โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวเทียม ไม่ได้เห็นแค่จุดความร้อน แต่เป็นหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จการจัดการไฟป่า

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 มี.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • The Bangkok Insight

ดาวเทียม ประโยชน์ที่ไม่ได้มีแค่สำรวจจุดความร้อน หากแต่เป็นหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของการจัดการไฟป่า

GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยถึงประโยชน์ของดาวเทียมในเหตุการณ์ไฟป่า ไม่ได้เห็นแค่จุดความร้อน ดังนี้

จัดการไฟป่า

ย้อนไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ได้เผชิญกับไฟป่าอย่างรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ในหลายจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ Pacific Palisades และ Eaton Canyon ไฟป่าได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและลมที่มีกำลังแรงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จนถึงกลางเดือนมกราคม ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่กว่า 1,455 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดของนครลอสแอนเจลิสทั้งเมือง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน และบ้านเรือนประมาณ 1.2 หมื่นหลังถูกไฟป่าเผาทำลาย ปัจจัยที่ทำให้ไฟป่าครั้งนี้รุนแรงขึ้น ได้แก่ ลมที่พัดแรง ความแห้งแล้งที่ยาวนาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและความชื้นลดลง

ภายหลังเหตุการณ์ สื่อต่าง ๆ ได้พร้อมใจกันเผยแพร่ภาพถ่ายจากดาวเทียมรายละเอียดสูง เผยให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟป่าได้เข้าเผาผลาญบ้านเรือนคลอบคลุมพื้นที่กว้าง กระตุ้นสังคมโลกให้ความสนใจกับระดับผลกระทบที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้คนที่ได้เห็นภาพต่างเข้าใจถึงความเสียหายที่กินวงกว้างอย่างชัดเจน

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เทคโนโลยีอวกาศได้มีบทบาทในเหตุการณ์สำคัญ นอกจากดาวเทียมรายละเอียดสูงแล้ว เบื้องหลังการจัดการไฟป่าที่ลอสแอนเจลิส ได้มีการใช้ดาวเทียมจำนวนหลายดวงในการติดตามและประเมินความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้

ดาวเทียม Terra, ดาวเทียม Aqua, ดาวเทียม Suomi NPP ดาวเทียม NOAA-20 และ ดาวเทียม NOAA-21 (NASA)

ดาวเทียมกลุ่มนี้ให้ข้อมูลที่สำคัญในอันดับต้นๆ ซึ่งก็คือ ข้อมูลจุดความร้อน หรือ HOTSPOT ที่มีการเก็บบันทึกอย่างเป็นระบบและแต่เนื่อง โดยข้อมูลจุดความร้อนตรวจจับด้วยเซนเซอร์ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Terra และ Aqua และเซนเซอร์ VIIRS (Visible Infrared Imaging Radiometer Suite) บนดาวเทียม Suomi NPP, NOAA-20 และ NOAA-21 ถูกนำมาใช้เพื่อระบุตำแหน่งของไฟป่าในระยะเริ่มต้นและติดตามการแพร่กระจายของไฟ

อีกทั้งข้อมูลภาพถ่ายจากเซนเซอร์ MODIS ยังช่วยในการวิเคราะห์คุณภาพอากาศและหมอกควันที่เกิดจากไฟป่า และข้อมูลจากเซนเซอร์ VIIRS ช่วยในการติดตามไฟป่าในเวลากลางคืน และให้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้นเกี่ยวกับขนาดและความรุนแรงของไฟ

ดาวเทียม GOES-16 และ GOES-17 (NOAA)

เป็นดาวเทียมตรวจวัดสภาพอากาศที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ติดตั้งเครื่องมือ Advanced Baseline Imager (ABI) ซึ่งสามารถตรวจจับจุดความร้อนและติดตามการเคลื่อนตัวของไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลนี้ช่วยในการเตือนภัยและอัพเดตสถานการณ์ไฟป่าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ดาวเทียม Sentinel-3 (ESA)

ดาวเทียม Sentien-3 ได้ติดตั้งเครื่องมือ SLSTR (Sea and Land Surface Temperature Radiometer) สามารถตรวจจับจุดความร้อนและวัดอุณหภูมิพื้นผิวได้ ข้อมูลนี้ช่วยในการวิเคราะห์ความรุนแรงของไฟป่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ดาวเทียม CALIPSO (NASA/CNES)

อาศัยเทคโนโลยี Lidar (Light Detection and Ranging) ควบคู่กับเซ็นเซอร์อินฟราเรดและกล้องถ่ายภาพในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น ตรวจวัดชั้นควันไฟและการกระจายตัวของละอองลอยในบรรยากาศ (Aerosol) ที่เกิดจากไฟป่า ข้อมูลนี้ในการวิเคราะห์ผลกระทบของไฟป่าต่อคุณภาพอากาศและสภาพอากาศโดยรวมต่อชุมชนที่อยู่โดยรอบ

ดาวเทียม Landsat 8 และ Landsat 9 (NASA/USGS)

Landsat 8 และ 9 ถ่ายภาพด้วยความละเอียด 30 เมตร ช่วยในการวิเคราะห์พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้และประเมินความเสียหายต่อป่าไม้ ข้อมูลนี้มีประโยชน์ในการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดไฟป่า

ดาวเทียม Sentinel-2 (ESA)

Sentinel-2 ถ่ายภาพที่มีรายละเอียดจุดภาพ 10-20 เมตร ในช่วงคลื่นที่หลากหลาย ให้ข้อมูลพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ แนวไฟ ทิศทางการเคลื่อนที่ของไฟได้อย่างชัดเจน เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวไฟและพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ อีกทั้งใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าและวิเคราะห์ผลกระทบจากไฟป่า

กลุ่มดาวเทียมรายละเอียดสูงมาก เช่น PlanetScope, WorldView และ THEOS-2

ดาวเทียมกลุ่มนี้ให้ข้อมูลภาพถ่ายที่รายละเอียดสูง ให้รายละเอียดสิ่งปกคลุมดินได้อย่างละเอียด ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถวิเคราะห์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในรายละเอียดที่สูงขึ้น โดย GISTDA ได้เผยแพร่ภาพถ่ายจากดาวเทียม THEOS-2 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025 แสดงให้เห็นความเสียหายของบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในย่านชุมชนของนครลอสแอนเจลิสหลังเกิดไฟป่าได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกภาพจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) โดยนักบินอวกาศ Donald Pettit จาก NASA และ Alexander Gorbunov จาก ROSCOSMOS ที่ได้ถ่ายภาพสถานการณ์ไฟป่าจากความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร ซึ่งมองเห็นรายละเอียดพื้นที่ที่ไฟกำลังลุกไหม้ได้อย่างชัดเจนนำมาสู่การประเมินความเสียหายที่น่าเชื่อถือ

เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศ ในการจัดการไฟป่าและภัยพิบัติ โดยข้อมูลจากดาวเทียมหลากหลายประเภทช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การระบุจุดความร้อน การติดตามการลุกลามของไฟ ไปจนถึงการประเมินความเสียหาย

ทั้งนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีอวกาศจึงไม่เพียงแต่ช่วยลดความสูญเสีย แต่ยังมีบทบาทในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...