โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก Sunshine Boy สู่ Paul Vibhavadi “ภูมิ วิภูริศ” 10 ปีบนเส้นทางดนตรีไม่เคยหยุดทดลอง และคอนเสิร์ตครบรอบ 8 ปีอัลบั้มแรก

Ad Addict

อัพเดต 25 มี.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • น้ำค้างเดือนสิบสอง

“ภูมิอยากเปิดร้านไอศกรีมที่มีตู้พินบอลจากยุค 80 ให้เล่นครับ”

นี่คือคำตอบจาก “ภูมิ - วิภูริศ ศิริทิพย์” ศิลปินอินดี้ไทยที่ได้รับความรักจากแฟนทั่วโลก เมื่อถูกถามถึงความฝันของเขาหลังจากที่อยู่ในวงการเพลงมาแล้ว 10 ปี แม้เราจะคาดหวังคำตอบด้านดนตรี แต่สิ่งที่หนุ่มคนนี้บอกกับเรา ทำเอาแอดเผลอยิ้มตามเลยฮะ

ด้วยรอยยิ้มที่สดใส แนวดนตรีอินดี้โฟล์กฟังสบาย รวมถึงเพลงดังสร้างชื่ออย่าง Lover Boy ทำให้คุณภูมิได้รับฉายาว่า “Sunshine Boy” มาโดยตลอด แต่วันนี้เขาได้ลองแปลงโฉมตัวเองเป็น “Paul Vibhavadi” สลอธสองภาษาที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในโลก มาพร้อมแนวเพลง House และ Techno จังหวะสนุก ๆ ซึ่งถือเป็นรสชาติทางดนตรีที่แปลกที่สุดตั้งแต่ที่เขาทำเพลงมา

จากการนั่งคุยกันร่วมชั่วโมง เราขอนิยามว่า คุณภูมิคือศิลปินที่ควบตำแหน่งนักทดลองไปในตัวจริง ๆ เพราะเส้นทางดนตรีที่ผ่านมาของเขา เต็มไปด้วยความท้าทายในการสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ เยอะมาก รวมถึงใน “Phum Viphurit ‘Manchild Reimagined’ Concert” คอนเสิร์ตฉลอง 10 ปีในวงการ และครบรอบ 8 ปีของอัลบั้มแรกอย่าง Manchild ด้วย

ตลอด 1 ทศวรรษ คุณภูมิทดลองทำอะไรไปแล้วบ้าง ? เราจะได้เจออะไรในคอนเสิร์ตที่กำลังจะถึงนี้ ? และในอนาคตเขาจะแขวนไมค์ แล้วไปเปิดร้านไอศกรีมแบบเต็มตัวเลยหรือไม่ ? ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้คร้าบบบ

แต่งเพลง ตีกลอง ออกจาก Comfort Zone : ความสนุกหลากรสตลอด 10 ปี

คำถามแรกที่เราโยนให้คุณภูมิคือ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีอะไรที่แฟน ๆ เข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวคุณบ้าง ? ซึ่งเขาตอบว่า คนมักมองว่าเขาชอบทำเพลงรัก แต่ถ้าฟังเนื้อหาจริง ๆ จะรู้ว่าเต็มไปด้วยความ Conflict ในตัวของมันเอง แต่แค่ฉาบไว้ด้วยดนตรีโฟล์กฟังสบายเท่านั้น

ในฐานะศิลปินที่ทำเพลงเอง เราเลยอยากรู้ว่าระหว่างเนื้อร้อง ทำนอง และดนตรี อะไรมาก่อนกัน ซึ่งเขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ทำนอง” ฮะ

คุณภูมิ : ผมให้ความสำคัญกับทำนองมากกว่า ถ้ามันดีจริง ๆ เมื่อเราตื่นมาก็จะยังจำทำนองนั้นได้ ตามมาด้วยดนตรี ส่วนเนื้อร้องมาหลังสุด ซึ่งเราจะไม่ได้วางคอนเซ็ปต์ครอบไว้ตั้งแต่แรกว่าจะทำเพลงรัก เพลงเศร้า หรือเพลงอกหัก แต่จะถามตัวเองว่าตอนนี้รู้สึกยังไง แล้วหยิบอารมณ์นั้นมาเขียนเป็นเนื้อเพลงอีกทีครับ

