โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อดีตกษัตริย์สเปน ชู้รัก และเรื่องฉาวในราชสำนักที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

Khaosod

อัพเดต 22 ส.ค. 2563 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2563 เวลา 08.02 น.

อดีตกษัตริย์สเปน ชู้รัก และเรื่องฉาวในราชสำนักที่ไม่มีใครอยากพูดถึง - BBCไทย

  • ลินดา เพรสลีย์
  • บีบีซี นิวส์

เมื่อต้นเดือน ส.ค. ปี 2020 อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส แห่งสเปนทรงย้ายไปพำนักในต่างแดน หลังจากทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องธุรกรรมทางการเงินอันมิชอบ แต่ความรักและความศรัทธาที่คนสเปนมีต่อสถาบันกษัตริย์ของชาติได้เริ่มเสื่อมคลายลงมาตั้งแต่ปี 2012 หลังการเสด็จประพาสล่าช้างในแอฟริการ่วมกับ น.ส.คอรินนา ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ อดีตชู้รักของพระองค์

อดีตกษัตริย์สเปน ชู้รัก
  • อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส และ คอรินนา ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ในปี 2008 / CORINNA ZU SAYN-WITTGENSTEIN

ในบทความนี้ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีถึงความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตกษัตริย์สเปน และ "ของขวัญ" มูลค่าหลายล้านยูโรที่พระองค์พระราชทานแก่เธอ ตลอดจนการถูกข่มขู่คุกคามจากหน่วยสืบราชการลับของสเปน รวมทั้งเรื่องช้างตัวดังกล่าวที่จุดกระแสความไม่พอใจให้คนสเปนที่ออกมาเรียกร้องให้สมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ซึ่งเป็นกษัตริย์ของสเปนในขณะนั้นทรงสละราชสมบัติ

แม้ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ จะไม่ต้องการพูดถึงช้างตัวดังกล่าวที่อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงลั่นไกสังหารเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ปี 2012 มากนัก แต่สื่อมวลชนต่างรายงานว่ามันมีอายุ 50 ปี หนัก 5 ตัน และมีงายาวกว่า 1 เมตร

"ดิฉันไม่ทราบเลย" ที่ปรึกษาทางธุรกิจเชื้อสายเดนมาร์กที่เติบโตในเยอรมนีกล่าวเมื่อถูกถามถึงช้างตัวนั้น แม้เธอจะอยู่ร่วมในการเดินทางท่องเที่ยวแบบซาฟารีในประเทศบอตสวานา แต่เธออ้างว่าตนเองไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

อดีตกษัตริย์สเปน ชู้รัก
  • CORINNA ZU SAYN-WITTGENSTEIN

"ดิฉันเห็นมันหลังจากนั้น เพราะทุกคนต่างเข้าไปดูมัน" เธอเล่า "แต่ดิฉันเดินออกมา 2 นาทีหลังจากนั้น แม้ดิฉันจะเป็นนักล่าสัตว์ แต่ก็ไม่เคยล้มช้างมาก่อนในชีวิตและจะไม่มีวันทำเด็ดขาด สำหรับดิฉันการล่าสัตว์ครั้งนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่าสะเทือนใจ"

การเที่ยวชมสัตว์ป่าในบอตสวานาครั้งนั้นเป็นของขวัญที่อดีตกษัตริย์สเปนพระราชทานให้บุตรชายของ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ เนื่องในวันเกิดครบรอบ 10 ปีของเขา อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงใกล้ชิดสนิทสนมกับลูก ๆ ของเธอในช่วงที่ทั้งคู่คบหากันระหว่างปี 2004 - 2009 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ลับที่สาธารณชนสเปนยังไม่ล่วงรู้ในขณะนั้น นับแต่พระองค์อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีโซเฟียในปี 1962

"ดิฉันไม่ได้กระตือรือร้นกับการเดินทางครั้งนี้มากนัก" น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ เล่า "ดิฉันรู้สึกว่ากษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงพยายามทำให้ดิฉันกลับไปคืนดีกับพระองค์ และดิฉันก็ไม่อยากทำให้พระองค์ทรงเข้าใจผิดไป ดิฉันรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์เกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้"

