โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค มังคุด

สยามนิวส์

เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 14.45 น. • สยามนิวส์
ประโยชน์ และข้อควรระวังในการบริโภค มังคุด

มังคุด เป็นผลไม้เมืองร้อนที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งผลไม้ไทย มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว นิยมรับประทานเป็นผลไม้สดและนำมาประกอบอาหาร ประโยชน์ของมังคุด มีมากมาย ทั้งยังมีสรรพคุณทางยา เช่น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคมังคุดอย่างพอดี เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ

คุณค่าทางโภชนาการของมังคุด

มังคุด 196 กรัม (ประมาณ 7-8 ลูก) ให้พลังงาน 143 กิโลแคลอรี่ และมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 1 กรัม

ประโยชน์ของมังคุด

มังคุด อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้

มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี โฟเลต ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ต้านการอักเสบ โดยเฉพาะแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบมากในมังคุด

มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย หนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิว

มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง โดยการศึกษาจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ชี้ว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดอย่างแซนโทน (Xanthone) สามารถช่วยชะลอและยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง มังคุดมีวิตามินซีที่จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน อาจเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายได้

ช่วยบำรุงผิว วิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ลดการเกิดริ้วรอย

ช่วยลดน้ำหนัก มังคุดอาจช่วยทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น และอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

ช่วยในการย่อยอาหาร มังคุดอุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ซึ่งอาจช่วยปรับสมดุลของระบบลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้คล่องขึ้น

ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ซึ่งเป็นงานศึกษาวิจัยกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงอ้วนและมีภาวะดื้ออินซูลินเป็นเวลา 26 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับสารสกัดแซนโทนจากมังคุด 400 มิลลิกรัม/วัน มีระดับน้ำตาลในเลือดที่สมดุลขึ้น และมีภาวะดื้ออินซูลินน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

อาจช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน เนื่องจากสารแซนโทนในมังคุดอาจช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

ลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากเปลือกมังคุดมีสารแซนโทนอาจช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้หลอดเลือดไม่ตีบตัน เลือดไหลเวียนสะดวกขึ้น จึงอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

รรพคุณทางยาของมังคุด

สรรพคุณตามตำรายาไทยของมังคุด มีดังนี้

เนื้อมังคุด ช่วยเพิ่มพลังและบำรุงร่างกาย

เปลือกมังคุด อาจช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อาจช่วยรักษาแผล สมานแผล ให้แผลหายเร็วขึ้น

ต้น ใบ และดอก รักษาโรคบิดมูกเลือด ซึ่งเป็นโรคท้องร่วงชนิดติดต่อทางระบบทางเดินอาหาร

ราก อาจช่วยทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ

ข้อควรระวังในการรับประทานมังคุด

บุคคลเหล่านี้ อาจต้องงดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานมังคุด

สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 6-7 ลูก เพราะมังคุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หากผู้ที่ตั้งครรภ์รับประทานมากเกินไป อาจส่งผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง และเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้

ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือเลือดออกง่ายและหยุดไหลยาก เพราะมังคุดอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า และอาจส่งผลต่อการตกเลือดได้

ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรงดรับประทานมังคุด 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เนื่องจากมังคุดอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า และเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดระหว่างหรือหลังการผ่าตัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...