โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไล่ "ภูมิใจไทย" พ้นรัฐบาล "เสี่ยหนู" เตรียมวางมือทางการเมือง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 08.27 น.

ไล่ "ภูมิใจไทย" พ้นรัฐบาล "อนุทิน" จับเข่าคุย "นายกฯอิ๊งค์" จบ เก็งข้อสอบไม่หวั่นถูกซักฟอกเขากระโดง "เสี่ยหนู" เตรียมวางมือทางการเมือง ปั่นคนรุ่นใหม่บ้านใหญ่สานต่ออุดมการณ์

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวThe room 44 ถึงกรณีเป็นเจ้าภาพดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล 25 ก.พ. ที่โรงแรมโอเรียบเต็ล โดยเสนอให้มาร่วมงานพรรคละ2คนว่า ไม่ใช่เลย งานนี้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ บอกว่า “อาเป็นเจ้าภาพ เดี๋ยวแขกท่านเชิญเอง” นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะกำหนด พรรคละ2 คน เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค พร้อมนพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช เลขาธิการนายกฯ รวม15คน เมื่อถามว่าเจอตรวจสอบที่ดินของครอบครัวที่เขาใหญ่ ถึงขั้นรมว.มท.ใช้คำสบถแรงมาก นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปเล่นอะไรกับครอบครัวที่เขาไม่รู้เรื่อง ถ้ามีอะไรให้มาเล่นผม ถ้าผมทำบ้างละ แต่ไม่เคยคิดทำร้ายคนอื่น จะไปสู้อะไรก็ต้องดูเขามีฝือมีเท้า มีมีด ปืน ระเบิดหรือเปล่า เขาคงต้องดูฝั่งตนเหมือนกัน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวหา ทั้งกรณีที่ดิน ตัดไฟแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สุดท้ายทำอะไรเราไม่ได้ แม้เขามีฝีมือเต็มร้อย แต่ที่สำคัญเราไม่เคยทำผิดถึงไม่กลัวอะไร เมื่อถามว่าหวั่นไหวถูกซักฟอกอย่างไร รับมือถูกฝ่ายค้านซักฟอกอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเก็งข้อสอบ เที่ยวนี้โชคดีคงถูกอภิปรายประเด็นเขากระโดง ก็ชี้แจงตามหลักฐานที่มีอยู่ ตอนนี้รอคำสั่งศาลปกครองว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ กรณีที่ดินอัลไพน์ก็ไม่มีปัญหา ปฏิบัติตามกติกาเคร่งครัด ถึงไม่มีอะไรที่กังวล แต่ที่หวั่นไหวคือกลับตอบไม่ดี กลัวคอนโทรลอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ไม่ห่วงเรื่องข้อมูล ห่วงเรื่องการสื่อสาร เพราะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ทำงานเก่ง และหวั่นไหวว่า ไม่ได้ทำ แต่ทำไมมาหาเรื่อง

เมื่อถามว่าในสายตาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลอยู่ยาวครบเทอมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต่างคนต่างมีความหนักแน่นดีพอ ก็ควรจะอยู่ครบเทอม ตนไม่ค่อยกังวล ยิ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยิ่งไม่ต้องกังวล ได้ข่าวว่า นายกฯถูกอภิปรายด้วย ถ้านายกฯไม่โดนมันก็ตลก เพราะรัฐมนตรีทุกคนทำตามคำสั่ง “พรรคภูมิใจไทยยังไงก็ต้องสนับสนุนนายกฯเป็นคนแรก ไม่ต้องบอกว่าเดี๋ยวคนนี้ พรรคนี้ พรรคนั้นจะไม่ยกมือให้ผม ก็ไม่เป็นอะไร เพราะพรรคภูมิใจไทยมี70 เสียง พรรคอื่นๆน้อยกว่า ผมป็นรองนายกฯ ถูกโหวตก่อน ถ้าใครไม่ยกให้ผมก็จุดๆๆ มันก็แค่นี้”.

