คงมาลัย-ตูน) เป็นคนเล่าให้เราฟัง… ตอนนั้นเขาหยุดไป หยุดไปกี่ปีก็ไม่รู้ เขาจะเริ่มมาอัดใหม่ เขาก็หาเพลงที่จะมาเป็นอัลบัมในชุดนี้ ในชุดคราม เขาก็ไปหาลำตัด ลำฉ่อย ลิเก สารพัดสารเพ แล้วมาเปิดเทียบกัน… เขาก็ทำเป็นดนตรีออกมานิด ๆ หน่อย ๆ พ่อเขาก็ช่วยคิดด้วย แต่น้องตูนเขาบอกว่า ตอนที่เขายังเป็นเด็กอยู่ ยังไปโรงเรียน พอเขาเปิดเพลงนี้ โบว์รักสีดำให้ฟัง ประจำ เขาชอบดนตรี” [14] อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีเพลงโบว์รักสีดำในวันนั้น ก็คงไม่มีเพลงคิดฮอดในวันนี้

เพลงโบว์รักสีดำเป็นเพลงที่สร้างชื่อให้ “ศิริพร อำไพพงษ์” โด่งดังเป็นพลุแตก ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2564 เพลงนี้ก็มีอายุครบ 30 ปี ผูกใจคนไทยจนได้รับความนิยมมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เพลงโบว์รักสีดำเป็นเพลงอมตะ เป็นเพลงในตำนาน ก็คงไม่กล่าวเกินจริงไปนัก

 

อ้างอิง

[1] [13] ณ ชล. (พฤศจิกายน, 2558) ปรากฏการณ์อีสานพันล้าน ศิริพร อำไพพงษ์ และ ตั๊กแตน ชลดา. ออล แม็กกาซีน. ปีที่ 10 : ฉบับที่ 7

[2] [3] [5] [11] กว่าจะมาเป็น ‘ศิริพร’ วันนี้. หนังสือพิมพ์มติชน 20 มีนาคม 2548

[4] [9] เพชรรามา ตอน ศิริพร อำไพพงษ์, จาก www.youtube.com/watch?v=cwgPNzX7h2Y&ab_channel=FreeTV

[6] [7] [8] [12] ศิริพร อำไพพงษ์ กับชีวิตที่ถูกขีดเส้น. หนังสือพิมพ์มติชน 9 สิงหาคม 2544.

[4] [10] [14] ตัวจริง นาง ศิริพร อำไพพงษ์, จาก www.youtube.com/watch?v=KXr4PSMWZV4&ab_channel=one31

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคม 2564

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...