นอกจากการร้องเพลงและเล่นกีตาร์ ทุกคนรู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วคุณภูมิชอบ “ตีกลอง” ด้วยนะ เพราะเขารู้สึกว่าการตีกลองไม่มีความกดดันอะไรเลย โฟกัสแค่จังหวะอย่างเดียว แถมยังได้นั่งในตำแหน่งหลังสุด ทำให้เห็นภาพรวมทุกอย่าง ทั้งการแสดงบนเวที และ Reaction ของคนดูที่อยู่ด้านล่างด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็มีไปแจมในทัวร์อเมริกา เอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และล่าสุดก็ได้อัดกลองในโปรเจกต์ Alter Ego EP "Paul Vibhavadi Vol. 1" ด้วยเช่นกัน

จากที่คุยกับคุณภูมิมา เขาพูดคำว่า “ทดลอง” นับไม่ถ้วน เราเลยอยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังอินกับการทดลองแบบไหนอยู่ ?

“ภูมิลองออกจาก Comfort Zone ด้วยการแต่งเพลงจากเปียโน

เพราะเราอยากรู้ว่า หากเล่นดนตรีที่ไม่ถนัด เราจะได้อะไรกลับมาบ้าง”

คุณภูมิ : อาาาา ตอนนี้เริ่มอินกับการแต่งเพลงที่ไม่ได้มาจากเครื่องดนตรีที่เรา confident ครับ ปกติเราจะแต่งเพลงจากกีตาร์ หรือกีตาร์ไฟฟ้า ปีนี้ภูมิพยายามเรียนเปียโนเอง ซึ่งตอนนี้เราก็พอจับคอร์ด และพอเอามาขยี้เป็น Melody ได้บ้างแล้ว

ทดลองเป็นตัวเองได้แค่ 20% ความท้าทายในฐานะโปรดิวเซอร์ให้ศิลปินคนอื่น

เมื่อสวมหมวกศิลปิน คุณภูมิแสดงตัวตนผ่านเพลงได้ 100% แต่เมื่อสวมหมวกโปรดิวเซอร์ หรือต้องทำเพลงให้ศิลปินคนอื่น เขาสามารถเป็นตัวเองได้แค่ 20% เท่านั้น

คุณภูมิ : เวลาทำเพลงให้ศิลปินท่านอื่น ผมจะมองว่าเขาเป็น Client ซึ่งจะมีบรีฟมาค่อนข้างเคลียร์ว่าอยากได้เพลงแบบไหน บางงานเราใส่ตัวตนของ ภูมิ วิภูริศ แค่ 20% เท่านั้น ส่วนอีก 80% ก็ให้เป็นไปตามบรีฟ กรณีที่เขาอยากโชว์ตัวตน แต่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการอะไร ภูมิจะคุยกับเขาเยอะ ๆ ลองให้เขาสร้าง Playlist มาซัก 12 เพลง เพื่อเราจะได้ Define ถูกว่าเขาชอบสไตล์ไหน ชอบ Sound แบบไหน

“ผมว่าผมโชคดีที่ได้ฝึกทำงานตัวเองมาเยอะ

พอทำเพลงให้คนอื่น เราเลยหยิบสกิลตรงนี้ไปใส่ใน Topic ที่หลากหลายได้”

นอกจากทำเพลงประกอบหนัง ซีรีส์ เกม แอนิเมชันให้กับบริษัทในจีนและเกาหลี รวมถึง Produce เพลงให้กับศิลปินไทย และจับมือศิลปินต่างประเทศมามากมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่าย 88Rising ได้เอาเพลง Lover Boy ไปเรียบเรียงใหม่ ซึ่งคุณภูมิได้ Featuring กับศิลปินจากจีนวง Higher Brothers มาแล้ว

ล่าสุดเขาก็มีโอกาสได้ทำเพลงประกอบเกม NBA ร่วมกับคุณ Masiwei ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Higher Brothers อีกครั้ง ซึ่งเขาบอกว่าเป็นการทำงานที่สนุกสุด ๆ

สลัดคราบหนุ่มยิ้มง่าย กลายร่างเป็นสลอธที่อินกับเพลง House

ใครที่เคยติดภาพจำว่า ภูมิ วิภูริศ คือศิลปินยิ้มง่าย เน้นสร้างความสุขให้ผู้ฟังผ่านเพลงแนวอินดี้โฟล์กนั้น ตอนนี้แอดขอให้ทุกคนเปิดใจ เพราะตอนนี้คุณภูมิได้กลายร่างเป็นสลอธแล้ว !