ความกังวลของเธอได้กลายเป็นจริง เพราะช่วงก่อนรุ่งสางของวันที่ 13 เม.ย.ปี 2012 กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงหกล้มในกระโจมที่ประทับหรู ส่งผลให้กระดูกพระโสณี (สะโพก) ของพระองค์หัก

เมื่อพระองค์เสด็จนิวัตสเปน สื่อมวลชนต่างประโคมข่าวเรื่องการท่องเที่ยวแบบซาฟารีครั้งนั้นราวกับสิงโตหิวโหยที่เข้าขย้ำละมั่ง โดยการเปิดโปงเรื่องการล่าช้างยังเกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากเริ่มมีการสอบสวนคดีทุจริตต่อนายอิญากิ อูร์ดังการิน พระชามาดา (บุตรเขย) ซึ่งทำให้เขาถูกจำคุกมาจนถึงปัจจุบัน

ช่วงที่เกิดเรื่องดังกล่าวยังเป็นเวลาเดียวกับที่ประเทศสเปนกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย และมีอัตราการว่างงานสูงถึง 23% โดยหลังการผ่าตัด กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาล

เมื่อทรงถูกสื่อมวลชนถามถึงพระอาการ กษัตริย์สเปนที่ทรงใช้ไม้เท้าช่วยเดินได้ตรัสว่า "ข้าพเจ้าเสียใจ…ข้าพเจ้าทำผิดพลาดไปแล้ว และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก"

กษัตริย์สเปน ตรัสขออภัยต่อการประพาสล่าช้างในบอตสวานา

ในอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงเป็นที่เลื่อมใสของประชาชนจากการที่ทรงนำพาสเปนออกจากยุคเผด็จการเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย หลังการเสียชีวิตของนายพลฟรานซิสโก ฟรังโก ในปี 1975 และการที่ทรงช่วยยับยั้งความพยายามก่อรัฐประหารในปี 1981 ทว่าเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่อความนิยมในสถาบันกษัตริย์อย่างยิ่งยวด

นายโฆเซ อันโตนิโอ ซาร์ซาเฆยอส อดีตบรรณาธิการ ABC หนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาที่สนับสนุนราชวงศ์ของสเปน ระบุว่า "วิกฤตที่ปะทุขึ้นจากการประพาสบอตสวานาครั้งนั้นได้จุดประเด็นถกเถียงหลายเรื่อง"

"ประการแรกคือการที่กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงไม่ซื่อสัตย์ต่อสมเด็จพระราชินีโซเฟีย ประการที่สองคือ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปยังประเทศที่สเปนไม่มีผู้แทนทางการทูต ทำให้พระองค์ในฐานะประมุขแห่งรัฐ ทรงอยู่นอกสายตาของรัฐบาลสเปน และประการที่สามคือนี่เป็นการเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก พวกเราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส"

อดีตกษัตริย์สเปน ชู้รัก
  • อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส และ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ที่พิธีมอบรางวัลแห่งหนึ่งในนครบาร์เซโลนา ปี 2006 / ALAMY

กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส และ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ รู้จักกันที่งานสังสรรค์ซึ่งมีการยิงปืนล่าสัตว์งานหนึ่งในเดือน ก.พ. ปี 2004

เธอเล่าว่าตอนนั้นกษัตริย์สเปนทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระแสงปืนของพระองค์ "ดิฉันมีความรู้เรื่องปืนอยู่พอสมควร จึงอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น…ดิฉันคิดว่าพระองค์ทรงประหลาดใจทีเดียว"

จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น

"เราพูดคุยกันทางโทรศัพท์อยู่ 2-3 เดือน…เดทแรกเกิดขึ้นช่วงต้นฤดูร้อนปีนั้น เราหัวเราะด้วยกันตลอด เราเข้ากันได้ดีในหลายเรื่อง และมีความสนใจแบบเดียวกันในหลายด้าน เช่น การเมือง ประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย และไวน์…"

"ตอนนั้นดิฉันอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน โดยเพิ่งจะเริ่มทำบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจของตัวเอง และดิฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง ดังนั้นเราทั้งคู่จะนัดพบกันที่กระท่อมหลังเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในกรุงมาดริด และออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน"

