“แพรวพราว” ทนไม่ไหว! ไลฟ์สดเคลียร์ทุกดราม่า ท้า ผญบ.ฟินแลนด์ จุดธูปสาบาน
ทำเอานักร้องหมอลำชื่อดัง “แพรวพราว แสงทอง” ทนไม่ไหว จนต้องออกมาไลฟ์สดเคลียร์ให้ชัดทุกดราม่า หลังเห็นอดีตสามี อย่าง ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ หรือ บิ๊ก ธิติวุฒิ วารุณ ร่วมเฟรมกับเมียฝรั่งท่านหนึ่ง ที่เคยออกมาโจมตีเธอ
โดยวานนี้ (16 มี.ค. 68) แพรวพราว ออกมาไลฟ์สดชี้แจงและเปิดใจต ในมุมของตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก “พัทธนันท์ ทศรักษา” ระบุว่า…
“ที่วันนี้ออกมาพูด เพราะลูกโตขึ้นทุกวัน และวันนี้ขอออกมาปกป้องตัวเองบ้างในมุมของผู้หญิงคนหนึ่ง จากการที่โจมตีกันไปมา ไม่ว่าจะเป็นจากเพจใด ๆ หรือ FC ที่สองฝั่ง ทั้งทางฝั่งสนับสนุนหนู และฝั่งที่สนับสนุนเขา หนูอยากให้จบ อยากให้คนที่สนับหนู ขอให้อยู่ในพื้นที่ของหนู ไม่ต้องไประราน และใครที่ไม่ชอบหนู ก็ขอให้มันจบ ให้มันหยุด
แต่ว่าล่าสุด เมื่อคืนหนูเห็นไลฟ์สด พ่อของลูกไลฟ์สดร่วมกันกับเพจที่ด่าหนูร่วมเป็นปี หนูสั่น แล้วหนูจุกเลย แล้วแฟนคลับส่งมาให้ดู พยายามจะปล่อยผ่าน พอเข้าไปดู ก็อยากถามว่า คุณจะโกรธ จะเกลียดอะไรฉันหนักหนา ภาพมันก็เห็นแล้วว่า คุณกำลังสนับสนุนเพจนั้นให้มาด่าฉันในทุก ๆ วัน ด่าฉันไม่พอ ด่าป้า ด่าลุง ด่าพ่อ ด่าครอบครัว ด่าคนที่เลี้ยงหลาน แล้วคนเหล่านี้เป็นคนที่เลี้ยงลูกให้คุณ ทำไมคุณไม่ปรามบ้าง
แต่ถ้าคุณมาถามว่า แล้วทำไมฝั่งฉันไม่ปรามบ้าง อย่าง อ.โรม ฉันสาบานเลย ว่าหลังบ้านฉันไม่เคยคุยอะไร แม้กระทั่งศิลปินต่าง ๆ ที่ออกมาเซฟ หรือเพจต่าง ๆ ที่ออกมาเซฟ ฉันก็ไม่เคยไปพูดกับเขา และฉันก็ไม่เห็นด้วยที่เขาพูดโจมตีพ่อของลูก ฉันไม่เคยมีความดีอะไรกับคุณเลยเหรอ คนที่ดูแลเลี้ยงลูกให้คุณตอนนี้ คุณปรามบ้างสิ เขาด่าฉันเป็นปี ๆ แต่เมื่อคืนคุณไปชนแก้วกับเขา แล้วเมื่อก่อนคุณบอกว่าไม่รู้จักกับเขา และบอกว่าไม่เคยคุยกันหลังบ้าน
แล้วถ้าคุณจะบอกว่า จะถูกให้ได้เลยเหรอแพรวพราว คือในสิ่งที่ฉันทำผิดก็มี แต่ฟังนะ ก่อนที่มันจะเกิดเรื่องราว ก่อนที่มันจะเป็นประเด็น ว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เจออะไรมาบ้าง
ประเด็นที่คุณพูดเรื่องพุ่มไม้ แล้วเพจเมียฝรั่งมาพูดเรื่องน้ำพุอีก เอาคลิปมาเปิดเลย เพราะฉันกล้ายืนยันว่าฉันไม่เคยมีอะไรที่เกินเลยกับบุคคลที่สาม แต่ถ้าข้อผิดพลาดฉันก็มี ไม่พอตอนคุณเปิดคาเฟ่ที่อุดร คุณก็เอาเรื่องพุ่มไม้มาแซะฉัน แล้วเรื่องที่ฉันขึ้นไปนั่งรถตู้นักดนตรีแล้วเอาผ้าคลุมไว้ แล้วคุณเอาไปตีว่า บอสไปนั่งรถตู้กับมือมิกซ์ ฉันสาบานเลยว่า ฉันไม่เคยไปนั่งรถนั้นเลย นอกจากก่อนที่ซื้อรถใหม่ ๆ แล้วขึ้นไปเจิม
