โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความหวังของมนุษยชาติอาจขึ้นอยู่กับแมว เมื่อ DNA แมวกุมความลับที่จะช่วยสุขภาพมนุษย์ได้

Howl

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 00.30 น.

เมื่ออยู่ดีๆ แมวก็สำคัญต่อมนุษยชาติขึ้นมา

ในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์นั้น จะมีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาทั้งเรื่องยาและวิธีการรักษาโรคอยู่เสมอ โดยในเฟสการทดลองแรกๆ มักจะเป็นการศึกษาวิจัยในสัตว์ก่อน ซึ่งสัตว์ใกล้ตัวเราอย่างสุนัขและแมวก็ได้รับการศึกษาวิจัยด้วยเช่นกัน มาลองเดากันดีกว่าว่าระหว่างน้องหมากับน้องแมว เราศึกษาวิจัยอะไรมากกว่ากัน

คำตอบ คือ น้องหมา

อ้าว….หลายคนอาจแปลกใจเพราะจั่วหัวมาด้วยการวิจัยในแมว แต่ทำไมน้องหมาถึงได้รับการวิจัยมากกว่าล่ะ แต่ทว่าเทรนด์การวิจัยในสุนัขอาจจะไม่ใช่เทรนด์หลักอีกต่อไป เพราะตอนนี้นักวิจัยพบว่าการศึกษา DNA ในแมวนั้นสามารถต่อยอดประยุกต์ใช้ในมนุษย์ได้ดีกว่าน่ะสิ

คนที่ให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น Leslie Lyons ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพันธุกรรมในน้องแมวจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี เธอกล่าวว่า เหตุผลที่นักวิจัยส่วนใหญ่เลือกใช้น้องหมาเป็นต้นแบบในการศึกษา นั่นเป็นเพราะนักวิจัยหลายคนเชื่อว่าน้องหมามีความหลากหลายทางสายพันธุ์มากกว่า แต่แท้จริงแล้วเหตุผลนี้อาจเป็นอคติจากกลุ่มของนักวิจัยเอง อย่างไรก็ตามจากการทำงานวิจัยของเธอ เธอพบว่ามีเหตุผลมากมายที่การศึกษาวิจัยในน้องแมวจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโรคต่างๆ ในมนุษย์ได้

“ลักษณะทางพันธุกรรมของแมวมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์มาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเราสามารถใช้แมวเพื่อเป็นต้นแบบของการศึกษาโรคในมนุษย์ได้”

บทพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดข้อหนึ่งคือการใช้ยา Remdesivir ที่ปัจจุบันถูกใช้เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ COVID-19 ในมนุษย์ เดิมทียานี้ก็ได้รับการศึกษาและถูกใช้ครั้งแรกในการรักษาโรคในแมวเช่นกัน

Lyons ทำการศึกษาวิจัยเรื่องลักษณะทางพันธุกรรมในน้องแมวนี้ร่วมกับ Wes Warren และ William Murphy ทีมของเธอได้ทำการศึกษา เก็บตัวอย่างทั้งในแมวเลี้ยงทั่วไป ไปจนถึงสัตว์ตระกูลแมวในสวนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการหาความเชื่อมโยงของโรคมะเร็งในเสือปลา การตาบอดแต่กำเนิดในแมวตีนดำ โรคไตในแมวพัลลัส หรือโรคเกี่ยวกับตาในเสือดาวหิมะ นอกจากนี้แม้แต่ในแมวโบราณ อย่างซากมัมมี่แมวเอง ทางทีมของเธอก็ได้เข้าไปเพื่อทำการศึกษาหาความเชื่อมโยงของยีนในอดีตกับยีนในปัจจุบัน จนอาจกล่าวได้ว่าทุกวันนี้เธอสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่างานวิจัยหลากหลายงานในสุนัขแล้ว ทั้งนี้เธอยังให้ข้อมูลอีกว่าลักษณะทางพันธุกรรมในน้องแมวที่เธอทำการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาต่อในงานวิจัยทางการแพทย์ในมนุษย์

นี่เองจึงอาจเป็นก้าวใหม่ของวงการงานวิจัยที่จะหยิบจับเอาน้องแมวมาเป็นตัวอย่างในการศึกษา เพื่อที่จะพัฒนาองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในมนุษย์ได้ต่อไปในอนาคต

นี่เจ้าแมวของเรายังแอบซ่อนความลับไว้อีกกี่อย่างกันแน่เนี่ย

“จริงๆแล้ว… ผมเป็นแมวจรจัดนี่แหละฮะ”

อ้างอิงข้อมูล

https://www.nytimes.com/2021/07/28/science/cats-genome-health.html

#Howl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...