โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก 3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ

Khaosod

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 06.04 น.
หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก 3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ

หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก นาน3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ เหยื่อ เผย สาเหตุที่ทนอยู่ ก่อนตัดขาดความสัมพันธ์ แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.พ.2568 ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตรเก่า ริมฟุตปาธ นายธมนันท์ แตงทิม หรือ จ่าคิงส์ สะพานใหม่ พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ร้องขอความเป็นธรรมตำรวจกองปราบ หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มติดยาเสพติด ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส พังข้าวของ ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี เคยเข้าแจ้งความไว้ที่โรงพักท้องที่แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

น.ส.เอ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่คบกับผู้ชายคนนี้ ตนจะถูกทำร้ายร่างกายมาทุกครั้งที่ทะเลาะกัน หนักที่สุดคือคิ้วเเตก หัวเเตก กรามแตก ตอนนี้เพิ่งได้รับการผ่าตัดใส่เหล็กไว้ในปาก เนื่องจากเหงือกและกรามแยกออกจากกัน เรื่องพวกนี้ทางครอบครัวของอีกฝ่ายก็รับรู้มาตลอด

หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก นาน3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ เหยื่อ เผย สาเหตุที่ทนอยู่ ก่อนตัดขาดความสัมพันธ์ แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ

หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก นาน3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ เหยื่อ เผย สาเหตุที่ทนอยู่ ก่อนตัดขาดความสัมพันธ์ แจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบ

เนื่องจากบ้านเช่าที่ตนและฝ่ายชายอยู่ด้วยกันอยู่ในละแวกเดียวกันกับครอบครัวของฝ่ายชาย เวลาทะเลาะกันก็จะเกิดเสียงดัง ทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นนำเรื่องนี้ไปบอกครอบครัวของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรมาก นอกจากบอกว่าให้เลิกกันไป แต่ตนก็เลือกที่จะกลับไปเนื่องจากยังรักฝ่ายชายอยู่ แต่วันนี้คงไปด้วยกันไม่ได้เเล้วจริง ๆ

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่มาจากที่ตัวอีกฝ่ายเองเป็นคนขี้หึง เนื่องจากตนทำงานเป็นพีอาร์อยู่สถานบันเทิง ทุกครั้งที่ทะเลาะกันจะถูกฝ่ายชายทุบตีที่หัวโดยตลอด ทุกครั้งที่ดีกันเคยบอกกับฝ่ายชายว่าอย่าทำแบบนี้อีกได้ไหม แต่ก็ไม่วายที่จะเกิดเรื่องขึ้นซ้ำอีก เลยทำให้ทนไม่ไหว ตัดสินใจขาดความสัมพันธ์กันไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่า ฝ่ายชายมีประวัติเคยเสพเฮโรอีนมาก่อนที่จะคบกัน ตนมารู้หลังจากที่คบกันได้ประมาณ 1 เดือน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกไปเพียงว่า "ถ้าติดได้ก็เลิกได้" ก่อนจะพาเข้าบำบัดรักษา จนกระทั่งเลิกยาได้ในที่สุด

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่มีการทำร้ายร่างกาย เขามักอ้างว่าเป็นเพราะสารเคมีในสมองผิดปกติ ผลกระทบจากเรื่องยาเสพติด แต่ตนคิดว่าในเมื่อเลิกเสพยาได้แล้วเหตุใดยังคงทำร้ายร่างกายกันอีก

เมื่อถามว่า อดีตแฟนหนุ่มทำงานอาชีพอะไร น.ส.เอ ตอบว่า เขาไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มีบ้างที่ออกไปขับไรเดอร์ แต่ก็นาน ๆ ครั้ง

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ครั้งสุดท้ายที่เขาทำร้ายตนเกิดขึ้นวันที่ 26 ต.ค.2567 วันดังกล่าวมีการพังข้าวของเสียหายหลายอย่าง ทั้งโทรศัพท์ไอโฟน 2 เครื่อง, หูฟัง Apple, ไอแพด 1 เครื่อง, แมคบุ๊ก 1 เครื่อง และโทรศัพท์แอนดรอยด์อีก 1 เครื่อง เคยแจ้งความไว้ที่สภ.สำโรงเหนือ แต่ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงตัดสินใจนำเรื่องมาเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบในวันนี้

โดยการทำร้ายล่าสุดตนไปแจ้งความไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.2567 ที่สภ.สำโรงเหนือ โดยที่ตนเข้าไปติดต่อ 4-5 ครั้ง แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรเลย เนื่องจากตนต้องการใบแจ้งความไปให้ทางโรงพยาบาล แต่ตำรวจก็แจ้งกลับมาว่าต้องรอก่อนเพราะว่าที่นี่ก็ยังมีอีกหลายคดีที่ต้องดำเนินการเหมือนกัน

น.ส.เอ กล่าวด้วยว่า จนจะไปขอความช่วยเหลือจากที่อื่น เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าถ้าไปขอความช่วยเหลือจากที่อื่นก็ไปเลย แต่ถ้าจะให้ตำรวจช่วยก็ต้องรอ

ด้าน นายธมนันท์ กล่าวว่า วันนี้ตนจะพาผู้เสียหายพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม และอยากฝากไปถึง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ให้เร่งรัดคดีของผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มขี้หึง ตื้บ พีอาร์สาว หัวแตก-กรามแตก 3ปี อ้างสารเคมีในสมองผิดปกติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...