โดยใช้ชื่อว่า “Paul Vibhavadi” ซึ่งเขานิยามคาแรกเตอร์นี้ว่าเป็น “สลอธสองภาษาที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดในโลก” ซึ่งกำลังออกเดินทางตามหาความสุขในป่าหิมพานต์ ผ่านโปรเจกต์ Alter Ego ล่าสุดอย่าง EP "Paul Vibhavadi Vol.1" แถมยังฉีกกฎการทำเพลงแบบเดิม ๆ ที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพราะเพลงใน EP นี้จะเป็นแนว House และ Techno จังหวะสนุกขึ้น

คุณภูมิ : จริง ๆ สลอธพอลมาตั้งแต่อัลบั้ม “The Greng Jai Piece” ช่วงโควิดแล้วครับ ซึ่งตอนนั้นแค่อยู่บนปกอัลบั้มเฉย ๆ แต่ส่วนตัวภูมิชอบ Visual Concept ของตัวนี้ เพราะช่วงนั้นเราใช้ชีวิตเฉื่อย ๆ อยู่แต่ในบ้าน ติดตามชีวิตเพื่อนจากในโซเชียลมีเดียเท่านั้น ซึ่งก็เหมือนกับสลอธที่วัน ๆ อยู่แต่บนต้นไม้ เฝ้ามองโลกจากระยะไกล เราเลยอยากเอาคาแรกเตอร์นี้มาขยี้ต่อแบบเต็ม ๆ เลยคิดว่าถ้าเอาตัวสลอธที่คนมองว่ามันช้ามา Represent ดนตรีที่มันเร็ว น่าจะเกิด Contrast อะไรบางอย่างที่มันน่าสนใจดี แม้คนจะถามเยอะว่าเราทำไปทำไม 5555 ซึ่งภูมิชอบที่ได้ทดลองสิ่งนี้ขึ้นมาครับ

หลังจากเปิดตัวคุณสลอธพอลต่อหน้าสาธารณชน คุณภูมิบอกว่าคนที่เก็ตก็จะขำ ส่วนคนที่ไม่เก็ตก็แอบกลัว เพราะมันอยู่กึ่งกลางระหว่างมนุษย์กับแอนิเมชัน ซึ่งเขามองว่า Reaction จากหลายมุมแบบนี้ช่างน่าสนใจ เพราะทำให้เห็นช่องทางของการทำงานศิลปะอื่น ๆ หรือได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ภายใต้ชื่อ Paul Vibhavadi ได้

“เราไม่จำเป็นต้อง Define ดนตรีของเรา

เป็นแค่อินดี้โฟล์กหรืออินดี้ป๊อป

เพราะเราสามารถสวมหมวกได้หลายใบ

และทำงานได้หลาย Format”

“เรื่องเนื้อเพลง ภูมิอยากพูดถึง Parasocial Relationship

ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนดังกับผู้ติดตาม

ขณะที่เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา แต่เราไม่รู้จักเขาเลย

เราเลยอยากใช้ EP นี้ตั้งคำถามกับสิ่งนี้ครับ”

คุณภูมิ : หลายคนอาจมองว่านี่คือความสัมพันธ์แบบ Two-way relationship แต่จริง ๆ แล้วมันเป็น One-way relationship มากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วมันคือการที่คน ๆ นึงทำผลงาน แล้วให้คนอีกฝั่งเสพอยู่ฝ่ายเดียว เลยอยากเอา Topic นี้มาพูด เพราะภูมิเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มี Influence ใน Social Media เหมือนกัน เป็นอะไรที่เราไม่เคยทัชมาก่อน แล้วก็ไม่ค่อยเห็นคนทำงานเกี่ยวกับประเด็นนี้เท่าไร

