โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สิ่งมีชีวิตบน ‘ดาวอังคาร’ เป้าหมายใหญ่เบื้องหลังภารกิจพิชิตดาวเคราะห์แดง !

BT Beartai

อัพเดต 21 ก.ค. 2563 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 11.12 น.
สิ่งมีชีวิตบน ‘ดาวอังคาร’ เป้าหมายใหญ่เบื้องหลังภารกิจพิชิตดาวเคราะห์แดง !

จากกำหนดการที่นานาชาติพากันมุ่งตะลุยไปสำรวจดาวอังคารตลอดทั้งเดือน ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้กันล่ะ แน่ละว่ามันอยู่ใกล้ แต่เหนืออื่นใดคือมันอาจตอบโจทย์การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เราตามหามานาน 

ตั้งแต่อดีตกาล มนุษย์ต่างมีคำถามหนึ่งอยู่ในใจ นั่นคือ ‘เรา’ สิ่งมีชีวิตบนโลกอยู่ในจักรวาลนี้อย่างโดดเดี่ยวหรือไม่ และหากมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ พวกเขาเหล่านั้นจะมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร ความสงสัยนี้นำมาสู่การค้นหาคำตอบผ่านองค์ความรู้หลายแขนง ทั้งการศึกษาชั้นบรรยากาศโลก การศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ องค์ความรู้ด้านชีวดาราศาสตร์ การใช้คลื่นวิทยุค้นหาสัญญาณต่าง ๆ นอกโลก ฯลฯ ซึ่งปลายทางล้วนแล้วแต่ให้องค์ความรู้กับเราว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ในเงื่อนไของค์ประกอบใดบ้าง 

ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้น ‘ดาวอังคาร’ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่เราจะทำการสำรวจในเชิงลึกมากกว่าดาวอื่น และในบรรดาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตมีอยู่หลายอย่าง ดาวอังคารก็มี ‘ร่องรอยสำคัญ’ ที่ดูเป็นรูปธรรมกว่าดาวอื่น ชักจูงให้ชาติที่มีงบประมาณยอมลงทุนไปตรวจค้น สิ่งนั้นก็คือ ‘น้ำ’

แผนที่แห่งสายธารบนดาวเคราะห์สีแดงกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต

นักดาราศาสตร์ทั้งหลายตั้งสมมติฐานกันมานานแล้วว่า พื้นผิวที่ขรุขระของดาวอังคารเกิดจากการไหลผ่านของน้ำหรือของเหลวเมื่อนานมาแล้ว ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 จิโอวานนี สเคียพาเรลิ (Giovanni Schiaparelli) และเพอร์ซิวาล โลเวลล์ (Percival Lowell) สังเกตเห็นเส้นที่ลากเป็นช่องเหมือนธารน้ำ และอีกหลายสิ่งที่ดูเหมือน “ริ้วคลื่น (wave of darkening)” ที่แปรผันเข้มขึ้นตามฤดูกาล มันเป็นรอยสีน้ำเงินและสีเขียวที่ปรากฎบนพื้นผิวของดาวเคราะห์สีแดงในฤดูร้อน และนั่นน่าจะเป็นหลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาจำเพาะของแต่ละปี

นักดาราศาสตร์ จิโอวานนี สเคียพาเรลิ ผลิตแผนที่ดาวอังคารนี้ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1888 บนแผนที่นี้ เขาใช้คำว่า canali ซึ่งมีความหมายว่า channels ในภาษาอังกฤษ และเพราะความคล้ายคลึงกับคำว่า canals ที่แปลว่าคลอง จึงเป็นที่เข้าใจกันไปว่า มันถูกสร้างด้วย Martians หรือชาวดาวอังคารที่อาศัยอยู่ที่นั่น Credit: Giovanni Schiaparell

อย่างไรก็ตาม ความหวังว่าดาวอังคารเป็นดินแดนอันอุดมนี้ได้สิ้นสุดลงในทศวรรษที่ 1960 เมื่อยานสำรวจมาริเนอร์ โพรบ (Mariner probes) ได้ส่งภาพถ่ายของพื้นผิวดาวอังคารที่มีรอยแตกและผุพังกลับมา สีสันที่ผู้สังเกตการณ์และนักทฤษฎีได้สันนิษฐานว่าเป็นสิ่งมีชีวิตนั้น กลับเป็นผลจากการกระเจิงแสง ในยามที่เกิดพายุฝุ่นไซโคลนเมื่อแถบน้ำแข็งขั้วโลกของดาวอังคารละลายในช่วงฤดูร้อน