ฉันกำลังอุ้มท้อง คลอดลูกคนที่หนึ่ง แต่ผัวเราไม่สนใจ ปล่อยให้ฉันเลี้ยงลูกอยู่ลำพัง แล้วสามีคุณไปเที่ยวบาร์ผู้ชาย คุณจะพูดเรื่องพุ่มไม้ไม่จบไม่สิ้น แล้วถ้าให้ฉันพูดเรื่องหน้ารถสิบล้อ ที่คุณไปเอาผู้ชายจากบาร์โฮสต์ที่คุณจ้างมา แล้วที่คุณไปเที่ยวบาร์โฮสต์ผู้ชายจนสว่าง แล้วที่คุณทำอะไรในขณะที่คุณมึนเมา
ถ้าจะบอกว่าฉันผิด ที่ฉันไปมีความรู้สึกดีกับวุฒิ มือมิกซ์ ซึ่งเรื่องนี้ฉันโดนด่ามาเป็นปี และฉันก็ออกมาพูดว่าฉันรู้สึกดีกับเขาจริง ในขณะที่ลูกเป็นโคลิค คุณไปเที่ยวบาร์ผู้ชาย ฉันไม่ว่านะที่คุณจะไปเที่ยวอะไร เพราะฉันทำใจมาสักพัก ตอนที่คุณขอฉันไปบาร์โฮสต์ แล้วฉันอนุญาต เพราะฉันก็อยากลองใจเหมือนกันว่า จะกล้าทิ้งลูกไหม ส่วนเรื่องที่เขาไปเที่ยวบาร์โฮสต์ แต่ตอนนั้นที่ฉันออกมาปกป้องว่าเขาเป็นผู้ชาย ถ้าเขาไม่เป็นผู้ชายจะมีลูกกันเหรอ ตอนนั้นฉันออกมาเพราะต้องการปกป้องเขา ปกป้องพ่อของลูก
ถ้าทุกคนติดตามหนูจะรู้ว่าครอบครัวไม่ได้ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ครอบครัวเราก็พอมีกิน มีธุรกิจ พ่อฉันขายโรงสี และฉันก็มีแบรนด์สินค้าตั้งแต่ก่อนจะรู้จักเขา
แต่ก็ยอมรับเลยว่า เราไม่ได้เก่งในการไลฟ์สด ทุก ๆ อย่างมันจุนเจือกันตั้งแต่คุณก้าวเข้ามา ทุกคนอ้าแขนโอบกอดคุณ ตอนที่คุณกลับมาจากเมืองนอก
คุณมีเงินติดตัวแค่ 300,000 บาท คุณอาจจะเคยมีเงินก่อนหน้านั้นหลักล้าน ที่คุณเล่าให้ฉันฟังว่าได้จากผู้ชายคนหนึ่ง ที่เป็นชายรักชาย ที่เขาซัพพอร์ตคุณ แต่อันนั้นคุณใช้หมดแล้ว แต่พอคุณก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน คุณก็มีเงิน 30-40 ล้าน
ตอนแรกเขาอยากมีรถคันแรก แต่เขามีเงินไม่พอ เรารักเขา ก็เลยออกเงินช่วย 200,000 บาท แต่ในช่วงโควิด ฉันก็ยอมรับว่า ดวงเรามันหนุนกัน เราอาศัยกัน แต่ก่อนคุณมีเงินเท่านี้ แต่พอเรามาอยู่รวมกัน ความเจริญมันก็รุ่งเรืองขึ้น สาบานเลยว่า ไม่เคยใช้เงินผัว ฉันก็ใช้เงินของฉัน และเขาก็ใช้เงินของเขา เราไม่เคยมีโมเมนต์เก็บเงินด้วยกัน
แล้วตอนที่คุณไลฟ์ รีวิวขายของ ตอนช่วงนาริตะ ที่เป็นพ่อแม่ลูกสามคน ฉันก็ไม่เคยถามจากคุณ ไม่ได้ส่วนแบ่งจากคุณ คุณเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง
แล้วเรื่องที่คุณล็อกอินไว้ในแม็คบุ๊ค เฟซคุณล็อกอินไว้ในนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถ้าฉันจะทำลายคุณ ฉันให้ก้อยสร้างเฟซอวตาร ส่งให้เพจโจมตีคุณแล้ว แต่ที่ฉันไม่ทำ เพราะฉันอยากให้มันจบ เพราะคุณก็เป็นพ่อของลูกฉัน ที่ฉันไม่พูด เพราะมันเป็นเรื่องครอบครัว แต่วันนี้มันอดไม่ได้แล้ว
