ไม่ใช่แค่ Hunter Schafer แต่ทรานส์ทั่วอเมริกา กำลังเผชิญความลำบากจากการระบุเพศบนพาสปอร์ตให้ตรงเพศกำเนิด ไม่ตรงเพศสภาพ ตามนโยบายทรัมป์
“ฉันไม่สนใจหรอกที่พวกเขาใส่ M บนพาสปอร์ตของฉัน เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน และความเป็นทรานส์ในตัวฉันเลยจริงๆ แต่ก็น่ะ มันทำให้ชีวิตฉันยากขึ้นนิดหน่อย” ทันทีที่ ฮันเตอร์ เชเฟอร์ (Hunter Schafer) นักแสดงสาวมากความสามารถจาก Euphoria, The Hunger Games: The Ballad of Songbirds and Snakes, Cuckoo และ Kinds of Kindness ฯลฯ ออกมาเล่าบน TikTok ของเธอ ถึงพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่เพิ่งส่งมาถึงมือหมาดๆ หลังจากที่ก่อนหน้าพาสปอร์ตเล่มเก่าของเธอถูกขโมย ซึ่งทำให้เธอรู้สึกตกใจเพราะพาสปอร์ตเล่มใหม่นี้ถูกเปลี่ยนเพศจาก Female เป็น Male หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศนโยบายใหม่ ให้นับจากนี้ อเมริกามีแค่ “ชายกับหญิง” ซึ่งทำให้ประเด็นสิทธิคนข้ามเพศและการที่คนข้ามเพศถูก Misgender ถูกพูดถึงอย่างมากในวงกว้าง ไม่ว่าจะเรื่องที่ทรัมป์สั่งห้ามคนข้ามเพศรับราชการ แทรกแซงบริการสุขภาพเพศของทรานส์ เผชิญการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและการเข้าถึงการศึกษา จนถึงการรื้อถอนการระบุอัตลักษณ์ทางเพศในเอกสารราชการนี้
ฮันเตอร์ ใช้เสียงของเธอในฐานะบุคคลสาธารณะ บอกเล่าถึงปัญหาการถูกลิดรอนสิทธิของคนข้ามเพศ เพื่อให้ผู้คนมองเห็นและเกิดความตระหนักรู้มากขึ้นว่า ณ ขณะนี้ อเมริกาจะออกหนังสือเดินทางที่ระบุเฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามเพศกำเนิดเท่านั้น จากที่ก่อนหน้านี้ในยุคสมัยของโจ ไบเดน ประชาชนสามารถระบุเพศตามเพศสภาพได้ หรือใครที่ไม่ได้อยากระบุเพศก็สามารถระบุว่าเป็นเพศ X บนพาสปอร์ตได้
เธอยืนยันว่า “คนข้ามเพศนั้นสวยงาม เราจะไม่มีวันหยุดการมีอยู่ของพวกเรา ฉันเองก็จะไม่มีวันหยุดเป็นทรานส์ ตัวหนังสือบนพาสปอร์ตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกค่ะ”
ถึงการเซ็ตระบบใหม่ของอเมริกาภายใต้นโยบายของทรัมป์จะไม่สามารถลบล้างตัวตนของทรานส์ได้ แต่ก็ได้สร้างความยุ่งยากต่อคนข้ามเพศจำนวนมากในการเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากการระบุเพศเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่หลายคนคิด นั่นเพราะหลังจากนี้ เพศสภาพกับเพศกำเนิดของพวกเขาจะไม่ตรงกับในเอกสาร คนข้ามเพศในอเมริกาจึงอาจถูกสอบสวนและซักไซ้ในทุกการเดินทาง และทำให้ในบางครั้งบางคนอาจมีสิทธิ์ถูกห้ามเข้าในบางประเทศ ซึ่งก็คล้ายๆ กับที่คนข้ามเพศในไทยเอง รวมถึงทรานส์ในบางประเทศ หลายครั้งก็ถูกห้ามเข้าบางประเทศ หรือต้องเตรียมเอกสารมากมาย จนถึงเตรียมตัวอธิบายให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงเพศที่แท้จริงของตน เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายหรืออาชญากร ซึ่งนับว่าเป็นความยากลำบาก ที่ต้องแสดงเจตนาบริสุทธิ์อยู่บ่อยๆ และอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติหลายประการ แม้การเป็นตัวเองมันจะไม่ควรเป็นความผิดตั้งแต่ต้น
