โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ใช่แค่ Hunter Schafer แต่ทรานส์ทั่วอเมริกา กำลังเผชิญความลำบากจากการระบุเพศบนพาสปอร์ตให้ตรงเพศกำเนิด ไม่ตรงเพศสภาพ ตามนโยบายทรัมป์

Mirror Thailand

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 06.59 น.
ภาพไฮไลต์

“ฉันไม่สนใจหรอกที่พวกเขาใส่ M บนพาสปอร์ตของฉัน เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน และความเป็นทรานส์ในตัวฉันเลยจริงๆ แต่ก็น่ะ มันทำให้ชีวิตฉันยากขึ้นนิดหน่อย” ทันทีที่ ฮันเตอร์ เชเฟอร์ (Hunter Schafer) นักแสดงสาวมากความสามารถจาก Euphoria, The Hunger Games: The Ballad of Songbirds and Snakes, Cuckoo และ Kinds of Kindness ฯลฯ ออกมาเล่าบน TikTok ของเธอ ถึงพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่เพิ่งส่งมาถึงมือหมาดๆ หลังจากที่ก่อนหน้าพาสปอร์ตเล่มเก่าของเธอถูกขโมย ซึ่งทำให้เธอรู้สึกตกใจเพราะพาสปอร์ตเล่มใหม่นี้ถูกเปลี่ยนเพศจาก Female เป็น Male หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศนโยบายใหม่ ให้นับจากนี้ อเมริกามีแค่ “ชายกับหญิง” ซึ่งทำให้ประเด็นสิทธิคนข้ามเพศและการที่คนข้ามเพศถูก Misgender ถูกพูดถึงอย่างมากในวงกว้าง ไม่ว่าจะเรื่องที่ทรัมป์สั่งห้ามคนข้ามเพศรับราชการ แทรกแซงบริการสุขภาพเพศของทรานส์ เผชิญการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและการเข้าถึงการศึกษา จนถึงการรื้อถอนการระบุอัตลักษณ์ทางเพศในเอกสารราชการนี้

ฮันเตอร์ ใช้เสียงของเธอในฐานะบุคคลสาธารณะ บอกเล่าถึงปัญหาการถูกลิดรอนสิทธิของคนข้ามเพศ เพื่อให้ผู้คนมองเห็นและเกิดความตระหนักรู้มากขึ้นว่า ณ ขณะนี้ อเมริกาจะออกหนังสือเดินทางที่ระบุเฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามเพศกำเนิดเท่านั้น จากที่ก่อนหน้านี้ในยุคสมัยของโจ ไบเดน ประชาชนสามารถระบุเพศตามเพศสภาพได้ หรือใครที่ไม่ได้อยากระบุเพศก็สามารถระบุว่าเป็นเพศ X บนพาสปอร์ตได้

เธอยืนยันว่า “คนข้ามเพศนั้นสวยงาม เราจะไม่มีวันหยุดการมีอยู่ของพวกเรา ฉันเองก็จะไม่มีวันหยุดเป็นทรานส์ ตัวหนังสือบนพาสปอร์ตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกค่ะ”

ถึงการเซ็ตระบบใหม่ของอเมริกาภายใต้นโยบายของทรัมป์จะไม่สามารถลบล้างตัวตนของทรานส์ได้ แต่ก็ได้สร้างความยุ่งยากต่อคนข้ามเพศจำนวนมากในการเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากการระบุเพศเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่หลายคนคิด นั่นเพราะหลังจากนี้ เพศสภาพกับเพศกำเนิดของพวกเขาจะไม่ตรงกับในเอกสาร คนข้ามเพศในอเมริกาจึงอาจถูกสอบสวนและซักไซ้ในทุกการเดินทาง และทำให้ในบางครั้งบางคนอาจมีสิทธิ์ถูกห้ามเข้าในบางประเทศ ซึ่งก็คล้ายๆ กับที่คนข้ามเพศในไทยเอง รวมถึงทรานส์ในบางประเทศ หลายครั้งก็ถูกห้ามเข้าบางประเทศ หรือต้องเตรียมเอกสารมากมาย จนถึงเตรียมตัวอธิบายให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงเพศที่แท้จริงของตน เพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายหรืออาชญากร ซึ่งนับว่าเป็นความยากลำบาก ที่ต้องแสดงเจตนาบริสุทธิ์อยู่บ่อยๆ และอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติหลายประการ แม้การเป็นตัวเองมันจะไม่ควรเป็นความผิดตั้งแต่ต้น