"ปีแรกเป็นช่วงที่ยากลำบาก เพราะดิฉันงานยุ่งมาก และพระองค์ก็ทรงงานเต็มเวลา แต่จะทรงโทรศัพท์หาดิฉันถึงวันละ 10 ครั้ง มันเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจัง และลึกซึ้งตั้งแต่ต้น"

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ได้เอ่ยถามกษัตริย์สเปนว่าสมเด็จพระราชินีโซเฟียจะทรงคิดเห็นอย่างไรต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้

"พระองค์ตรัสว่า ทรงมีข้อตกลงระหว่างกันในการทำหน้าที่กษัตริย์และราชินี แต่ทั้งสองพระองค์ต่างมีชีวิตที่แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง และตอนนั้นกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงเพิ่งจะยุติความสัมพันธ์เกือบ 20 ปีกับสตรีอีกคน ซึ่งมีความสำคัญมากในชีวิตและจิตใจของพระองค์"

อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีโซเฟีย ตั้งแต่ปี 1962

กษัตริย์สเปน และน.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเธอได้ใช้เวลาร่วมกับพระสหายของพระองค์ รวมทั้งยังได้พบกับพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระองค์

ในปี 2009 กษัตริย์สเปนเสด็จฯ ไปพบบิดาของเธอ

"พ่อโทรหาดิฉัน และบอกว่าพระองค์ได้เสด็จฯ ไปพบและตรัสกับท่านว่า ทรงหลงรักดิฉันมาก และมีพระประสงค์จะแต่งงานด้วย"

"พระองค์ทรงบอกพ่อว่าคงยังไม่สามารถทำได้ในทันที และอาจต้องใช้เวลา ทรงอยากให้พ่อรับรู้ว่าทรงจริงจังกับดิฉันมากเพียงใด"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ระบุว่า กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส เสด็จฯ ไปพบพ่อของเธอหลังจากพระองค์ทรงขอเธอแต่งงานไปแล้วก่อนหน้านี้

"แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตื้นตันใจเมื่อเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น และดิฉันก็รักพระองค์อย่างลึกซึ้ง แต่ดิฉันคาดการณ์ในฐานะนักยุทธศาสตร์การเมืองว่านี่จะเป็นเรื่องที่ยากมาก และอาจสั่นคลอนสถาบันกษัตริย์สเปน"

"ดังนั้นดิฉันจึงไม่เคยสนับสนุนมัน แต่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความจริงจังในความสัมพันธ์ครั้งนี้มากกว่าจะพยายามทำให้การแต่งงานเกิดขึ้นจริง"

แต่ความรักอันหวานชื่นของทั้งคู่ได้จบลงในปีเดียวกันนั้น

Juan Carlos and Corinna zu Sayn-Wittgenstein at an awards ceremony in Barcelona in 2006

"พ่อของดิฉันป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนและมีเวลาเหลืออยู่เพียงไม่กี่เดือน" นักธุรกิจหญิงเชื้อสายเดนมาร์กเล่า "ดิฉันจึงตัดสินใจใช้เวลาอยู่กับท่าน เราสนิทกันมาก แต่แล้วดิฉันก็พบกับเรื่องสุดช็อก เพราะหลังจากงานศพพ่อ กษัตริย์สเปนทรงบอกดิฉันว่าพระองค์กำลังมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคนมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว"

"มันทำให้ดิฉันหัวใจสลาย มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ดิฉันคาดคิด ดิฉันต้องการกำลังใจอย่างมากหลังจากการเสียชีวิตของพ่อ แต่ข่าวนี้ได้สร้างความสะเทือนอารมณ์ให้แก่ฉันมาก ดิฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ หลังจากที่พระองค์ทรงขอแต่งงาน และเสด็จฯ ไปพบพ่อของดิฉัน มันทำให้ดิฉันล้มป่วยไปหลายเดือน"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ บอกว่าตอนนั้นเธอเชื่อว่านอกจากสมเด็จพระราชินีโซเฟียแล้ว เธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงมีความสัมพันธ์ด้วย

"ดิฉันพูดชัดเจนว่าจะไม่ยอมทนต่อการที่พระองค์จะทรงคบหากับหญิงอื่นไปพร้อม ๆ กัน"