ฮันเตอร์ ย้ำว่า เธอไม่ได้มาโพสต์เพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือจะสร้างดราม่า แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้ว เธอคิดว่าเธอควรจะโพสต์เพื่อผู้คนได้รับรู้เรื่องนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่อเมริกากำลังเผชิญอยู่ โดยเธอกล่าวว่า “ฉันแค่รู้สึกว่ามันสำคัญที่จะแชร์ออกไป เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คำพูดปากเปล่าเฉยๆ แต่นี่มันคือเรื่องจริง เรื่องที่มันเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้แบ่งแยกว่า พวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน จะมั่งคั่งร่ำรวย หรือจะขาว หรือจะสวย หรืออะไรก็ตาม ทุกคนล้วนถูกกีดกัน” ซึ่งเธอคาดเดาว่า หลังจากนี้เวลาเดินทางไปไหนมาไหน เธอคงจะถูกดึงตัวไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บ่อยเกินความจำเป็นอย่างแน่นอน
ยกตัวอย่าง มิคาเอล หญิงข้ามเพศในเท็กซัส แสดงความกังวลหลังจากที่เธอยังไม่ได้รับการอนุมัติพาสปอร์ตว่า “หากเครื่องหมายทางเพศของเราไม่ตรงกับตัวตนของเรา มันจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเช่ารถ การเช่าห้องพักในโรงแรม การซื้อรถยนต์ การซื้อบ้าน อะไรแบบนี้ทั้งหมด…มันมีอะไรอีกมากมายที่ผู้คนไม่ได้นึกถึง”
รีด โซโลมอน-เลน ชายข้ามเพศกล่าวว่า “ผมใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ในฐานะผู้ชายมาทั้งชีวิตแล้วครับ ทุกคนในชีวิตส่วนตัวและในการทำงาน รู้จักผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง คนแปลกหน้าที่พบเจอกันก็มองผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง…ตอนนี้ในฐานะคุณพ่อลูกสาม คำสั่งของทรัมป์และนโยบายพาสปอร์ตนี้มันคุกคามชีวิตทั้งด้านความปลอดภัยและความสบายใจ หากพาสปอร์ตของผมมันสะท้อนถึงการระบุเพศที่ไม่ตรงกับตัวตนของผม ผมก็จะถูกบังคับให้ออกไปทุกครั้งที่ใช้พาสปอร์ตเพื่อเดินทางหรือแสดงตัวตน ซึ่งมันก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผมและครอบครัวของผม”
ลูอี ชายข้ามเพศวัย 24 ปี ได้เคยยื่นขอพาสปอร์ตไปเมื่อปีที่แล้ว และได้รับการอนุมัติเรียบร้อยในเดือนธันวาคมที่จะระบุเพศของเขาบนพาสปอร์ตเป็น Male แต่เมื่อทรัมป์เข้ารับคำตำแหน่ง คำขอนั้นก็ถูกปัดตก เขาได้พาสปอร์ตที่ระบุมาเป็น Female มาแทนโดยไม่ยินยอม
เมลโลว์ หญิงข้ามเพศวัย 21 ปี ที่ไปทำพาสปอร์ตกับแม่และพาสปอร์ตของเธอระบุว่าเป็นเพศชาย ซึ่งเธอบอกว่า “การต้องสาบานตนว่าข้อมูลที่นำเสนอไปนั้นมันเป็นความจริง (การบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย) แม้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะไม่ได้เป็นความจริงสำหรับตัวเราเลย…มันสะเทือนอารมณ์ค่ะ เพราะมันเป็นการโกหกตัวเอง”
