ความหวังของมนุษยชาติอาจขึ้นอยู่กับแมว เมื่อ DNA แมวกุมความลับที่จะช่วยสุขภาพมนุษย์ได้
เมื่ออยู่ดีๆ แมวก็สำคัญต่อมนุษยชาติขึ้นมา
ในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์นั้น จะมีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาทั้งเรื่องยาและวิธีการรักษาโรคอยู่เสมอ โดยในเฟสการทดลองแรกๆ มักจะเป็นการศึกษาวิจัยในสัตว์ก่อน ซึ่งสัตว์ใกล้ตัวเราอย่างสุนัขและแมวก็ได้รับการศึกษาวิจัยด้วยเช่นกัน มาลองเดากันดีกว่าว่าระหว่างน้องหมากับน้องแมว เราศึกษาวิจัยอะไรมากกว่ากัน
คำตอบ คือ น้องหมา
อ้าว….หลายคนอาจแปลกใจเพราะจั่วหัวมาด้วยการวิจัยในแมว แต่ทำไมน้องหมาถึงได้รับการวิจัยมากกว่าล่ะ แต่ทว่าเทรนด์การวิจัยในสุนัขอาจจะไม่ใช่เทรนด์หลักอีกต่อไป เพราะตอนนี้นักวิจัยพบว่าการศึกษา DNA ในแมวนั้นสามารถต่อยอดประยุกต์ใช้ในมนุษย์ได้ดีกว่าน่ะสิ
คนที่ให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น Leslie Lyons ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพันธุกรรมในน้องแมวจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี เธอกล่าวว่า เหตุผลที่นักวิจัยส่วนใหญ่เลือกใช้น้องหมาเป็นต้นแบบในการศึกษา นั่นเป็นเพราะนักวิจัยหลายคนเชื่อว่าน้องหมามีความหลากหลายทางสายพันธุ์มากกว่า แต่แท้จริงแล้วเหตุผลนี้อาจเป็นอคติจากกลุ่มของนักวิจัยเอง อย่างไรก็ตามจากการทำงานวิจัยของเธอ เธอพบว่ามีเหตุผลมากมายที่การศึกษาวิจัยในน้องแมวจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโรคต่างๆ ในมนุษย์ได้
“ลักษณะทางพันธุกรรมของแมวมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์มาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเราสามารถใช้แมวเพื่อเป็นต้นแบบของการศึกษาโรคในมนุษย์ได้”
บทพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดข้อหนึ่งคือการใช้ยา Remdesivir ที่ปัจจุบันถูกใช้เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ COVID-19 ในมนุษย์ เดิมทียานี้ก็ได้รับการศึกษาและถูกใช้ครั้งแรกในการรักษาโรคในแมวเช่นกัน
Lyons ทำการศึกษาวิจัยเรื่องลักษณะทางพันธุกรรมในน้องแมวนี้ร่วมกับ Wes Warren และ William Murphy ทีมของเธอได้ทำการศึกษา เก็บตัวอย่างทั้งในแมวเลี้ยงทั่วไป ไปจนถึงสัตว์ตระกูลแมวในสวนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการหาความเชื่อมโยงของโรคมะเร็งในเสือปลา การตาบอดแต่กำเนิดในแมวตีนดำ โรคไตในแมวพัลลัส หรือโรคเกี่ยวกับตาในเสือดาวหิมะ นอกจากนี้แม้แต่ในแมวโบราณ อย่างซากมัมมี่แมวเอง ทางทีมของเธอก็ได้เข้าไปเพื่อทำการศึกษาหาความเชื่อมโยงของยีนในอดีตกับยีนในปัจจุบัน จนอาจกล่าวได้ว่าทุกวันนี้เธอสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่างานวิจัยหลากหลายงานในสุนัขแล้ว ทั้งนี้เธอยังให้ข้อมูลอีกว่าลักษณะทางพันธุกรรมในน้องแมวที่เธอทำการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อศึกษาต่อในงานวิจัยทางการแพทย์ในมนุษย์
นี่เองจึงอาจเป็นก้าวใหม่ของวงการงานวิจัยที่จะหยิบจับเอาน้องแมวมาเป็นตัวอย่างในการศึกษา เพื่อที่จะพัฒนาองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในมนุษย์ได้ต่อไปในอนาคต
นี่เจ้าแมวของเรายังแอบซ่อนความลับไว้อีกกี่อย่างกันแน่เนี่ย
อ้างอิงข้อมูล
https://www.nytimes.com/2021/07/28/science/cats-genome-health.html
#Howl