โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้กำกับหนัง ขุนพันธ์ 3 เปิดใจดราม่าโดนลดรอบฉาย รู้สึกแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้สู้

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มี.ค. 2566 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 07.10 น. • The Bangkok Insight

โขม ก้องเกียรติ ผู้กำกับหนัง ขุนพันธ์ 3 เปิดใจดราม่า โดนลดโรงลดรอบ ทั้งที่เพิ่งเข้าฉายได้ 3 วัน เผยรู้สึกแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้สู้

จากประเด็นดราม่าที่โรงหนังเมเจอร์ ได้จัดโปรโมชันลดราคาค่าตั๋ว และเพิ่มรอบหนังเรื่อง ทิดน้อย ที่เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 และลดโรงฉายหนังเรื่อง ขุนพันธ์ 3 หลังจากที่เข้าฉายได้ 3 วัน (เข้าฉายวันที่ 1 มีนาคม 2566) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา

โดย โขม ก้องเกียรติ ผู้กำกับหนัง ขุนพันธ์ 3 ได้ออกมาโพสต์ตัดพ้อ ระบุข้อความว่า “รู้สึกเป็นเกียรติไหมครับ รู้สึกชนะหรือเปล่า ภูมิใจใช่ไหม เล่าให้ญาติหรือคนที่รักฟังแล้วรู้สึกดีจริงไหม เกมนี้มันห่วยและเสร่อมาก ในฐานะคนทำหนัง ผมเสียใจและอายแทนพวกคุณจริง ๆ เราเดินลงจากเวทีคนละความรู้สึกแน่ ๆ ขอยกวงการนี้ให้พวกคุณไปเลยครับ เดินหน้าก็ยากจะทำให้ถอยหลังทำไม อย่าอ้างเกมธุรกิจ #RIPหนังไทย”

ล่าสุด โขม ก้องเกียรติ เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวกับทาง ทีมข่าวช่อง 3 โดยระบุ ว่า การที่ตัดสินใจโพสต์ ไม่ได้ต้องการทะเลาะกับทีมหนังเรื่องทิดน้อยตามที่หลายคนโยง แต่โพสต์ในฐานะของคนทำหนัง ที่รักวงการหนังไทย ที่โพสต์ไปยอมรับว่า มีอารมณ์น้อยใจบ้าง แต่เชื่อว่าหน้าที่ของตัวเองในการทำหนังจบลงตั้งแต่ผลิตหนังเสร็จ แล้วส่งชิ้นงานให้กับค่ายหนังแล้ว

แต่ที่ออกมาโพสต์ เพราะรู้สึกว่าหนังยังไม่ทันได้ทำงาน เพิ่งจะเข้าฉายไปได้ 3 วัน ก็ถูกลดโรงฉาย ทั้ง ๆ ที่กระแสหนังก็กำลังมา หนังเข้าฉายวันแรก วันพุธที่ 1 มีนาคม แต่กลับถูกโรงหนังที่เป็นข่าว ลดโรงฉายเหลือเพียง 2 โรงต่อวัน ในวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม ซึ่งส่วนตัวมองว่า ถ้าใครโดนแบบนี้ก็รู้สึกไม่ดีเป็นธรรมดา เพราะหนังยังไม่ได้ทำงานของตัวเองเลย เปรียบเสมือนนักกีฬาที่ฟิตซ้อมมาอย่างดี พอถึงเวลายังไม่ทันได้ขึ้นต่อสู้อย่างสมเกียรติ ก็ถูกตัดเหลือแขนข้างเดียว ขาข้างเดียวซะแล้ว รวมไปถึงประเด็นที่ทีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า หนังห่วงโรงเลยลดจำนวนฉาย อันนี้สุดแล้วแต่คนจะคิด เพราะความชื่นชอบแนวหนังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ยืนยันว่า อยากให้หนังมีเวลาทำงาน ทำหน้าที่ของมันในโรงภาพยนตร์ให้นานกว่านี้

ตลอดชีวิตทำหนังไทยมามากกว่า 20 เรื่อง ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ส่วนการวิจารณ์เรื่องหนังนั้นเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีทั้งคนที่ชื่นชอบและไม่ชอบผลงาน ชินแล้ว แต่กรณีที่แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้สู้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่เคยเจอมาก่อน ยืนยันว่าไม่ได้จะทะเลาะกับคนในวงการหนังไทยด้วยกัน เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เรื่องของการตลาด แต่อยากให้นึกถึงใจเขาใจเรา ตัวเองไม่ได้ติดใจเรื่องที่หนัง ทิดน้อย ลดราคาค่าตั๋ว หรือเพิ่มโรงฉาย แต่งงว่าทำไมต้องลดโรงตัดโอกาสของหนังเรื่องอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่กำลังจะไปได้ด้วยดี

ทั้งนี้ ในฐานะผู้กำกับหนัง คงทำอะไรไปได้ไม่มากกว่านี้ คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ในวงการภาพยนตร์ไทยปรึกษาหารือกัน เพื่ออนาคตของวงการหนังไทย หรือเพื่อคนทำหนังในเจเนอเรชั่นต่อ ๆ ไป จะได้มีกำลังใจ

ขอบคุณที่มา เรื่องเล่าเช้านี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...