โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิชาที่ควรมีการยกเลิกมากที่สุดปี2025

Eduzones

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 02.48 น. • eduzones

วิชาที่ควรยกเลิกสอนมากที่สุด สวัสดีค่ะทุกคน จากการสำรวจวิชาที่อยากให้ยกเลิกมากที่สุดกันแล้ว วันนี้ทาง Eduzones จะมาสรุปผลการสำรวจวิชาที่ทุกคนคิดว่าอยากให้ให้มีการยกเลิกสอนมาที่สุด ทางเพจชุมชน https://www.facebook.com/100064593707802/posts/pfbid02J1ia73q9oahotKCcSTz2kR7g6cKUWm5PJGQseGLUrCJXKDDF1GQosRZEWPVqF5u3l/? จากการสำรวจมาจากการแสดงความคิดเห็นจากชาวชุมชน Eduzones 2025 พี่ๆเลยได้ทำการจัดอันดับวิชาที่ทุกคนเห็นควรว่าอยากให้มียกเลิกมากที่สุดมา 5 อันดับ วิชาที่ควร “ยกเลิก” หรือ “ปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง”

1. วิชาลูกเสือ แม้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระเบียบวินัยและความอดทน แต่รูปแบบของวิชาลูกเสือในปัจจุบันยังยึดติดกับกิจกรรมเชิงพิธีและระบบอำนาจแบบเก่า เด็กจำนวนมากรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่เข้าใจว่าวิชานี้ส่งผลต่อชีวิตจริงอย่างไร ถ้าไม่สามารถปรับให้เชื่อมโยงกับทักษะเอาตัวรอด หรือ teamwork ยุคใหม่ ก็ควรพิจารณายกเลิกและเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับชีวิตจริงมากกว่า

2. วิชาต้านทุจริต เป้าหมายดี แต่การสอนโดยใช้วิธีท่องจำ หรือเลกเชอร์แบบตื้นๆ ไม่ได้ทำให้เด็กเป็นคนซื่อสัตย์ขึ้นได้จริง การสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมควรผนวกอยู่ในวิชาอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการคิดวิเคราะห์ เคสจริง หรือโครงการที่เด็กได้มีส่วนร่วมและตัดสินใจ ไม่ใช่เรียนเพื่อสอบผ่าน

3. หน้าที่พลเมือง อีกวิชาที่มักกลายเป็น “วิชาท่องจำ” มากกว่าการปลูกฝังจิตสำนึก พลเมืองที่ดีไม่ได้เกิดจากการจำเนื้อหาหรือกฎหมาย แต่จากการมีประสบการณ์ร่วมกับชุมชน เข้าใจความหลากหลาย และมีโอกาสใช้เสียงของตนเองในทางสร้างสรรค์ ควรยกเลิกแบบเดิมและเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโปรเจกต์ที่เชื่อมกับชีวิตจริง

4. กระบี่กระบอง แม้เป็นวัฒนธรรมไทย แต่กระบี่กระบองไม่ได้ตอบโจทย์เด็กส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน ทั้งด้านการออกกำลังกาย ความปลอดภัย และการประยุกต์ใช้ วิชาพลศึกษาควรเปลี่ยนไปสอนกีฬา/กิจกรรมที่สามารถใช้ต่อยอดได้จริงในชีวิต เช่น การออกกำลังที่บ้าน, self-defense หรือกีฬาใหม่ที่เด็กสนใจและเข้าถึงได้