ฮันเตอร์ ย้ำว่า เธอไม่ได้มาโพสต์เพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือจะสร้างดราม่า แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้ว เธอคิดว่าเธอควรจะโพสต์เพื่อผู้คนได้รับรู้เรื่องนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่อเมริกากำลังเผชิญอยู่ โดยเธอกล่าวว่า “ฉันแค่รู้สึกว่ามันสำคัญที่จะแชร์ออกไป เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คำพูดปากเปล่าเฉยๆ แต่นี่มันคือเรื่องจริง เรื่องที่มันเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้แบ่งแยกว่า พวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน จะมั่งคั่งร่ำรวย หรือจะขาว หรือจะสวย หรืออะไรก็ตาม ทุกคนล้วนถูกกีดกัน” ซึ่งเธอคาดเดาว่า หลังจากนี้เวลาเดินทางไปไหนมาไหน เธอคงจะถูกดึงตัวไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บ่อยเกินความจำเป็นอย่างแน่นอน

ยกตัวอย่าง มิคาเอล หญิงข้ามเพศในเท็กซัส แสดงความกังวลหลังจากที่เธอยังไม่ได้รับการอนุมัติพาสปอร์ตว่า “หากเครื่องหมายทางเพศของเราไม่ตรงกับตัวตนของเรา มันจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเช่ารถ การเช่าห้องพักในโรงแรม การซื้อรถยนต์ การซื้อบ้าน อะไรแบบนี้ทั้งหมด…มันมีอะไรอีกมากมายที่ผู้คนไม่ได้นึกถึง”

รีด โซโลมอน-เลน ชายข้ามเพศกล่าวว่า “ผมใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ในฐานะผู้ชายมาทั้งชีวิตแล้วครับ ทุกคนในชีวิตส่วนตัวและในการทำงาน รู้จักผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง คนแปลกหน้าที่พบเจอกันก็มองผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง…ตอนนี้ในฐานะคุณพ่อลูกสาม คำสั่งของทรัมป์และนโยบายพาสปอร์ตนี้มันคุกคามชีวิตทั้งด้านความปลอดภัยและความสบายใจ หากพาสปอร์ตของผมมันสะท้อนถึงการระบุเพศที่ไม่ตรงกับตัวตนของผม ผมก็จะถูกบังคับให้ออกไปทุกครั้งที่ใช้พาสปอร์ตเพื่อเดินทางหรือแสดงตัวตน ซึ่งมันก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผมและครอบครัวของผม”

ลูอี ชายข้ามเพศวัย 24 ปี ได้เคยยื่นขอพาสปอร์ตไปเมื่อปีที่แล้ว และได้รับการอนุมัติเรียบร้อยในเดือนธันวาคมที่จะระบุเพศของเขาบนพาสปอร์ตเป็น Male แต่เมื่อทรัมป์เข้ารับคำตำแหน่ง คำขอนั้นก็ถูกปัดตก เขาได้พาสปอร์ตที่ระบุมาเป็น Female มาแทนโดยไม่ยินยอม

เมลโลว์ หญิงข้ามเพศวัย 21 ปี ที่ไปทำพาสปอร์ตกับแม่และพาสปอร์ตของเธอระบุว่าเป็นเพศชาย ซึ่งเธอบอกว่า “การต้องสาบานตนว่าข้อมูลที่นำเสนอไปนั้นมันเป็นความจริง (การบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย) แม้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะไม่ได้เป็นความจริงสำหรับตัวเราเลย…มันสะเทือนอารมณ์ค่ะ เพราะมันเป็นการโกหกตัวเอง”