และด้วยข้อมูลใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาในยุคปัจจุบัน นักชีวดาราศาสตร์ก็ได้ข้อสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ที่พื้นผิวของดาวอังคารซึ่งเต็มไปด้วยรังสียูวีในปริมาณมหาศาล เมื่อรวมเข้ากับเม็ดดินที่เจือปนไปด้วยสารเปอร์คลอเรตที่ทำให้น้ำมีจุดเยือกแข็งต่ำ จะทำให้เกิดสภาวะที่เป็นพิษ และนั่นไม่สอดคล้องต่อกระบวนการเกิดสิ่งมีชีวิตอย่างที่เราเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น ดาวอังคารยังปราศจากชั้นบรรยากาศหนา ซึ่งช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตจากการระเบิดของรังสีแกมมา (GRB) อันเป็นการระเบิดที่มีพลานุภาพที่สุดในเอกภพด้วย

GRBs: ระเบิดรังสีแกมมา ระเบิดที่ยับยั้งการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต

ราอุย คิเมเนซ (Raúl Jiménez) ศาสตราจารย์ด้านจักรวาลวิทยาและฟิสิกส์เชิงทฤษฎีที่มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา (University of Barcelona) ประเทศสเปน ได้สร้างแบบจำลองที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการระเบิดของรังสีแกมมา ที่มีต่อระบบดาวเคราะห์ทั่วกาแล็กซี รวมถึงโลกด้วย

คิเมเนซกล่าวว่า ทุก ๆ 500 ล้านปีหรือมากกว่านั้น มีโอกาสที่การระเบิดของรังสีแกมมาจะทำลายชั้นโอโซนของโลก  “แม้ว่าชั้นโอโซนของเราจะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อการระเบิดของรังสีภายนอกอย่างเช่น ดวงอาทิตย์ แต่หากเกิดการระเบิดของรังสีแกมมาใกล้ ๆ มันก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตได้” 

และนั่นหมายความว่าบนดาวเคราะห์ที่ไม่มีสิ่งปกป้องรังสีเช่นดาวอังคาร การระเบิดของรังสีแกมมาจะทำลายล้างสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อยู่บนพื้นผิวดาวไปหมด ดังนั้นแล้ว จุดหมายถัดไปที่น่าจะค้นหาร่องรอยของชีวิตบนดาวอังคารต่อ ก็คือค้นหาที่ใต้ดิน!

การค้นหาสิ่งมีชีวิตใต้พื้นผิวดาวอังคาร

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า การที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในชั้นหินของดาวอังคารนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตนั้นต้องมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เพื่อต่อสู่กับสภาวะสุดหิน ทั้งในเรื่องรังสี การกัดกร่อนของเคมี และวัฏจักรของแช่แข็งที่อาจส่งผลกับสารพันธุกรรมอันเปราะบาง และแม้มันอาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นอยู่บนโลกของเราจริง ๆ  

ยกตัวอย่างเช่น มีแบคทีเรียบางตัวในตระกูล Firmicutes phylum ที่เมื่อเผชิญกับสภาวะอันตรายพวกมันจะสร้างสปอร์หรือสร้างตัวเองซ้ำ ๆ อย่างรวดเร็ว กระบวนการสร้างสปอร์นี้ช่วยให้แบคทีเรียที่อยู่ในภาวะจำศีลสามารถทนต่อสภาวะแห้งแล้ง การปนเปื้อนกับสารเคมีที่กัดกร่อน และการแผ่รังสีที่รุนแรงเป็นเวลานานได้  และเมื่อกลับมาสู่สภาวะปกติ พวกมันก็ฟื้นคืนเป็นเซลล์พืชอีกครั้งและดำเนินชีวิตต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งนี่เป็นการคงอยู่แบบสุดขั้วที่มีอยู่จริง โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองฟื้นฟูสปอร์ที่อยู่ภายในท้องของผึ้งโบราณที่ฝังอยู่ในอำพันเมื่อ 40 ล้านปีก่อน 

แต่แม้เราจะพบสปอร์ที่มีลักษณะดังกล่าวในชั้นหินของดาวอังคาร ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจุดกำเนิดบนดาวอังคารเสมอไป เพราะหลังจากการไปลงจอดของยานโซเวียตในทศวรรษที่ 1960 มนุษยชาติก็ส่งทั้งยานสำรวจและวัตถุต่าง ๆ จากโลกไปรุกล้ำพื้นผิวดาวอังคารอีกหลายครั้ง จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้ดินบนดาวเคราะห์สีแดงนี้ปนเปื้อนไปด้วยสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตบนโลกอีกที และที่เป็นไปได้มากกว่านั้นคือ มันอาจจะมาจากโลกของเราหรือดาวเคราะห์ดวงอื่น ในยามที่เกิดการพุ่งชนของอุกกาบาตครั้งใหญ่ในอดีต