"ดิฉันคิดว่าท้ายที่สุดพระองค์ทรงเสียพระทัยกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่สำหรับดิฉันแล้วมันเป็นสิ่งที่ดิฉันไม่สามารถก้าวข้ามไปได้"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ตามเสด็จกษัตริย์สเปนเยือนเยอรมนีในปี 2006

แม้ความรักจะจบลง แต่ทั้งคู่ยังคงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงสนิทสนมกับลูก ๆ ของ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ และช่วงปลายปี 2009 พระองค์ทรงขอพบกับเธอ

"พระองค์ทรงมีข่าวร้ายจะบอกดิฉัน ทรงได้รับการวินิจฉัยว่ามีก้อนเนื้อที่พระปัปผาสะ (ปอด) และทรงคิดว่าน่าจะเป็นมะเร็ง พระองค์ทรงกลัวมาก และตรัสว่าครอบครัวของพระองค์ยังไม่ทราบเรื่อง ตอนนั้นดิฉันไม่อยากทอดทิ้งพระองค์จึงทำหน้าที่เพื่อนผู้ทุ่มเทและซื่อสัตย์ในช่วงที่กำลังประชวร"

ตอนที่กษัตริย์สเปนทรงมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดในปี 2010 อดีตคู่รักเชื้อสายเดนมาร์กผู้นี้เล่าว่า พระองค์ทรงขอให้เธอไปอยู่เคียงข้างที่โรงพยาบาล

"ดิฉันนอนที่โซฟาข้างพระแท่น (เตียง) ก่อนที่การผ่าตัดจะเริ่มขึ้น เพราะพระองค์ทรงรู้สึกประหม่า…แต่ผลการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่ามันเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา"

จากนั้นครอบครัวของพระองค์ก็มาถึงที่โรงพยาบาล

"ดิฉันถูกขอให้ออกไปจากห้องอย่างกะทันหันโดยข้าราชบริพารที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรของพระองค์…ตอนที่สมเด็จพระราชินีโซเฟียและข้าราชบริพารบางคนได้รู้ว่ากษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงจริงจังกับดิฉันมากเพียงใด ความรู้สึกเป็นศัตรูก็เพิ่มสูงขึ้น"

แต่ถึงอย่างนั้น น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ บอกว่ามิตรภาพระหว่างเธอกับกษัตริย์สเปนยังคงดำเนินต่อไป

………………………..

นี่จึงนำไปสู่เหตุการณ์ในปี 2012 นั่นคือการท่องซาฟารีในประเทศบอตสวานา การฆ่าช้าง และการที่กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงหกล้มกระดูกพระโสณี (สะโพก) หัก

หลังจากนั้นไม่นาน เรื่องการล่าสัตว์ก็กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง และ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ก็เชื่อว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า

"ดิฉันคิดว่าข่าวการประพาสครั้งนี้คงจะรั่วไหลออกไปอยู่ดีไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่" เธอกล่าว "กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระชามาดา (บุตรเขย) และพระราชธิดาของพระองค์เริ่มปรากฏขึ้นในปลายปี 2011 และดิฉันคิดว่านั่นทำให้เกิดความเคลื่อนไหวของฝักฝ่ายต่าง ๆ ในหมู่ชนชั้นสูงและสมาชิกราชวงศ์"

"มีความพยายามในราชสำนักที่ต้องการขับกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสออกไป โดยการเร่งให้พระองค์สละราชสมบัติเร็วขึ้น" เธอระบุ

กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส เสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลหลังการผ่าตัดกระดูกพระโสณี เมื่อปี 2012

"นับตั้งแต่กลับจากการเดินทางครั้งนั้น ดิฉันก็ตกอยู่ภายใต้การสอดส่องอย่างเต็มรูปแบบ"

"นี่คือช่วงต้นของความพยายามป้ายสีให้ดิฉันกลายเป็น วอลลิส ซิมป์สัน และ เลดี้แมคเบธ ตัวละครอันชั่วร้ายที่หลอกล่อชายผู้แสนดีไปท่องเที่ยวในช่วงที่บ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ อ้างว่าหลังจากทริปดังกล่าว เธอก็เริ่มได้รับการติดต่อที่ไม่เป็นมิตรจากหน่วยข่าวกรองสเปน (CNI) ตั้งแต่การที่อะพาร์ตเมนต์ในประเทศโมนาโกถูกบุกรุกและรื้อค้นในช่วงที่เธอไม่อยู่