ที่บอกว่าออกมาแต่ตัว ทิ้งทุกอย่างไว้ให้ลูกให้เมีย และฉันไม่เคยเห็นดีเห็นงามที่คุณออกไปจากครอบครัว จากลูกจากเมีย แต่ที่แน่ ๆ ตอนที่คุณออกไป คุณมีเงินตั้ง 30-40 ล้าน คุณจะไปบอกว่าออกมาแต่ตัวทำไม เรื่องเงินนี้เคลียร์นะ เพราะต่างคนก็ต่างได้ผลประโยชน์กัน
ที่คุณบอกว่า ซื้อที่ดินจากเมียแล้ว ถ้าไปย้อนไทม์ไลน์ มันจะมีปัญหากับป้าข้างบ้าน ยายก็เลยโอนที่ตรงนั้นให้ชื่อ แพรวพราว แต่ว่ามันมีปัญหากับญาติพี่น้อง จากนั้นแฟนคลับฝั่งผู้ใหญ่บ้านบิ๊กก็มาแนะนำว่า ถ้าให้ยายเขาโอนเป็นชื่อแพรวเลย เวลามีปัญหากับญาติ แล้วถ้ายายไปเชื่อญาติ ยายเขาจะยึดคืนได้ ให้โอนไปชื่อคนอื่นก่อน ก็เลยให้โอนไปเป็นชื่อผู้ใหญ่บ้านบิ๊ก ฉันก็เลยโอนที่ดินเป็นชื่อผัว แล้วทำเอกสารให้เสมือนว่าเราขายไปแล้ว
คุณกล้าสาบานกับฉันไหมว่า คุณซื้อที่ดินจากฉัน คุณซื้อเท่าไหร่นะ แล้วทุกคนคิดหน่อยว่าหนูจำเป็นต้องขายที่ดินมรดกแม่ให้ผัวเพื่ออะไร คุณมาสาบานลงแผ่นดินผืนนั้นไหม ว่าคุณซื้อที่ดินนั้นจริง
คุณฟ้องที่ศาลเยาวชน ฟ้องเรื่องลูก คุณยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกคนละ 10,000 บาท/เดือน ฉันเลยขอว่า อย่างน้อย ๆ ก็ให้ลูกคนละ 15,000 บาทได้ไหม แต่คุณบอกว่าไม่ได้ เพราะฉันจ่ายได้แค่นี้ ฉันก็โอเค ไม่เป็นไร
วันนี้ที่ฉันออกมาพูด เพราะอยากปกป้องตัวเอง เพราะลูกก็จะเติบโต แล้วมาถามว่า พ่อแม่ทะเลาะกันเหรอ? แล้วเพราะเขาไปสนับสนุนเพจที่มาโพสต์ด่าฉัน ด่าครอบครัว ด่าคนที่เลี้ยงลูกตัวเอง
สรุปแล้วคลิปนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพจไหนที่สนับสนุนอยากให้อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง อย่าไปละลานใคร อย่าไปพูดถึงบุคคลที่สาม ถ้าเขาจบ พวกคุณจบ และสาบานเลยว่าไม่เคยไปสนับสนุนให้ด่าในทางอดีตสามี ต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่ถ้าไม่ยอมหยุด ก็จะไม่พูดอะไรถึงเขาอีกแล้ว”
ทาง ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ก็ได้โพสต์หัวเราะโต้กลับมาเช่นกัน
“55555555555555555555555+++++++”
อีกทั้งยังได้โพสต์ต่ออีกว่า…
“ฟ้องคนหาเงินใช้เล่นๆ สัก4-5 ล้าน เพราะว่าผู้บริหารและบริษัทในเครือต่างๆ เสื่อมเสีย อ่ะค่าพี่”
ทางด้าน แพรวพราว ก็ได้ออกมาโพสต์โต้อีกว่า…
“ล่าสุด บ่จบ!! คนด่าแม่ของลูกถูกหมด สนับสนุนกันชนแก้วฉ่ำ เมื่อฉันออกมาพูดความจริง รับไม่ได้ จะมาฟ้องแม่ของลูก ซะงั้น!! เฮ้อ!!! ลูกผู้ชายตัวจริง”
เรื่องราวจะจบลงยังไงรอติดตามกันต่อค่ะ ‘อีจัน’ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย