โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หยางกุ้ยเฟย” สาวงามผู้นำเทรนด์การทาเล็บในจีน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 07.50 น.
ภาพวาด หญิงจีน ราชวงศ์หมิง

“หยางกุ้ยเฟย” สาวงามผู้นำเทรนด์การทาเล็บในจีน

ยุคนี้เราต่างเห็นใคร ๆ“ทาเล็บ” กันเป็นปกติ ทั้งสีพื้น ลวดลายการ์ตูน ติดตุ๊กตา หรือไล่สี ที่เรียกว่า “ออมเบร” เหล่านี้ล้วนสร้างความสวยงามให้กับปลายเล็บของเรา การทาเล็บปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ความงามของหลายชนชาติทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งสาว ๆ มีเคล็ดลับการทาเล็บให้สวยปังมาแล้วกว่าพันปี!

การ “ทาเล็บ” ของจีนมีจุดเริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้บุกเบิก แต่จากข้อความที่ปรากฏในหนังสือ “ว่าด้วยสรรพสิ่ง” ว่า “หยางกุ้ยเฟยทาทั้งเล็บมือเล็บเท้า เรียกว่าเทพธิดากระเรียนขาว หญิงในวังพากันเลียนแบบ” คาดคะเนได้ว่า หยางกุ้ยเฟย เป็นคนจุดกระแส หรือภาษาปัจจุบันอาจเรียกได้ว่าเป็น “ตัวแม่” นำเทรนด์การแต่งเล็บในช่วงเวลานั้น

เมื่อการทาเล็บเริ่มแพร่หลาย จึงเกิดการบันทึกหรือค้นหาวิธีต่าง ๆ เพื่อแต่งแต้มสีสันให้ตนเอง ตามหลักฐานหนังสือ “เปิ่นเฉ่ากังมู่ ว่าด้วยพืช” เล่ม 7 และเล่ม 14 หญิงสาวจีนตั้งแต่ราชวงศ์ถังเป็นต้นมาได้เลือกใช้ดอกเฟิ่งเซียน(ดอกเทียนดอกหรือดอกเทียนไทย) และ ดอกจื่อเจี่ย(ดอกเทียนกิ่ง) เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการทาเล็บ

ดอกเฟิ่งเซียน เป็นดอกไม้ที่มีสีแดงแบบดอกท้อ ผู้หญิงจีนสมัยนั้นจึงนิยมเอามาตกแต่งเล็บ โดยวิธีการนำบุปผาชนิดนี้มาทำเป็นอุปกรณ์เสริมความงามนั้นปรากฏในหนังสือ “นานาระสาระกุ่ยซิน” ของโจวมี่ สมัยราชวงศ์ซ่ง ว่า

“ดอกเฟิ่งเซียนมีสีแดง ใช้กลีบดอกบดละเอียด ใส่สารส้มเล็กน้อย ล้างเล็บให้สะอาดทาด้วยสีที่เตรียมไว้ ทาซ้ำหลายครั้ง ใช้ผ้าห่อข้ามคืน ทาครั้งแรกสีจาง ให้ทา 4-5 ครั้งจะมีสีแดงเหมือนครีมทาหน้า ล้างออกยาก ติดทนนับ 10 วัน แล้วค่อยๆ ลอกออก…ทุกวันนี้แม่เฒ่าอายุเจ็ดแปดสิบก็ยังทาเล็บ”

วิธีการดังกล่าวเมื่อได้ลองพินิจพิจารณาก็รู้สึกว่าคล้ายคลึงกับการทำเล็บในปัจจุบันที่ต้องมีการทาทับกันซ้ำ ๆ หลายครั้ง จนได้สีออกมาเข้มตามที่พอใจ

นอกจากเฟิ่งเซียนแล้วก็ยังมี ดอกจื่อเจี่ย ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการยกระดับความสวยงามของเล็บให้โดดเด่นยิ่งขึ้น จากบันทึก “เปิ่นเฉ่ากังมู่ ว่าด้วยเรื่องพืช” เล่มที่ 14 ที่บันทึกโดย หลี่สื้อเจิน สมัยราชวงศ์ซ่ง ได้อธิบายคุณสมบัติดังกล่าวไว้ว่า

“ดอกจื่อเจี่ย (เทียนกิ่ง) สีเหลืองกับสีขาว บานในฤดูร้อน กลิ่นคล้ายดอกกุ้ยฮวา (สารภีฝรั่งหรือดอกหอมหมื่นลี้) ใช้ทาเล็บดีกว่าดอกเฟิ่งเซียน”

ทว่าน่าเสียดายที่จื่อเจี่ยไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่ากับเฟิ่งเซียน เนื่องจากเป็นดอกไม้หายาก ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน

ความงามในการตกแต่งเล็บในสังคมจีนยังคงพัฒนาต่อไปไม่หยุดหย่อน เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังคริสต์ศตวรรษที่ 20 อุตสาหกรรมเคมีก็เข้ามายึดพื้นที่การทำเล็บแบบธรรมชาติมากขึ้น ก่อนจะกลายมาเป็นการทาสีเล็บในรูปแบบต่าง ๆ ที่รู้จักกันในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หลี่หยา. งามเพราะแต่ง ประวัติศาสตร์การประทินโฉมตำรับจีน. แปลโดย เรืองชัย รักศรีอักษร. กรุงเทพ: มติชน, 2564.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หยางกุ้ยเฟย” สาวงามผู้นำเทรนด์การทาเล็บในจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...