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ในปี 2019

หลังเกิดเหตุเธอได้ส่งข้อความถึงกษัตริย์สเปนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งพระองค์ตรัสว่าเป็นคนที่ไปคุ้มครองเธอจากบรรดาช่างภาพปาปารัสซี

"แต่หากพระองค์ทรงเป็นห่วงความปลอดภัยของดิฉันจริง ก็น่าจะทรงโทรศัพท์ถึงเจ้าชายอัลแบร์ (แห่งโมนาโก) พระสหายสนิท ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนของดิฉันมายาวนาน แล้วแจ้งว่า 'เรามีความกังวลเรื่องความปลอดภัย พระองค์จะช่วยดูแลที่พักของคอรินนาได้หรือไม่'"

แล้วผู้บุกรุกเหล่านี้ต้องการค้นหาอะไร

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ อ้างว่าเธอเองก็ไม่ทราบว่าพวกเขาต้องการค้นหาเอกสารอะไรในที่พักของเธอ

นอกจากนี้เธอเล่าว่ามีคนสะกดรอยตามเธอระหว่างเดินทางไปทำธุรกิจในบราซิล และเธอยังได้รับข้อความข่มขู่เอาชีวิตจากบุคคลนิรนาม ที่ระบุว่ามีอุโมงค์หลายแห่งบนเส้นทางระหว่างประเทศโมนาโกกับเมืองนีซของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงกรณีของไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ที่สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในอุโมงค์แห่งหนึ่งที่กรุงปารีส ส่วนอะพาร์ตเมนต์ในสวิตเซอร์แลนด์ของเธอก็มีคนนำหนังสือเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาไปวางไว้ในห้องนั่งเล่น

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ยังอ้างว่า ในปี 2012 นายเฟลิกซ์ ซานซ์ โรลดัน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสเปนในขณะนั้น ได้บุกไปหาเธอถึงที่บ้านพักในกรุงลอนดอน

"เขาพูดว่าถูกกษัตริย์สเปนส่งมา เพื่อเตือนไม่ให้ดิฉันพูดกับสื่อมวลชน"

"เขาบอกว่าหากดิฉันไม่ทำตามคำสั่งเหล่านี้ เขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของตัวดิฉันและลูก ๆ"

นายเฟลิกซ์ ซานซ์ โรลดัน ในปี 2017

บีบีซีพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์นายเฟลิกซ์ ซานซ์ โรลดัน (ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองสเปนแล้ว) ผ่านทาง CNI แต่ไม่ได้รับการตอบกลับใด ๆ ขณะที่บริษัท Iberdrola ของสเปนที่เขาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอยู่ก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือในการติดต่อเขา

เป็นที่ทราบกันดีว่านายเฟลิกซ์ ซานซ์ โรลดัน มีความใกล้ชิดกับกษัตริย์สเปนมาก

ดร.เฟอร์นันโด รูเอดา ผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยข่าวกรองสเปนของมหาวิทยาลัยวียันเอวา ระบุว่า "ตอนที่ เฟลิกซ์ ซานซ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ CNI มิตรภาพระหว่างทั้งสองก็แน่นแฟ้นขึ้น เขาปกป้องกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส อย่างที่สุด"

"แต่เฟลิกซ์ ซานซ์ ไม่ใช่หัวหน้า CNI คนแรกที่เตือนพระองค์ว่าความสัมพันธ์กับคอรินนาไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และคอรินนาก็ไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้" ดร.รูเอดา กล่าว

แล้วนักวิชาการผู้นี้คิดอย่างไรต่อคำกล่าวอ้างของ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์

ดร.รูเอดา บอกว่า "ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่"

"แต่มันก็ไม่ทำให้ผมประหลาดใจ เพราะหากหน่วยข่าวกรองเล็งเห็นว่ากำลังมีภัยคุกคามความมั่นคงของรัฐสเปน พวกเขาจะใช้กลไกทุกอย่างเพื่อให้ได้เอกสารสำคัญกลับคืนมา"

…………………..