บันทึกความทรงจำก่อนก้าวสู่บทใหม่ ผ่านคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 8 ปีอัลบั้มแรก “Manchild”

สำหรับศิลปินที่ทำเพลงเอง เราเชื่อว่าทุกผลงานล้วนมีความหมายกับเขา แต่ถ้าถามคุณภูมิว่าผลงานไหนมีความหมายต่อเขามากที่สุด เราว่าหนึ่งในคำตอบอันดับต้น ๆ ต้องเป็น “Manchild” ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของเขาในฐานะศิลปิน ซึ่งตอนนี้มีอายุครบ 8 ปีแล้ว

คุณภูมิ : เรารู้สึกว่าเรากำลังจะ Transition ไปสู่ Step ถัดไปในอาชีพดนตรีของเราแล้ว ทั้ง 10 ปีของการทำงานดนตรี และ 8 ปีของอัลบั้มแรก ซึ่งตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มนี้มาก็ยังไม่เคยมีคอนเสิร์ตเลย และก็รู้มาว่ามีคนที่อยากฟังเพลงจากอัลบั้มนี้อยู่ เลยคิดว่ามาจัดโชว์จากเพลงในอัลบั้มนี้ดีกว่า จึงจัดคอนเสิร์ตให้เป็นโชว์ประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นมาครับ

เมื่อพูดถึงความพิเศษของ “Phum Viphurit ‘Manchild Reimagined’ Concert” ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2025 ณ Voice Space ถนนวิภาวดีรังสิต คุณภูมิบอกว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน ! เช่นบางเพลงอาจจะแค่ 3 นาทีจบ แต่ในคอนเสิร์ตอาจจะลากยาวถึง 10 นาทีก็ได้ ส่วนเรื่องแขกรับเชิญก็น่าสนใจ ซึ่งแต่ละคนก็เคยร่วมงานกับคุณภูมิมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Hugo, Numcha และ Gong - H3F เป็นต้น

ส่วนเรื่องโชว์ก็น่าติดตาม จากโปสเตอร์ที่มีคุณภูมิสวมชุดเป็นคาแรกเตอร์ต่าง ๆ จาก MV หรือโชว์เด่น ๆ (ซึ่งคุณภูมิออกแบบโปสเตอร์นี้เองด้วย) ก็เหมือนกับการรีแคปชีวิตในเส้นทางดนตรีของคุณภูมิตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าแฟน ๆ จะได้ฟังเพลงจากอัลบั้ม Manchild แบบเต็ม ๆ เพลงจากอัลบั้มอื่น รวมถึงเพลงจาก EP ล่าสุดอย่าง Paul Vibhavadi ด้วย

คุณภูมิ : แน่นอนว่าวิญญาณของ Manchild ยังคงเดิม แต่ด้วยความที่เราเติบโตขึ้นทางด้านความเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง โชว์ในคอนเสิร์ตนี้จึงมีความ Craft มากขึ้น เรามั่นใจตัวเองมากขึ้นมันก็น่าจะ Reminder เราในเวอร์ชันนี้ แต่เล่นดนตรีที่แต่งมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมว่ามันเป็น Concept ที่น่าสนใจดี อยากให้ทุกคนไปดูกันครับ

สำหรับใครที่สงสัยว่าจะได้เห็นคุณสลอธพอลบนเวทีหรือไม่ คุณภูมิแอบกระซิบว่างานนี้มีเซอร์ไพรส์แน่นอน ! ใครอยากรู้ ต้องไปดูเองนะฮะ

ศิลปินที่ไม่คิดเกษียณจากงานดนตรี และมุมมองชีวิตอีก 10 ปีต่อจากนี้

เวลาผ่านไปไวมาก เผลอแปบเดียวเราก็คุยกับคุณภูมิมาถึงช่วงท้ายแล้ว เราจึงอยากรู้ว่าตั้งแต่ซิงเกิลแรกอย่าง “Adore” จนถึงผลงานล่าสุดใน EP "Paul Vibhavadi Vol.1" เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

คุณภูมิ : โอ้โห ช่วงแรกผมคิดว่าตัวเองเป็นนักแต่งเพลงอย่างเดียว ตอนที่ทำเพลง Adore เราแต่งแค่เนื้อร้อง ทำนอง กีตาร์ และก็คอร์ด แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องเขียนกลองยังไง ผ่านไปสักประมาณครึ่งอัลบั้มของ Manchild พอเราเริ่มรู้เรื่องโปรแกรมมากขึ้น ได้ลองโปรดิวซ์เองทั้งเพลง สกิลเรามันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากที่แต่ก่อนเราทำเพลงประมาณ 50% และโยนให้พี่ ๆ ในค่ายโปรดิวซ์ต่อ ก็ขยายมาเป็น 80% พอมาเป็น The Greng Jai Piece เราก็สามารถทำได้ 95% แล้ว

คุณภูมิ : เราชัวร์กับทุก ๆ การตัดสินใจ เราอัดเองทุกอย่าง พอมาถึง Paul Vibhavadi มันโชว์ถึงรสนิยมทางดนตรีของเราด้วยว่ามีความสนใจเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง ซึ่งโปรเจกต์นี้เราทำเองตั้งแต่ Concept Visual Art / Commission Artist ปกเอง / กำกับ MV เอง / Curate งานเอง รู้สึกได้กลับมา DIY เหมือนในยุคแรก ๆ เลยครับ ซึ่งสนุกมาก

“จากวันแรกในวงการเพลงจนถึงตอนนี้

ภูมิเคยคิดว่าคงจะดีถ้าสักวันหนึ่งได้เป็นศิลปินนอกประเทศด้วย

ซึ่งตอนนี้เรามาไกลเกินฝันมากได้ Achief Goal อย่างหนึ่งแล้ว”

นอกจากเป้าหมายด้านดนตรีที่คุณภูมิกำลังสนุกอยู่กับการทดลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่นั้น เขายังบอกว่าในอนาคตก็อยากเปิดร้านไอศกรีม เพราะชอบกิน และมองว่าดนตรีไม่ควรเป็นสิ่งเดียวในชีวิต จึงอยากมีธุรกิจเล็ก ๆ แล้วให้เวลากับสิ่งนั้นบ้าง

สำหรับแฟน ๆ ที่ได้ยินคำตอบนี้ อาจกังวลว่าคุณภูมิจะโบกมือลาวงการดนตรีหรือเปล่า ? คำตอบคือไม่ใช่แน่นอน ซึ่งเขายืนยันหนักแน่นว่าจะยังคงทำงานเพลงอยู่ แต่ความถี่ในการปล่อยผลงานอาจไม่ได้มากเท่าเดิม โดยจะใช้เวลากับงานทำงานแต่ละชิ้นมากขึ้น

คุณภูมิ : ในระหว่างนั้นเราอยากสกอร์หนัง หนังสั้น ซีรีส์ (สกอร์ คือ การทำเสียงหรือดนตรีประกอบในผลงานนั้น ๆ) ทำเพลงให้วีดีโอเกม หรือไม่ก็อยู่ใน Creative Process สักอย่าง อยากลองทำ Sound Design ในแต่ละซีน แต่ละ Chapter ของวีดีโอเกม เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็น Medium ของศิลปะที่ทำให้คนมี Interact กับผลงานเราที่สุด ถ้ามีโอกาสในอนาคตจะดีมากเลยครับ

จากการที่ AD ADDICT นั่งคุยกับคุณภูมิในครั้งนี้ เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า เขาพูดคำว่า “ทดลอง” ไปแล้วกี่คำ เพราะเยอะมากจนนับไม่ถ้วน ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดเลย ๆ แต่กลั่นมาจาก Passion ในตัวที่ไม่หยุดค้นหาแนวทางสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และสนุกไปกับงานทุกชิ้นจริง ๆ

และคอนเสิร์ต “Phum Viphurit ‘Manchild Reimagined’ Concert” ที่จะจัดในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2025 ณ Voice Space ก็ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่พิสูจน์ความเป็นนักทดลองในตัวของเขาได้ดีเช่นกัน

อย่างที่บอกว่างานนี้มีเซอร์ไพรส์เพียบ คุ้มค่าตั๋วแน่นอน ! หากอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง กดบัตร และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ https://www.ticketmelon.com/hyhbkk/phum-manchild

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...