5.นาฏศิลป์ ควรเปลี่ยนเป็น “วิชาเลือก” มากกว่าบังคับ — เพราะเหตุผลที่แท้จริงคือ “ความเชื่อมโยงกับตัวตนของเด็ก”แม้นาฏศิลป์จะเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้ แต่การบังคับให้นักเรียนทุกคนเรียน เต้น หรือแสดงตามรูปแบบที่กำหนด โดยไม่มีพื้นที่ให้ตั้งคำถามหรือเชื่อมโยงกับตัวเอง อาจทำให้เด็กหลายคนรู้สึก “ไม่อิน” หรือแย่กว่านั้น—รู้สึกอับอายและต่อต้านศิลปะไทยแทนที่จะรู้สึกภาคภูมิใจปัจจุบัน เด็กมีความสนใจและตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น การแสดงออกทางศิลปะจึงไม่ควรถูกตีกรอบไว้แค่การรำแบบโบราณ การเปิดให้นาฏศิลป์เป็นวิชาเลือก จะช่วยให้เด็กที่ “รักและสนใจจริงๆ” ได้เรียนอย่างลึกซึ้งและเต็มที่ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เด็กคนอื่นได้เลือกเส้นทางศิลปะที่สอดคล้องกับตัวเอง เช่น ดนตรีสมัยใหม่ การเต้นร่วมสมัย หรือสื่อสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ วิชาที่ควรถูก “ยกเลิก” หรือ “ปรับเปลี่ยน” มากที่สุดในโรงเรียนไทยปี 2025 หลังจากที่ชุมชน Eduzones ได้เปิดโพลสอบถามความคิดเห็นจากนักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้งานทั่วไปในช่วงต้นปี 2025 เกี่ยวกับ “วิชาที่ควรถูกยกเลิกจากหลักสูตรโรงเรียนไทย” ปรากฏว่ามีเสียงสะท้อนอย่างชัดเจนถึงรายวิชาที่ไม่สอดคล้องกับชีวิตจริงของนักเรียนในยุคปัจจุบัน รวมถึงการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของวิชาบางประเภทที่ยังคงมีอยู่ในระบบการศึกษาแบบเดิม จากผลสำรวจดังกล่าว วิชาที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดว่าควรถูก “ยกเลิก” หรือ “ปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง” มีทั้งหมด 5 รายวิชา ได้แก่ ลูกเสือ, ต้านทุจริต, หน้าที่พลเมือง, กระบี่กระบอง และนาฏศิลป์ ซึ่งแต่ละวิชานั้นล้วนมีวัตถุประสงค์ที่ดีตั้งแต่ต้น แต่หลายเสียงจากผู้เรียนสะท้อนว่า “รูปแบบการสอนที่ล้าสมัย”, “ไม่มีความเชื่อมโยงกับชีวิตจริง”, หรือแม้แต่ “ทำให้ผู้เรียนรู้สึกต่อต้าน” แทนที่จะสร้างการมีส่วนร่วม ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจนี้ไม่ได้อยู่ที่การลบล้างวิชาเหล่านี้ออกจากระบบโดยสิ้นเชิง แต่อยู่ที่คำถามว่า…ควร “สอนอย่างไร” ให้เข้ากับโลกยุคปัจจุบันมากกว่าเดิม แนวทางที่ควรดำเนินการต่อจากผลสำรวจนี้คือ

  • กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนควรรับฟังเสียงจากผู้เรียนโดยตรง เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้ยืดหยุ่นและทันสมัยยิ่งขึ้น
  • เปิดโอกาสให้มีวิชาเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะในหมวดศิลปะและพลศึกษา เพื่อให้ตอบโจทย์ความหลากหลายทางความถนัดและความสนใจ
  • ลดการสอนแบบท่องจำ เพิ่มการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและลงมือทำจริง ในทุกวิชา โดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับจริยธรรม สังคม และวัฒนธรรม
  • ครูควรได้รับการอบรมให้สามารถพลิกบทบาทเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดแบบผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว สรุป การยกเลิกวิชาไม่ใช่การปฏิเสธคุณค่าของมัน แต่เป็นการทบทวนว่ารูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันยัง “ตอบโจทย์ชีวิต” ของผู้เรียนอยู่หรือไม่ การเปิดพื้นที่พูดคุยเช่นนี้จะนำไปสู่การศึกษาแบบใหม่ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...