โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบ 1 ปี สงครามรัสเซีย-ยูเครน การต่อสู้ยังไม่จบ แต่ธรรมชาติยิ่งแย่

Environman

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 12.00 น.

ครบรอบสงครามรัสเซีย-ยูเครน 1 ปี ยังไม่มีใครชนะ แต่ผู้แพ้คือสิ่งแวดล้อม เหยื่อที่ไม่เคยได้รับความสนใจและถูกทำร้ายมาตลอด ระบบนิเวศอันโดดเด่นอายุ 100 ล้านปีกลับถูกระเบิดอย่างไร้ความเมตตาใน 1 ปี สงครามนี้ก่อมลพิษและสร้างบาดแผลอันเจ็บปวดอะไรให้ธรรมชาติบ้าง?

ควันพิษ แม่น้ำที่ปนเปื้อน ดินที่ไม่คุณภาพ ต้นไม้เหลือแต่ตอ ไม้ที่ไหม้เกรียม เขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่เต็มไปด้วยหลุมระเบิด ความเสียเหล่านี้กำลังถูกรวบรวมเป็นข้อมูลเพื่อชี้ให้เห็นว่า ธรรมชาติ ก็คือเหยื่ออีกรายหนึ่งที่ไม่มีปากมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และผู้รุกรานจะต้องถูกลงโทษในฐานะก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อม

การสืบส่วนอย่างถี่ถ้วนโดยนักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ และนักกฎหมายกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งแรกในโลกของเราที่มีการพิจารณาเกี่ยวกับผลทางสิ่งแวดล้อมจากที่เคยคิดว่าไม่สามารถคำนวณได้ มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 1.75 หมื่นล้านบาท นั่นเป็นเรื่องจำนวนเงิน แต่สิ่งที่เป็นบาดแผลใหญ่คือลักษณะธรรมชาติอันโดดเด่นที่อาจไม่มีวันกลับคืน

ระเบิดกว่า 320,104 ลูกและจะมากขึ้นไปอีกถูกใช้ทำลายพื้นดิน ป่า ไม้ รวมไปถึงภูมิประเทศ เศษโลหะกว่า 230,000 ตันจากรถถังและอุปกรณ์ทางทหารอื่น ๆ กลายเป็นขยะ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ 160 แห่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ 16 แห่ง และชีวมณฑลอันโดดเด่นถูกคุกคามทำลายล้างอย่างหนัก มันผลักดันให้สัตว์และพืชกว่า 880 ชนิดเข้าใกล้คำว่าสูญพันธุ์ รวมไปถึงทุ่นระเบิดใต้ทะเลกำลังเสี่ยงต่อชีวิตสัตว์น้ำในนั้น

และ 1 ใน 3 ของที่ดินยูเครนไม่มีความพร้อมต่อการเพาะปลูกอีกต่อไป นั่นหมายความว่าจะต้องมีการถางป่าเพื่อพื้นที่สร้างปลูกพืช มันอาจดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อในสมัยสงครามโลก แต่ธรรมชาติกำลังกรีดร้องด้วยความจริง ไม่เพียงแค่ทหารเท่านั้นที่ใช้ความกล้าในการต่อสู้ ในตอนนี้ประชาชน มหาวิทยาลัย และองค์กรอนุรักษ์กำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

รวมถึง Kateryna Polyanska นักนิเวศวิทยาอายุ 20 ปีที่เดินทางไปทั่วยูเครน เพื่อเก็บตัวอย่างจากหลุมระเบิดและถ่ายภาพความเสียหาย หลายครั้งก็พบสัตว์ตัวน้อยถูกฆ่าตายระหว่างทาง บางพื้นที่ถูกไหม้เกรียม และหนึ่งในการทำลายธรรมชาติที่น่าตกใจที่สุดก็คือการทิ้งระเบิดที่เนินหินชอร์คโบราณ มันเป็นระบบนิเวศที่ไม่เหมือนใคร ก่อตัวขึ้นเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว แต่แล้วมนุษย์ก็ทำลายมันในสงคราม 1 ปี

“สงครามไม่ใช่แค่ผลกระทบโดยตรง แต่ยังเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราด้วย” เธอกล่าว Polyanska ทำงานให้กับองค์กร Environmental People Law ซึ่งรวบรวมนักวิทยาศาสตร์และนักกฎหมาย ภาคประชาสังคมและหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ เพื่อเก็บหลักฐานเอาผิดรัสเซียในศาลระหว่างประเทศ

นอกจากพื้นดินแล้ว สงครามยังสร้างมลพิษในอากาศ การโจมตีศูนย์กลางโรงงานอุตสาหกรรมได้ปล่อยควันสารเคมีที่เป็นพิษสู่อากาศ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนมอนออกไซด์ หรือไนโตรเจนออกไซด์ และมันก็ได้เผาป่าไปกว่า 100,000 ไร่ ขณะที่ Yuliia Ovchynnykova ส.ส. ยูเครนและคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐสภา กล่าวเสริมว่า พื้นที่ป่ากว่า 12,500,000 ไร่ ถูกทำลาย จนระบบนิเวศไม่อาจค้ำจุนชีวิตได้อีกต่อไป

ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงสงคราม ขยะจะกองพะเนินและไม่มีใครจัดการตามปกติ น้ำเสียจะไหลลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย สิ่งปฏิกูลที่ไม่ผ่านการบำบัดจะหลุดรอดสู่ธรรมชาติ รวมไปถึงขยะทางเคมีต่าง ๆ ทำให้มีการปนเปื้อนมากขึ้น และไม่ใช่แค่ธรรมชาติ แต่มนุษย์ก็จะสัมผัสมันได้มากขึ้น

การทำร้ายสิ่งแวดล้อมด้านนี้ส่วนใหญ่ไม่มีรายงานในสื่อ ข่าว หรือหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะธรรมชาติไม่มีใครให้ติดต่อหรือร้องขอความช่วยเหลือ สิ่งแวดล้อมจึงกลายเป็นเหยื่อเงียบในสงคราม

ท้ายที่สุด สงครามนี้ยังไม่มีใครชนะ และยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ ในตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครคือผู้แพ้ ไม่ว่าจะสงครามไหน ธรรมชาติก็คือผู้แพ้ที่ถูกทำให้เป็นแผลที่อาจจะรักษาไม่หาย และไม่ใช่แค่เพียงมนุษย์เท่านั้น แต่ทุกชีวิตทั้งสัตว์และพืชต่างก็มีสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดสารพิษ

เราหวังว่าความขัดแย้งนี้จะจบลงโดยเร็ว เพื่อเริ่มการฟื้นฟู ยิ่งเร็วยิ่งดี

ข้อมูลจาก

Ukraine wants to make Russia pay for environmental toll of war | CBC News

The ‘silent victim’: Ukraine counts war’s cost for nature | Ukraine | The Guardian

The toxic legacy of the Ukraine war - BBC Future

The war in Ukraine is an environmental catastrophe | The Union

Photo : Reuters/EPA/TheObservers

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...