โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SAWAD น่าสนใจไหม? เดือนเดียวรูด 19% โบรกฯ แนะทั้ง “ซื้อ” และ “Neutral” มองผลงานโต หนุนราคาหุ้นฟื้น

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 18.24 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 04.44 น.

ราคาหุ้นของ SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก โดยวันที่ 13 มี.ค. 68 ราคาหุ้นปิดตลาดอยู่ที่ 30 บาท ปรับตัวลดลงไปแล้ว 9.77% ในช่วง 1 สัปดาห์ หลังประกาศงบไตรมาส 4/67 กำไรต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม หากนับในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของ SAWAD ปรับตัวลดลงไปแล้ว 19.46%
โดยราคาหุ้นที่ลดลงจะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหรือไม่ และนักลงทุนควรทำอย่างไร วันนี้ Wealthy Thai มีมุมมองจากนักวิเคราะห์มาฝาก
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ปัญหาสภาพคล่องของ SAWAD ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยตั้งแต่ปี 2567 บริษัทได้รับ Credit line จากธนาคารเพิ่มเข้ามาราว 6.4 พันล้านบาท และเงินจากการออกหุ้นกู้ 3 พันล้านบาท ส่วนปีนี้มีการขอ Syndicate Loan จำนวน 100 ล้านเหรียญ และเตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในเดือนมี.ค. ที่มีการปรับ Credit Rating ขึ้นเป็น A-จาก Fitch ทำให้คาดจะขายได้เต็มจำนวนโดยที่ต้นทุนทางการเงินต่ำลง
สำหรับ Asset Yield ที่ลดลงในไตรมาส 4/67 ราว 20 bps จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่จำกัด ทำให้รับรู้รายได้ดอกเบี้ยได้น้อยกว่าปกติ เนื่องจากปกติการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยของสัญญาสินเชื่อจะค่อนข้างสูงในช่วงต้นสัญญาและค่อยๆ ลดต่ำลง ดังนั้นหากบริษัทกลับมาขยายสินเชื่อ Asset Yield จะมีทิศทางที่ขยับขึ้นสู่ระดับปกติ
ปี 2568 บริษัทตั้งเป้าขยายสินเชื่อรวมที่ 10-15% จากปีก่อน สูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 9% หลังมีความพร้อมเรื่องเงินทุน โดยจะเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก เพราะมีความเสี่ยงต่ำและมีความต้องการสูง ซึ่งจะช่วยให้คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ารุกธุรกิจนายหน้าประกันมากขึ้น คาดเบี้ยประกันที่มีการขายผ่านช่องทางของบริษัทจะโต 30-50% จากปีก่อน สะท้อนรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะเติบโตดีขึ้น และเป็นการใช้ประโยชน์จากจำนวนสาขาให้สร้างรายได้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
ส่วน Credit Cost คาดอยู่ในระดับ 1.8-2% ใกล้เคียงกับปี 2567 เพราะมองว่าอาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ถ้าเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอาจทำให้การตั้งสำรองลดลงมากกว่าคาด
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อย เพราะหลายๆ ประเด็นสะท้อนถึงโอกาสที่ผลดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของ SAWAD จะกลับมาโตทั้งจากไตรมาส 1/67 และ 4/67 ทั้งการขยายสินเชื่อใหม่ได้มากขึ้น ขณะที่ NIM มีโอกาสฟื้นตัวตามจำนวนสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มผลขาดทุนจากการขายรถยึด รวมถึงการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง ฝ่ายวิเคราะห์จึงยังคงคาด SAWAD จะมีกำไรสุทธิทั้งปี 2568 ที่ 5,873 ล้านบาท โต 16.3% จากปีก่อน
พร้อมมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลง หลังจากประกาศกำไรไตรมาส 4/67 ที่ต่ำกว่าคาด เป็นจังหวะลงทุนรอบใหม่ เพื่อรอการฟื้นตัวของราคาหุ้นที่จะสอดรับไปกับกำไรสุทธิของบริษัท โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานปี 2568 เดิมที่ 50 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อ SAWAD เพราะเป้าหมายทางการเงินยังใกล้เคียงกับสมมติฐาน จึงคงคาดการณ์กําไรสุทธิปี 2568 ที่ 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน ขณะที่ EPS หลังรวมหุ้นปันผล เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน บนสมมติฐานสินเชื่อเติบโตราว 10% และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม 10% จากปี 2567 (ทุก 10% ของค่าธรรมเนียมที่เปลี่ยนแปลงจากสมมติฐานจะทําให้กําไรเปลี่ยน 4%) และ Credit cost ที่ 1.7% (ทุก 0.3% ของCredit cost ที่เปลี่ยนแปลงจากสมมติฐานจะทําให้กําไรเปลี่ยน 4%) ด้านทิศทาง ROE อยู่ที่ 16% เทียบกับ 16.5% ในปี 2567
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย 38 บาท คงคำแนะนํา “Neutral” ราคามี Upside ไม่สูงภายใต้ประมาณการกําไรปี 2568 –2570 โตเฉลี่ย 12% ต่อปี และ DPR รูปเงินสดไม่สูง ด้านราคาหุ้นถูกปรับฐานจนส่งผลให้ PER ซื้อขาย 10 เท่า แต่แนวโน้มการขยายตัวของ EPS ปี 2568 ไม่สูง (กรณีคํานวณตามฐานจํานวนหุ้นแต่ละปี) ในอีกด้านจะเป็นการจํากัดการขึ้นของราคาหุ้นเช่นกัน โดยในกลุ่มฯ คงมุมมองชอบ MTC กับ TIDLOR มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...