หรือจะ แมรี่ ฟอกซ์ หญิงข้ามเพศผู้ออกมาพูดถึงปัญหาที่เธอพบเจอจากการขอพาสปอร์ต เมื่อเธอไม่ได้รับอนุญาตในการออกพาสปอร์ตที่ระบุว่าเธอเป็นเพศหญิง โดยเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งกลับว่า จะออกได้เมื่อไหร่ ตอนไหน ปล่อยให้เธอเคว้งอยู่แบบนั้น และแม้เธอจะยอมให้เขาระบุเพศว่าเป็นชายลงไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถออกพาสปอร์ตให้ธอได้อยู่ดี ซึ่งเธอก็บอกเขาว่า “คือจะไม่ให้ฉันออกจากประเทศเลยใช่ไหม?” เจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับว่า “ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้” ซึ่งการที่เธอแชร์เรื่องราวของเธอบน TikTok จนเป็นไวรัล ก็ทำให้เธอได้เอกสารประจำตัวมาจนได้ แต่ระบุเพศเป็นเพศชายเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แพทริค ผู้เป็นคนข้ามเพศกล่าวว่า “ฉันคิดว่าสำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทรานส์ หรือ นอนไบนารี่ หรือคนที่ไม่ต้องดิ้นรนกับเรื่องนี้ อยากให้จำไว้ว่า พอมันไม่ส่งผลกระทบต่อคุณ มันก็มีคำอธิบายอยู่แหละว่า คุณมีพริวิเลจ…โชคดีที่ไม่ต้องเครียดเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ ไม่ต้องสงสัยว่าพาสปอร์ตหรือเอกสารประจำตัวของฉันจะผ่านหรือเปล่า”

ด้านทนายความ อดิติ ฟรุตวาลา จากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) ก็ได้แสดงความกังวลว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องโชว์บัตรประจำตัวหลายๆ รูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ คุณอาจถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง หากข้อมูลมันไม่ตรงกัน” ซึ่งทาง ACLU ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเคสคนข้ามเพศที่เข้ามาขอความช่วยเหลือในกรณีนี้ และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะคำสั่งดังกล่าวของทรัมป์เป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนข้ามเพศ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายกะทันหันเป็นการละเมิดข้อกำหนดในการแจ้งและแสดงความคิดเห็นเป็นเวลา 60 วัน

เจสซี รอสแมน ผู้อำนวยการด้านกฎหมายของ ACLU รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า “ความพยายามเหล่านี้โหดร้าย ไม่ยุติธรรม และผิดหลักกฎหมาย พวกเรากำลังท้าทายนโยบายพาสปอร์ตที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้ เพราะทุกคนสมควรได้รับเสรีภาพในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี”

อ้างอิง:

https://www.bbc.com/news/articles/cg4klq45ngvo

https://www.forbes.com/sites/conormurray/2025/02/21/trans-actress-hunter-schafer-says-her-passport-now-lists-her-sex-as-male-after-trump-executive-order/

https://www.usatoday.com/story/entertainment/celebrities/2025/02/21/hunter-schafer-passport-tiktok-trump-executive-order/79433800007/

https://www.npr.org/2025/02/21/nx-s1-5300880/trump-passport-policy-trans-gender-intersex-nonbinary

https://apnews.com/article/trump-order-transgender-nonbinary-passport-dd7d25350afea024c0a9de1011174e2c

https://www.usatoday.com/story/travel/news/2025/01/28/state-department-passport-gender-marker/77976486007/

https://slate.com/news-and-politics/2025/01/trump-executive-order-trans-passport-renewal-gender.html

https://www.vox.com/politics/399502/transgender-passports-lgbtq-trump-marco-rubio-travel-gender

https://www.aclu.org/press-releases/transgender-and-nonbinary-people-take-trump-to-court-over-passport-restrictions

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...