แม้อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส จะทรงสละราชสมบัติให้กษัตริย์เฟลีเปที่ 6 พระราชโอรสในปี 2014 แต่พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง และมีการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศเพื่อการค้าและธุรกิจอยู่เสมอ โดยเฉพาะในประเทศแถบตะวันออกกลาง

สายสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับตะวันออกกลางนี้เองได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องและตรวจสอบอย่างหนัก โดยเฉพาะจากอัยการ ที่เริ่มเปิดการสอบสวนเรื่องนี้หลังจากมีการปล่อยเทปเสียงที่ตำรวจนอกแถวของสเปนนายหนึ่งได้บันทึกการสนทนาทั้งหมดของเขากับบรรดาบุคคลมีชื่อเสียง ซึ่งรวมถึง น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ด้วย

การเสด็จประพาสล่าช้างทำให้มีผู้ออกมาประท้วงจำนวนมาก และเรียกร้องให้สมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ซึ่งเป็นกษัตริย์ของสเปนในขณะนั้น ทรงสละราชสมบัติ

ในปี 2018 เทปเสียงดังกล่าวได้ถูกนำออกเผยแพร่ในสื่อสเปน โดยหนึ่งในนั้นเป็นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดถึงกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส เป็นภาษาสเปนว่า "พระองค์ได้เงินมาอย่างไรน่ะหรือ ? ทรงขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศอาหรับ…แล้วเสด็จกลับมาพร้อมกับเงินสดในกระเป๋าเอกสาร บางครั้งก็ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พระองค์ทรงมีเครื่องนับเงิน ดิฉันเห็นมากับตาตัวเอง"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการว่านั่นเป็นเสียงของเธอ แต่การเปิดโปงเทปเสียงเหล่านั้นก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง และเป็นตัวเร่งให้เปิดการสอบสวนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และในสเปน

การสอบสวนมุ่งเป้าไปที่เงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียพระองค์ก่อนได้พระราชทานให้อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ในปี 2008 เพื่อหาว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินสินบน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่กลุ่มบริษัทของสเปนได้สัญญาในการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจากเมืองเมดินาไปยังนครเมกกะ ในอีก 3 ปีต่อมาหรือไม่

โดยเงินก้อนดังกล่าวได้ถูกนำไปฝากไว้ในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิที่จดทะเบียนในประเทศปานามา ซึ่งอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงเป็นผู้รับผลประโยชน์

ส่วนเมื่อเดือน มิ.ย. อัยการที่ศาลสูงสุดของสเปน ประกาศเริ่มการสอบสวนอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส เป็นครั้งแรก เพื่อวินิจฉัยว่า พระองค์จะทรงถูกตั้งข้อหาจากอาชญากรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินจากซาอุดีอาระเบียหรือไม่ แต่การสอบสวนสามารถทำได้เฉพาะข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่พระองค์ทรงสละราชสมบัติในปี 2014 ซึ่งพระองค์สูญเสียการได้รับสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดี

เมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อดีตกษัตริย์ผู้นี้ทรงสร้างความตกตะลึงให้คนสเปนด้วยการประกาศย้ายออกไปพำนักในต่างแดน ซึ่งสำนักพระราชวังสเปนได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่าทรงพำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แล้ว น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ อยู่ตรงไหนในเรื่องนี้

Corinna zu Sayn-Wittgenstein in 2017

เธอคือ 1 ใน 3 บุคคลผู้เกี่ยวข้องกับอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ที่กำลังถูกอัยการสวิตเซอร์แลนด์สอบสวน เพราะหลังเหตุการณ์ในบอตสวานาเมื่อปี 2012 กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงถ่ายโอนทรัพย์สิน 65 ล้านยูโร ที่เหลือจากเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ทรงได้รับจากกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียพระองค์ก่อนให้แก่เธอ

"ดิฉันประหลาดใจมาก เพราะมันเป็นของขวัญจากพระเมตตาอันใหญ่หลวง" น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ กล่าว "ในปี 2011 พระองค์เริ่มตรัสถึงการสิ้นพระชนม์และพระประสงค์ที่จะจากไปโดยที่มีการทำพินัยกรรม"