หรือจะ แมรี่ ฟอกซ์ หญิงข้ามเพศผู้ออกมาพูดถึงปัญหาที่เธอพบเจอจากการขอพาสปอร์ต เมื่อเธอไม่ได้รับอนุญาตในการออกพาสปอร์ตที่ระบุว่าเธอเป็นเพศหญิง โดยเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งกลับว่า จะออกได้เมื่อไหร่ ตอนไหน ปล่อยให้เธอเคว้งอยู่แบบนั้น และแม้เธอจะยอมให้เขาระบุเพศว่าเป็นชายลงไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถออกพาสปอร์ตให้ธอได้อยู่ดี ซึ่งเธอก็บอกเขาว่า “คือจะไม่ให้ฉันออกจากประเทศเลยใช่ไหม?” เจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับว่า “ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้” ซึ่งการที่เธอแชร์เรื่องราวของเธอบน TikTok จนเป็นไวรัล ก็ทำให้เธอได้เอกสารประจำตัวมาจนได้ แต่ระบุเพศเป็นเพศชายเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แพทริค ผู้เป็นคนข้ามเพศกล่าวว่า “ฉันคิดว่าสำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทรานส์ หรือ นอนไบนารี่ หรือคนที่ไม่ต้องดิ้นรนกับเรื่องนี้ อยากให้จำไว้ว่า พอมันไม่ส่งผลกระทบต่อคุณ มันก็มีคำอธิบายอยู่แหละว่า คุณมีพริวิเลจ…โชคดีที่ไม่ต้องเครียดเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ ไม่ต้องสงสัยว่าพาสปอร์ตหรือเอกสารประจำตัวของฉันจะผ่านหรือเปล่า”
ด้านทนายความ อดิติ ฟรุตวาลา จากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) ก็ได้แสดงความกังวลว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องโชว์บัตรประจำตัวหลายๆ รูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ คุณอาจถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง หากข้อมูลมันไม่ตรงกัน” ซึ่งทาง ACLU ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเคสคนข้ามเพศที่เข้ามาขอความช่วยเหลือในกรณีนี้ และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะคำสั่งดังกล่าวของทรัมป์เป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนข้ามเพศ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายกะทันหันเป็นการละเมิดข้อกำหนดในการแจ้งและแสดงความคิดเห็นเป็นเวลา 60 วัน
เจสซี รอสแมน ผู้อำนวยการด้านกฎหมายของ ACLU รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า “ความพยายามเหล่านี้โหดร้าย ไม่ยุติธรรม และผิดหลักกฎหมาย พวกเรากำลังท้าทายนโยบายพาสปอร์ตที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้ เพราะทุกคนสมควรได้รับเสรีภาพในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี”
อ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/articles/cg4klq45ngvo
https://www.npr.org/2025/02/21/nx-s1-5300880/trump-passport-policy-trans-gender-intersex-nonbinary
https://slate.com/news-and-politics/2025/01/trump-executive-order-trans-passport-renewal-gender.html
https://www.vox.com/politics/399502/transgender-passports-lgbtq-trump-marco-rubio-travel-gender
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ไม่ใช่แค่ Hunter Schafer แต่ทรานส์ทั่วอเมริกา กำลังเผชิญความลำบากจากการระบุเพศบนพาสปอร์ตให้ตรงเพศกำเนิด ไม่ตรงเพศสภาพ ตามนโยบายทรัมป์
- “ฉันเกลียดใคร คนอื่นต้องเกลียดด้วย” ‘Relational Aggression’ การบูลลี่ลับหลัง ด้วยการนินทา ใส่ร้าย สุมไฟ บงการให้คนอื่นเกลียดตาม ที่สร้างบาดแผลทางใจไม่น้อยกว่าทำร้ายกันตรงๆ
- ดราม่ามุกตลกจาก Ranveer Allahbadia อินฟลูฯ อินเดียที่ศาลไม่ตลกด้วย และนำไปสู่เกิดข้อถกเถียงไปทั้งประเทศ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com