ภาษีสหรัฐฯ อาจทำชุดกีฬาปรับขึ้นราคา Nike, Adidas และแบรนด์ชุดกีฬาอื่นๆ ที่ผลิตในเวียดนามต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม จากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
The Structure
อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 18.43 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 11.43 น. • The Structureประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมประกาศรายชื่อประเทศและสินค้าที่จะถูกกำหนดภาษีรอบใหม่ในวันนี้ (2 เม.ย.) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น
Nike เป็นหนึ่งในหลายแบรนด์ชุดกีฬาที่พึ่งพาเวียดนามเป็นอย่างมากในการผลิต การกำหนดภาษีที่สูงขึ้น จะส่งผลให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือปรับขึ้นราคาสินค้า ในช่วงบริษัทกำลังลดราคาสินค้าบางรายการเพื่อเคลียร์สต็อก
รายงานประจำปีของ Nike ระบุว่า บริษัทผลิตรองเท้า 50% และเครื่องแต่งกาย 28% ในเวียดนามในปีงบประมาณ 2024 ขณะที่คู่แข่งอย่าง Adidas พึ่งพาการผลิตในเวียดนาม 39% สำหรับรองเท้า และ 18% สำหรับเครื่องแต่งกาย
ตามข้อมูลการค้าประจำเดือน ม.ค. ที่จัดทำโดย Sheng Lu ศาสตราจารย์ด้านแฟชั่นและเครื่องแต่งกายจากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐฯ สำหรับรองเท้านำเข้าจากเวียดนามอยู่ที่ 13.6% ส่วนเครื่องแต่งกายอยู่ที่ 18.8%
เวียดนามได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรองเท้าวิ่งไฮเทค ชุดกีฬา และเครื่องแต่งกายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่แบรนด์ระดับโลกพยายามลดการพึ่งพาจีน
นอกจาก Nike และ Adidas แล้ว หลายบริษัทในอุตสาหกรรมแฟชั่นและกีฬา เช่น Lululemon, Columbia Sportswear และ Amer Sports ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Salomon และ Arc’Teryx ต่างเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตหลัก
อย่างไรก็ตาม ภาษีศุลกากรที่อาจเกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับ Nike ซึ่งสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งที่ถูกมองว่ามีความสดใหม่และสร้างสรรค์มากกว่า เช่น On และ Hoka
ในปี 2024 แบรนด์รองเท้าวิ่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว “On” พึ่งพาการผลิตในเวียดนามถึง 90% สำหรับรองเท้า และ 60%สำหรับเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ รองเท้า On มีราคาแพงอยู่แล้ว โดยขายในราคาคู่ละ 130-330ดอลลาร์ (4,443-11,278 บาท) ขณะที่ Samuel Wenger ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของแบรนด์ระบุว่า ภาษีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บริษัทพิจารณาเมื่อกำหนดราคา
Beth Goldstein นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรองเท้าจากบริษัทวิจัยตลาด Circanaเปิดเผยว่า ราคาเฉลี่ยของรองเท้าผ้าใบในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 25% ตั้งแต่ปี 2019 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
แม้ว่ายอดขายรองเท้าวิ่งในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 16% แตะระดับ 7,400 ล้านดอลลาร์ (2.52 แสนล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2021 ตามข้อมูลของ Circana’s Consumer Tracking Service แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกอาจเป็นเรื่องยากที่ผู้บริโภคจะยอมรับได้
การย้ายฐานการผลิตออกจากเวียดนามไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชาและอินโดนีเซีย อาจเผชิญมาตรการภาษีเช่นกัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตในภูมิภาคกำลังปรับตัวสูงขึ้น
(1 ดอลลาร์ = 34.17 บาท)
ที่มา: รอยเตอร์