เมื่อถามว่าตั้งแต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยมีมุมมองหลายเรื่องไม่ตรงกัน เช่น แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ถ้าเห็นตรงกันทุกอย่างป่านนี้ตนเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ไม่ต้องไปอยู่พรรคภูมิใจไทยให้ปวดหัว รัฐบาลพรรคร่วม ในสภาฯมันต้องเห็นต่าง ทำให้เกิดทฤษฎีใหม่ๆขึ้น การดำเนินการใหม่ๆเกิดจากความเห็นต่างๆ มองให้มันเป็นประโยชน์ แต่พรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำอย่างเดียวคือ ผิดกฎหมายและผิดต่อศีลธรรมอันดี

“อย่างที่มีสส.บางคนบอก เห็นต่างก็ต้องถอนตัวออกไปซิ อย่างนั้นเลยเหรอ แน่ใจหรอ จะทำกันจริงเหรอ แล้วคุณเป็นใครมาพูด ผมกับกับนายกฯ รัฐบาาลนี้โชคดีมีนายกฯเป็นห้วหน้าพรรคด้วย ไม่ต้องไปหาคนอื่นแล้ว คุยกับหัวหน้าพรรค คุยกับนายกฯ มันต้องจบ ไม่จบไม่ได้ เพราะหัวหน้าพรรคกับหัวหน้าพรรคคุยกัน ก็ต้องจบ จะจบอย่งไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จบแบบไปกันต่อหรือจบแบบพอแค่นี้ มันก็ต้องจบที่คนสองคนนี้ แต่วันนี้ผมก็ดู ผมอยู่กับท่านนายกฯ ก็ยังไม่เห็นมีประเด็นนี้ ทำงานด้วยความสุข หารือปรึกษากันตลอด ”นายอนุทินระบุ

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเตรียมพร้อมเลือกตั้งใหญ่ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า โอ้โหเตรียมมาตั้งแต่เข้ามาวันแรกแล้ว เป็นพรรคการเมือง โดยเฉพาะคนที่มีพื้นฐานแบบตนที่คิดเสมอว่า พุร่งนี้เลือกตั้ง ไปถามลูกพรรคดูว่าได้พูดกับเขาอย่างไร เมื่อถามว่าเลือกตั้งสมัยหน้ามองถึงขั้นเป็นพรรคชิงเบอร์หนึ่งเลย นายอนุทินกล่าวว่า ได้แค่นี้ก็บุญแล้ว แต่ทำให้ดีที่สุด ถามว่ายากเป็นเบอร์1 มีสส.มากที่สุดหรือไม่ อยากสิ แต่คนที่ทำให้ไปถึงตรงนั้นคือประชาชน ดังนั้นต้องทำงานหนัก ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยดีขึ้นตลอด ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ มันยังไม่กระดกลง มันมีแต่กระดกขึ้น และอีกอย่างตนอีกเที่ยวก็จบแล้ว ถึงได้เตรียมอนาคตพรรคภูมิใจไทย กรรมการบริหารพรรคเป็นคนรุ่นใหม่หมด บ้านใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถ เก่ง ถ้าเอาผ้าคลุมป้ายพรรคภูมิใจไทยนึกว่าเดินเข้าพรรคประชาชน คนพวกนี้ไม่ได้ทำการเมืองโดยอาศัยความเก๋าอย่างเดียว เขาทำการเมืองโดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี ดังนั้นใครบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเฉพาะกิจ กาลเวลาพิสูจน์แล้ว17ปีมันโตขึ้นทุกปี ผู้ใหญ่ในพรรคถึงอยากให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่แท้จริง มันก็ใกล้ถึงเวลานั้นเข้าไปทุกที วัตรปฏิบัติที่เห็นเขาทำ ทำให้มั่นใจว่ารับภาระพรรคนี้ต่อไปได้อย่างแน่นอน.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...