การเกิดขึ้นครั้งที่ 2 ของสิ่งมีชีวิต

เดวิด แฟลนเนอรี (David Flannery) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ (Queensland University of Technology) ผู้มีสวนร่วมในภารกิจพิชิตดาวอังคารของยาน Perseverance ที่มีกำหนดเดินทางไปดาวอังคารในวันที่ 30 ก.ค.นี้ กล่าวว่า สำหรับเขาแล้ว คำถามที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ การพัฒนาของสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะของเรา ‘เคย’ เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่

เขาคิดว่า หากมันมีอยู่จริงก็น่าจะเกิดบนดาวอังคารนี่แหละ ถ้าไม่ใช่การค้นพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีตจากก้อนหิน มันก็อาจเป็นไปได้ว่า จะยังคงมีสภาพแวดแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ใต้ดินนั่น!

ภาพจำลองแสดงพื้นผิวบนดาวอังคารในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับภาพพื้นผิวดาวอังคารในอดีตที่สิ่งมีชีวิตน่าจะอาศัยอยู่ได้ Credit: NASA Goddard Space Flight Centre

“มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่า เคยมี ‘น้ำ’ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานของการก่อสร้างสิ่งมีชีวิต อยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร และหากมันเคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารเมื่อ 4 พันล้านปีก่อน ก็อาจเป็นไปได้ว่า พวกเราอาจพบหลักฐานที่บ่งชี้ถึง ‘พื้นที่’ ที่มีสภาวะที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่แยกจากพื้นผิวที่แห้งแล้งของดาวแดงนี้”

ภาพพื้นผิวบนดาวอังคารนี้ถ่ายโดยยานสำรวจ Reconnaissance ของนาซา ร่องรอยบนพื้นผิวนี้เกิดจากปฏิกิริยาที่หินมีต่อน้ำ เฉดสีชมพูและริ้วรอยของหินทำให้มันดูเหมือนผิวหนังของมังกร นาซาจึงตั้งชื่อภาพนี้ว่า “Dragon Scales of Mars” Credit: NASA

ตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุดของระบบนิเวศในลักษณะนี้คือสิ่งที่เรียกว่า ‘พื้นที่ลึกของโลกที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่’ (Earth’s deep biosphere) อันเป็นเครือข่ายของจุลินทรีย์ที่อยู่ในหินแข็งลึกลงไปประมาณ 10 กิโลเมตร (6 ไมล์) และเนื่องจากโลกและดาวอังคารมีประวัติการก่อตัวที่คล้ายคลึงกันในยุคแรกเริ่ม แฟลนเนอรีจึงบอกว่า “หากจะมองหาสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบสุริยะแล้วละก็ เป้าหมายแรกก็คือดาวอังคาร และการขุดเจาะลึกลงไป”

ในการขุดเจาะลงไปในชั้นแรก ๆ เราอาจได้พบสปอร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับธรณีวิทยาในยุคล่าสุด และเมื่อขุดลึกลงไปอีกก็อาจจะได้พบจุลินทรีย์พืชที่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะได้พบเจออะไร แฟลนเนอรีก็ยืนยันว่า ยาน Perseverance จะทำให้เราได้มีโอกาสตรวจสอบหินประเภทที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในยุคเริ่มแรกของดาวอังคาร เป็นครั้งแรก 

หากมีการค้นพบหลักฐานหรือสิ่งมีชีวิตนอกโลกขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ จะเป็นอย่างไร

เป็นไปได้สูงว่า การค้นพบนี้จะถูกเก็บเป็นความลับ อย่างน้อยที่สุดคือ เป็นความลับจนกว่าทุกรายละเอียดจะกระจ่างแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็คาดหวังว่า จะมีการประกาศออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้ทั่วกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยให้คลายความสงสัยของมวลมนุษยชาติลงบ้าง 

และการค้นพบนี้ก็คงจะช่วยให้มนุษยชาติถอยกลับมาเห็นภาพรวมและที่ยืนในเอกภพของเราได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งนั่นก็จะช่วยให้เรามองเห็นความสอดคล้องกลมกลืนกันของสรรพสิ่งมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาหนทางการใช้ชีวิตของพวกเราต่อไปในอนาคต 

อ้างอิง

Astronomy.com1

Astronomy.com2

เรื่องน่าสนใจ

In ข่าววิทยาการบทความเทคโนโลยี2 months ago

การเชื่อมต่อยานอวกาศ ความสำเร็จด้านวิศวกรรมขั้นสูงที่เยาวชนไทยก็สามารถทำได้!

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...