โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้บริโภคเฮ!! เปิดผลทดสอบหม้อสแตนเลส 15 ยี่ห้อ ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 06.03 น. • The Bangkok Insight

ฉลาดซื้อร่วมกับสภาผู้บริโภค เผย ผลทดสอบหม้อสแตนเลสผ่านมาตรฐานความปลอดภัยทุกตัวอย่าง พร้อมหนุน สมอ. ยกระดับจากภาคสมัครใจเป็นมาตรฐานบังคับความปลอดภัย

สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลการทดสอบสินค้าประเภทหม้อสแตนเลส 2 หู ขนาด 14-22 เซนติเมตร โดยทดสอบตาม มอก.3206-2567 กลุ่มภาชนะและเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิมสำหรับอาหาร

ทดสอบหม้อสแตนเลส

ทั้งนี้ ได้สุ่มเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 14-21 มกราคม 2568 รวม 15 ยี่ห้อ ได้แก่ ตรา ม้าลาย, ตรา Seagull, ตรา ANNONS , ตรา JMS JIA MEI SHENG, ตรา KBEAR จาก PAIQISHUN , ตรา ZHENGLI, ตรา MR DIY , ตรา RRS , ตรา SANE , ตรา KBEAR จาก KAKABEAR SHOP , ตรา SUN , ตรา Kassa Home , ตรา ME LIVING MIND, ตรา พระจันทร์ , ตรา GO GOAL

ทัศนีย์ แน่นอุดร บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อและรองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวสรุปผลการทดสอบหม้อสแตนเลสว่า ตัวอย่างที่นำมาทดสอบ เป็นหม้อสแตนเลส 2 หู ขนาด 14-22 ซม.โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 14-21 มกราคม 2568 และส่งห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจาก สมอ. เพื่อทดสอบด้านความปลอดภัย จากโลหะหนัก 7 ชนิด ได้แก่ โครเมียม, นิกเกิล, แมงกานีส, ตะกั่ว, แคดเมียม, สารหนู และ โมลิบดินัม ตาม มอก.3206-2567 ภาชนะและเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิมสำหรับอาหาร เฉพาะด้านความปลอดภัย ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2567

จากการทดสอบพบว่า สินค้าทุกตัวอย่างที่ส่งทดสอบผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ถือว่าเป็นข่าวดี อย่างไรก็ตามเราสามารถดำเนินการทดสอบได้เพียง 15 ตัวอย่าง และยังมีสินค้าเหล็กกล้าไร้สนิมอีกหลายประเภทที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงซึ่งยังไม่ได้ทดสอบ ดังนั้นหากยังไม่มีมาตรฐานบังคับ ผู้บริโภคก็ไม่อาจวางใจได้อย่างเต็มที่

ข้อสังเกตอีกอย่างที่พบคือ สินค้าที่สุ่มซื้อมานั้น ยังพบปัญหาด้านฉลาก โดยสามารถพบการระบุแหล่งผลิตได้เพียง 10 ตัวอย่าง คือผลิตในไทย 3 ตัวอย่าง ระบุแหล่งผลิตจากประเทศจีน 7 ตัวอย่าง อีก 4 ตัวอย่างไม่ระบุแหล่งผลิต และไม่มีฉลากแจ้งรายละเอียด 1 ตัวอย่าง

เหตุนี้ถือเป็นปัญหาสำคัญเพราะการที่สินค้าไม่มีฉลากกำกับอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อเกิดปัญหาไม่สามารถหาแหล่งตรวจสอบย้อนกลับต้นทางได้ นี่เองถือเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่าแม้ผลทดสอบหม้อสแตนเลสครั้งนี้พบว่าปลอดภัยทุกตัวอย่าง แต่ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงแฝงอยู่คือ ปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ ผลิตโดยใช้กระบวนการนำโลหะหนักมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ แต่ไม่เหมาะกับการนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับอาหารและขายทั่วไปในไทย อีกทั้งสินค้านำเข้าที่ราคาถูกอาจไม่มีคุณภาพได้ เพราะฉะนั้นให้ถือเป็นข้อสังเกตเรื่องนี้ว่าโลหะประเภทอะลูมิเนียมก็จะต้องมีการยกระดับมาตรฐานเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยด้วย

สิริลักษณ์ ชูโชติ ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 3 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ. ดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวมุ่งเน้นให้เกิดการนำมาตรฐานไปใช้เพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการออกมาตรฐานและกลไกการตรวจสอบที่จำเป็นต้องป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชนหรือแก่กิจการอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจของประเทศ

เผย 3 กลไกสำคัญในการดำเนินงาน

1. การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Standard) ปัจจุบันมีมาตรฐาน 144 ฉบับ ที่เป็นมาตรฐานภาคบังคับ ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 308 ผลิตภัณฑ์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. การตรวจสอบรับรอง (Conformity Assessment) ปัจจุบันมีใบอนุญาต 3.7 หมื่นฉบับ บังคับใช้กับผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ

3. การกำกับตลาด (Market Surveillance) ที่ สมอ. ได้มีการยึดและอายัดสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องบูรณาการการแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนในการพัฒนาความร่วมมือ การเฝ้าระวัง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลการทดสอบสินค้า สร้างกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งรวมไปถึงการพัฒนาระบบที่สามารถเกิดกลไกการขายสินค้าในประเทศให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สำหรับหม้อสแตนเลส อยู่ในขอบข่ายของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมภาชนะและเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิมสำหรับอาหาร เฉพาะด้านความปลอดภัย มอก. 3206-2567 ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปที่ให้ผู้ประกอบการสมัครใจจดทะเบียน แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการวางจำหน่ายในท้องตลาดค่อนข้างมาก เมื่อใช้เป็นเวลานานอาจมีปริมาณโลหะหนักแพร่ออกมาเกินกว่ามาตรฐานกำหนด

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย สมอ.จึงเตรียมยกระดับมาตรฐานทั่วไปให้เป็นมาตรฐานบังคับ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเตรียมรับฟังความคิดเห็น ต่อกำหนดให้ภาชนะและเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิมสำหรับอาหาร มอก. 3206-2567 ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งครอบคลุมภาชนะและเครื่องใช้เหล็กกล้าไร้สนิมที่ใช้สัมผัสอาหารโดยตรง ได้แก่ หม้อ กระทะ จาน ชาม ถามใส่อาหาร กล่องใส่อาหาร ภาชนะใส่เครื่องดื่ม ช้อน ส้อม ตะเกียบ ตะหลิว ทัพพี กระบวย

สำหรับมาตรฐานดังกล่าว คาดว่าจะใช้บังคับประมาณกลางปี 2569 อย่างไรก็ดี สมอ. ยินดีที่จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะมีการกำหนดให้ต้องเป็นไปตามกฎหมายในอนาคต และร่วมกันเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าจากการนำเข้ารวมถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศ ที่ไม่มีคุณภาพและไม่เป็นไปมาตรฐาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...