โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดีล TikTok ชะงัก! จีนไม่อนุมัติการขายกิจการ ตอบโต้มาตรการภาษีสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 11.10 น.

ข้อตกลงการแยกทรัพย์สินในสหรัฐฯ ของ TikTok ออกเป็นหน่วยงานใหม่ถูกระงับ หลังจากจีนส่งสัญญาณว่าจะไม่อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการขึ้นภาษีเมื่อต้นสัปดาห์นี้

6 เมษายน 2568 - เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตายในการขายกิจการในสหรัฐฯ ของ TikTok ออกไปอีก 75 วัน เพื่อให้เจ้าของแอปวิดีโอสั้นยอดนิยมนี้ไม่ใช่บริษัทจีน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน ซึ่งแต่เดิมควรมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมตามกฎหมายที่ผ่านในปี 2024

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โครงสร้างของข้อตกลงซึ่งได้ถูกสรุปไว้เป็นส่วนใหญ่ภายในวันพุธ จะนำไปสู่การแยกกิจการของTikTok ในสหรัฐฯ ออกเป็นบริษัทใหม่ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และมีนักลงทุนชาวอเมริกันถือหุ้นและบริหารส่วนใหญ่ โดย ByteDance จะถือหุ้นไม่เกิน 20% ซึ่งข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติจากนักลงทุนเดิม นักลงทุนรายใหม่ ByteDance และรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว

แต่ในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา ทาง ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของTikTok ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านบัญชี WeChat ระบุว่า “ยังมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งตามกฎหมายของจีน ข้อตกลงใด ๆ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องก่อน”

ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสถานะของข้อตกลง TikTokได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “จีนได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับTikTok หลายครั้งแล้ว จีนเคารพและปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทต่าง ๆ และคัดค้านการกระทำที่ละเมิดหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจตลาด”

ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในโซเชียลมีเดีย อธิบายเหตุผลของการขยายเส้นตายว่า

“ข้อตกลงนี้ยังต้องดำเนินการอีกมาก เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการอนุมัติทั้งหมดตามที่จำเป็น เราหวังว่าจะยังสามารถทำงานร่วมกับจีนได้ด้วยความสุจริตใจ แม้ว่าจีนจะไม่พอใจกับภาษีตอบโต้ของเราในตอนนี้”

สัปดาห์นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 34% ทำให้อัตราภาษีรวมสูงถึง 54% ซึ่งจีนได้ตอบโต้กลับเมื่อวันศุกร์ จากนั้นทรัมป์ ได้ออกมากล่าวว่า เขายินดีที่จะลดภาษีหากสามารถบรรลุข้อตกลงกับ ByteDance ในการขายTikTok ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ราว 170 ล้านคน

ทรัมป์ระบุว่ารัฐบาลของเขากำลังพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ สี่กลุ่มเกี่ยวกับข้อตกลง TikTok แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ พร้อมกล่าวว่า “เราหวังจะได้ทำงานร่วมกับ TikTok และจีนเพื่อให้บรรลุข้อตกลงนี้ เราไม่ต้องการให้TikTok ต้อง 'ดับสัญญาณ' หรือหายไป”

รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้วด้วยเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคอย่างท่วมท้น โดยให้เหตุผลว่าอาจมีความเสี่ยงที่รัฐบาลจีนจะใช้ TikTok เพื่อจารกรรมหรือดำเนินการแทรกแซงทางการเมืองอย่างลับๆ ต่อชาวอเมริกัน โดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต เป็นผู้ลงนามกฎหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้

บางสมาชิกรัฐสภากล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ควรบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ TikTokต้องยุติการดำเนินงานในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 19 มกราคม หาก ByteDance ยังไม่ขายกิจการ อย่างไรก็ตาม เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่สองเมื่อวันที่ 20 มกราคม แต่เลือกที่จะไม่บังคับใช้กฎหมายนี้ทันที โดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้แจ้ง Apple และ Google ในเดือนมกราคมว่า รัฐบาลจะไม่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ส่งผลให้แอป TikTok กลับมาพร้อมให้ดาวน์โหลดได้อีกครั้ง

มีรายงานจาก Reuters ว่าการเจรจาของทำเนียบขาวเกี่ยวกับอนาคตของTikTok กำลังมุ่งไปที่แผนการให้กลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่ชาวจีน ซึ่งถือหุ้นใน ByteDance อยู่แล้ว เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นและเข้าซื้อกิจการTikTok ในสหรัฐฯ

แผนนี้รวมถึงการแยกกิจการTikTok ในสหรัฐฯ ออกเป็นบริษัทใหม่ และลดสัดส่วนการถือหุ้นของจีนในธุรกิจใหม่นี้ให้ต่ำกว่า 20% ซึ่งจะทำให้หลีกเลี่ยงการแบนตามกฎหมายของสหรัฐฯ โดย Jeff Yass จาก Susquehanna International Group และ Bill Ford จาก General Atlantic ซึ่งทั้งคู่มีที่นั่งในบอร์ดของ ByteDance กำลังเป็นผู้นำในการหารือกับทำเนียบขาวตามรายงานของ Reuters

อ้างอิง : reuters.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...