โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวถูกงูเห่ากัดใช้เบตาดีนทา สุดท้ายถูกหามเข้า ICU

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 01.23 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

4 มี.ค. – อุทาหรณ์ สาวโพสต์โดนงูเห่ากัดตอนตี 5 ล้างแผล ทาเบตาดีนสู้พิษงู ลุกไปเข้าเวรเช้าต่อ ก่อนภาพตัด ถูกหามเข้าไอซียู

สาวโพสต์ช่วงเวลาเฉียดตาย หลังโดนงูเห่ากัด แต่ที่น่าตกใจคือวิธีการล้างพิษของเธอ คือการทาเบตาดีน หลังจากนั้นก็ไปทำงาน สุดท้ายภาพตัด ถูกหามเข้าไอซียู โดยระบุว่า โดนงูเห่ากัดตอนตี 5 วันที่ 25 ก.พ. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ตามด้วยทาเบตาดีน 07.40 น. ไปเข้าเวรเช้าทำงาน ทาเบตาดีนสู้พิษงูอยู่ได้ 30 ชม. วันที่ 26 เวลา 10.00 น. ภาพตัด เหนื่อย หายใจไม่ออก อย่าพากันหาทำเด้อ

หลังจากได้เซรุ่มก็อยู่ไอซียู 2 คืน วินาทีที่รู้สึกตัว = รอดปลอดภัยแล้วพิษเข้าระบบประสาท ได้เซรุ่มงูเห่า จำได้แค่ยายมาอยู่ข้างๆ แล้วบอกห้ามหลับนะ พอรอดมาได้รู้เลยว่ามีผู้คนมากมายมากที่รักและห่วงเรา ทั้งโทรและมาหา ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด วิธีที่ถูกต้องคือ พยายามคลายกังวล และมีสติให้มากที่สุด หากใส่เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่กดรัดรอยแผลงูกัด ให้รีบถอดออกทันที ล้างแผลให้สะอาด ลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ให้ดามบริเวณที่ถูกงูกัด ด้วยผ้ายืดกระชับกล้ามเนื้อ ดามด้วยวัสดุที่มีลักษณะแข็ง เช่น ท่อนไม้ ท่อ PVC หรือกระดาษม้วนให้แข็ง เพื่อให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุด และเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เนื่องจากการเคลื่อนไหวหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อจะทำให้พิษงูถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น วางอวัยวะส่วนที่ถูกงูกัดให้ต่ำกว่าหรือระดับเดียวกับหัวใจ รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หรือเรียกรถพยาบาลมารับทันที โดยอาการของพิษงูเกิดได้ตั้งแต่ 15-30 นาที หลังถูกกัด หรือ อาจนานถึง 9 ชม. จึงต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นระยะอันตราย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...