โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ติดลบ! ราคาน้ำมันดิ่งหนักรอบ 30 ปี WTI ปิดตลาด -37.63 ดอลลาร์/บาร์เรล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2563 เวลา 02.26 น.
REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานว่า ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าอ้างอิงของสหรัฐฯ West Texas Intermediate (WTI) เดือน พ.ค.2563 ที่จะหมดอายุในวันนี้ ราคาดิ่งจาก 17.69 ไปที่ระดับ 7.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (-54.89%) ต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ ปี 2529

อีกทั้ง Spread ราคาระหว่างซีรี่ย์ พ.ค. กับ มิ.ย. 2563 ยังกว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย เหตุจากความกังวลเรื่องการใช้น้ำมันที่ลดลงเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทั่วโลก แม้ว่า OPEC และพันธมิตรจะมีข้อตกลงครั้งใหญ่ในการลดกำลังการผลิตเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการลด Supply ของน้ำมันทั้งโลกในวิกฤตครั้งนี้

ต่อมาราคาน้ำมันยังดิ่งต่อ โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI เดือน พ.ค. 2563 ล่าสุดราคาลงไปแตะ 2.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ติดลบกว่า 80%

ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ WTI สัญญาแรก (BBG: CL1) เดือน พ.ค. ที่จะครบกำหนดในวันที่ 21 เม.ย. 63 ล่าสุดปรับลดลงกว่า 300% dod ไปติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ภายหลังที่ทาง Chicago Mercantile Exchange (CME) กล่าวว่าเป็นไปได้ที่จะมีการซื้อขายที่ราคาติดลบ โดยราคาต่ำสุดอยู่ที่ -40.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปิดที่ระดับ -37.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงท่ามกลางปริมาณธุรกรรมที่ค่อนข้างบาง (ปริมาณธุรกรรมสัญญาเดือน พ.ค. อยู่ที่ 126,400 เทียบกับสัญญาเดือน มิ.ย. ที่ใกล้ระดับ 800,000 สัญญา) จากอุปสงค์และอุปทานในตลาดซื้อขายจริงของน้ำมันดิบที่ไม่สมดุลกันโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ที่อุปสงค์ปรับลดอย่างรุนแรงจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หดตัวลงมากในช่วงวิกฤต COVID-19

ในขณะที่อุปทานในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง จน capacity ในสหรัฐฯ สำหรับการจัดเก็บน้ำมันดิบทั้งที่เมือง Cushing รัฐ Oklahoma ซึ่งเป็น delivery point ของ WTI และที่กลั่นแล้ว (refined oil) กำลังจะเกินขีดความสามารถ (นักวิเคราะห์คาดว่าจะเต็มในเดือน พ.ค.) ทำให้ผู้ซื้อโดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันที่มีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บน้ำมันมากกว่า ไม่ต้องการรับมอบน้ำมันดิบและ roll over สัญญาออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการรับส่งมอบที่มีต้นทุนในการจัดเก็บ สะท้อนได้จากราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI สัญญาแรก (1st contract) ที่ลดต่ำกว่าสัญญาซื้อขายเดือนหลังๆ (2nd contract และสัญญาที่ไกลออกไป) มากเป็นประวัติการณ์ (ภาวะ contango มากที่สุดเป็นประวัติการณ์)

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตีความได้ว่าราคาน้ำมันดิบในอนาคตที่สะท้อนความคาดการณ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกอาจไม่ได้แย่เท่ากับที่สะท้อนด้วยราคาปัจจุบัน เช่นเดียวกับการตีความผ่านราคาสัญญาแรกของน้ำมันดิบ Brent (1st contract) ที่วันนี้ไม่ได้ปรับลดลงรุนแรงเท่าราคา WTI เช่นกัน

ส่วนหนึ่งเนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันในแถบยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางที่มีความยืดหยุ่นในการขนส่งน้ำมันจากแหล่งผลิตไปยังตลาดได้มากกว่าทั้งทางภาคพื้นดิน หรือทางทะเล สวนทางกับผู้ผลิตและผู้กลั่นน้ำมันในหลายแห่งของสหรัฐฯ ที่หลายที่เป็น landlocked อาทิ ในแถบ Midwest ที่ต้องพึ่งพาการขนส่งตามท่อหรือทางรถไฟไปยังตลาด และมีข้อจำกัดในการหา storage เพิ่ม โดยวันนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลง 7.59% มาปิดที่ 25.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ WTI กับ Brent สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ด้าน บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบปิดวานนี้ปรับตัวลงทุกตลาด โดยเฉพาะดัชนี้อ้างอิงในสหรัฐฯ WTI ที่ปรับตัวลดลงมีนัยยะอยู่ที่ -37.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล หรือลดลง -306% dod เพราะเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของราคาน้ำมัน Future เดือน พ.ค. จึงต้องมีการปิด position ซึ่งอาจมีการเก็งกำไรก่อนหน้ามากเกินไป ทำให้มีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นลักษณะของการซื้อขาย Future ทั่วไป

ดังนั้นถือเป็น sentiment เชิงลบช่วงสั้นต่อกลุ่มน้ำมัน เพราะเป็นการปรับตัวลดลงแรงเป็นประวัติการณ์ แต่ทั้งนี้ในวันนี้การซื้อขายน้ำมันดิบอ้างอิง WTI ก็จะเปลี่ยนเป็นการซื้อขายด้วยสัญญาใหม่ของเดือน มิ.ย. ซึ่งราคาล่าสุดเช้านี้ก็กลับมาอยู่ในกรอบปกติ 21-22 เหรียญฯต่อบาร์เรล อีกทั้งหากพิจารณาราคาปิดน้ำมันดิบอ้างอิงตลาดอื่นๆ อาทิ Brent และ Dubai พบว่าการปรับตัวลดลงยังคงอยู่ในกรอบตามปกติ

โดยเบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงอิงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2563 ที่ 40 เหรียญฯต่อบาร์เรล (ภายใต้ YTD ที่ 47.5 เหรียญฯ) แต่หากมีการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบลดลงทุก 5 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในระยะยาว จะกระทบมูลค่าพื้นฐาน PTTEP และ PTT ราว 10-12 และ 2-3 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ

สำหรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมันทั้ง PTT และ PTTEP นั้น ในภาพระยะยาวยังคงแนะนำซื้อ ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 42 และ 100 บาทต่อหุ้น แต่ในช่วงสั้นนั้นราคาหุ้นอาจยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงจากความต้องการใช้ที่หดตัวอย่างรุนแรง ดังนั้นการเข้าลงทุนอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น หาจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว

ช่วงเช้า 07.46 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX ดีดตัวขึ้น 38.19 ดอลลาร์ หรือ 101.49% แตะที่ระดับ 56 เซนต์/บาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...