"พระองค์ยังตรัสว่ามีพระประสงค์จะดูแลดิฉัน แต่ไม่เคยมีการพูดถึงจำนวนเงิน พระองค์ทรงกังวลว่าครอบครัวของพระองค์จะไม่เคารพความประสงค์ของพระองค์"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ เล่าว่าเธอได้รับเงินดังกล่าวหลังเกิดเหตุการณ์บุกรุกและรื้อค้นอะพาร์ตเมนต์ของเธอในโมนาโก และการเยี่ยมเยือนจากหัวหน้า CNI

สำนักพระราชวังสเปนได้เปิดเผยว่าอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสทรงย้ายออกนอกประเทศไปพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หลังจากการโอนเงิน นักธุรกิจหญิงเชื้อสายเดนมาร์กผู้นี้ได้เดินทางไปกรุงมาดริดเพื่อขอบคุณกษัตริย์สเปน โดยเธอเล่าว่า พระองค์ตรัสกับเธอว่าทรงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ "ดิฉันคิดว่าพระองค์ทรงช็อกกับแรงกดดันที่ดิฉันได้รับ และความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เกิดขึ้น"

ในคำให้การที่เธอกล่าวต่ออัยการสวิตเซอร์แลนด์ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ ระบุว่า เธอเชื่อว่ากษัตริย์ฮวน คาร์ลอส พระราชทานเงินให้เธอโดยเสน่หา

"ดิฉันคิดว่ามันเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าดิฉันมีความหมายต่อพระองค์เพียงใด มันคือการขอบคุณสำหรับการเฝ้าดูแลพระองค์ในช่วงเวลาเลวร้ายที่สุด"

เธอยืนกรานว่ากษัตริย์สเปนไม่ได้ทรงพยายามซุกซ่อน หรือฟอกเงินก้อนนี้ด้วยการถ่ายโอนให้แก่เธอ แม้พระองค์จะทรงทวงเงินคืนในปี 2014 ก็ตาม แต่เธอเชื่อว่าที่ทรงทำเช่นนั้นเพราะไม่พอพระทัยที่เธอไม่ยอมกลับไปคืนดีกับพระองค์

"พระองค์ยืนยันต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนในสวิตเซอร์แลนด์ว่าทรงไม่เคยทวงเงินคืน และดิฉันไม่ได้ถือครองเงินแทนพระองค์"

น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ เชื่อว่าการที่สังคมยังคงจับจ้องในตัวเธอและเงินก้อนดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของ CNI หน่วยงานด้านข่าวกรองของสเปน พร้อมชี้ว่าการคุกคามไม่เคยหยุดหย่อน และมีแต่จะรุนแรงขึ้น

เธอได้แสดงให้บีบีซีดูหมายเลขการแจ้งเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการคุกคามเธอในสหราชอาณาจักรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ดร.รูเอดา ผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยข่าวกรองสเปน ตั้งคำถามต่อข้อกล่าวอ้างดังกล่าว

"มันไม่มีเหตุผลที่หน่วยสืบราชการลับของสเปนจะตามคุกคามเธอในสหราชอาณาจักรหลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ได้ถูกเปิดโปงสู่สาธารณชนไปแล้ว สิ่งที่เธอกำลังทำคือการปกป้องตัวเอง และแสดงว่าเธอเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำ" เขาแสดงความเห็น

  • ดร.เฟอร์นันโด รูเอดา ผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยข่าวกรองสเปน ตั้งคำถามต่อข้อกล่าวอ้างการถูกคุกคามของ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ / PAU SANCLEMENTE

"ปัญหาของคอรินนาคือเธอกำลังเผชิญการดำเนินคดีทางกฎหมาย และเธอพยายามอธิบายและสร้างความชอบธรรมในการที่เธอได้เงิน 65 ล้านยูโร เธออาจถูกตั้งข้อหา แต่กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส จะไม่ทรงถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายสเปน"

แม้จะต้องเผชิญปัญหาทางกฎหมาย แต่ น.ส.ซู ซาย์น-วิตต์เก็นสไตน์ บอกว่าเธอไม่เคยเคลือบแคลงใจในความสัมพันธ์ช่วงต้นที่มีกับอดีตกษัตริย์สเปน

"ดิฉันไม่เสียใจเลยกับการมีความสัมพันธ์กับ ฮวน คาร์ลอส" เธอบอก "ดิฉันมีความรู้สึกอย่างแท้จริงต่อพระองค์ และเสียใจมากที่มันออกมาในรูปนี้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...