โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเทคโนโลยีการผลิต ในอุตสาหกรรมไทยช้ากว่าใคร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. 2568 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2568 เวลา 04.41 น.
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์

ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมไทยสถานการณ์น่าเป็นห่วง ยิ่งเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์โลกปัจจุบัน ทั้งสงครามการค้า การพัฒนาเอไอแบบก้าวกระโดด และการส่งเสริมการลงทุนอย่างแข็งกร้าวของประเทศคู่แข่ง อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน และความเป็นสวรรค์ของนักลงทุนไป

สะท้อนได้จากผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาคอุตสาหกรรมล่าสุดในปี 2567 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) พบว่าโดยรวมแล้วเพิ่งผ่านอุตสาหกรรม 1.0 มาเพียงนิดเดียว ทั้งที่มีการพูดเรื่องดิจิทัลทรานส์ฟอร์มสู่อุตสาหกรรม 4.0 มาเกือบ 10 ปี

ยังไม่ทันไร เทคโนโลยี “เอไอ” กำลังเข้ามาท้าทายภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกจึงมีการประเมินกันว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า หากเรายังไม่พัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจะสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี

คำถามสำคัญคืออะไรทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวช้า และจะทำอย่างไรเพื่อเร่งให้ภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของไทยปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล และ “เอไอทรานส์ฟอร์เมชั่น”ได้ทันท่วงที

ผลสำรวจ “ดีป้า-UNIDO”

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า 70% ของกลุ่มตัวอย่างมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับ 2.0 : Solution (ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แบบฟอร์มออนไลน์ หรือระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มความสะดวกในการทำงาน) จากระดับ 1.0 : Manual (การทำงานแบบดั้งเดิมที่ใช้เครื่องมือ Analog และกระบวนการแบบ Manual เช่น โทรศัพท์ แฟกซ์ และการส่งเอกสารผ่านอีเมล์)

ทั้งยังพบด้วยว่า การใช้ดิจิทัลในอุตสาหกรรมที่ระดับ 2.0 ไม่ได้เกี่ยวกับการผลิตโดยตรง แต่เป็น “การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์” ซึ่ง 57% ของกลุ่มตัวอย่างมีการใช้คำสั่งซื้อออนไลน์ โดยเปิดเว็บไซต์เพื่อรับคำสั่งซื้อและการชำระเงิน ที่เหลืออีก 4 ด้าน ยังอยู่แค่ระดับ Manual ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการจัดการกระบวนการผลิต, เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการธุรกิจ

อุตสาหกรรมดั้งเดิมวิกฤต

“การทรานส์ฟอร์มที่ช้าสะท้อนศักยภาพในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม ในภาพรวมระดับโลก การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางการผลิต เยอรมนี ยังเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็น จีน และไอร์แลนด์ ขณะที่ในอาเซียน สิงคโปร์เป็นอันดับหนึ่ง มาเลเซียที่สอง และไทยอันดับสาม ตามด้วยเวียดนาม”

ผศ.ดร.ณัฐพลกล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโต และการทรานส์ฟอร์มของไทยที่มีแนวโน้มเชื่องช้า ขณะที่เวียดนามกำลังก้าวกระโดด ทำให้นักลงทุนตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังที่เติบโตร้อนแรง เพื่อตั้งโรงงานใหม่พร้อมเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่

“ด้วยสภาพเศรษฐกิจไทย และโลก การที่เราไม่มีแรงดึงดูดที่เป็น Strong Intensive ในขณะที่การแข่งขันในโลกรุนแรงขึ้นจากสงครามการค้า ทำให้การตัดสินใจ Reinvestment อัพเกรดเครื่องจักร ทรานส์ฟอร์มเทคโนโลยีในบ้านเรายาก จึงชะลอลงทุนหรือย้ายไปอัพเกรดที่อื่น”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการทรานส์ฟอร์มเทคโนโลยีการผลิตที่โดดเด่นที่สุดในไทย คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มยาง-ผลิตภัณฑ์ยาง หากดูเนื้อในจะพบว่าเป็นบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนโดยตรง (FDI) จึงเป็นการทรานส์ฟอร์มจากเมืองนอก

ที่น่าสงสารที่สุด คือ กลุ่มอาหาร เป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่อาจมองว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดเครื่องจักร เพราะของเดิมก็ยังใช้ได้อยู่

“กลุ่มอาหาร ประกอบด้วยผู้ประกอบการระดับเล็ก ระดับกลาง และมีซัพพลายเชนในไทยรวมกันมากที่สุดในอุตสาหกรรมการผลิต”

ความน่ากังวลอีกอย่างคือ เมื่อมีการย้ายฐานการผลิตไป Reinvestment ที่อื่นเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยี สิ่งที่ตามมาคือ การลอยแพซัพพลายเออร์ในประเทศ และเป็นตัวทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจ “เลิก” ทรานส์ฟอร์มตนเอง เพราะต้องเลือก“เลิกกิจการ”

เร่งยกระดับภาคอุตฯไทย

ผศ.ดร.ณัฐพลกล่าวด้วยว่า ความต้องการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะ FDI ใหญ่ ๆ ซึ่งมีซัพพลายเออร์ในประเทศเกี่ยวข้องจำนวนมาก ดังนั้นในขณะที่เราสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องมีการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการลงทุนต่อ เพื่อดึงบริษัทที่ได้ FDI ไว้ การมีช่องทางเอื้อประโยชน์ในการค้าการลงทุน เช่น แพลตฟอร์ม PromptBiz หรือ PromtTrade ที่มีเพื่อช่วยลดเวลา และอำนวยความสะดวก ก็ควรต้องเร่งพัฒนา และหันมาใช้กันมากขึ้น

“แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเอื้ออำนวยด้านการค้าเหล่านี้ เป็นการผลักดันอุตสาหกรรมของเราเข้าสู่ ระดับ 3.0 ซึ่งไม่ได้มีแค่เราที่ทำ แต่ทั้งเวียดนาม มาเลเซียก็เร่งทำแพลตฟอร์มเหล่านี้แบบ Agressive ในส่วนการใช้งาน Software as a Service ก็มีมาตรฐานดิจิทัล Dsure รองรับ เพื่อกำหนดราคามาตรฐานหมดแล้ว หลายหน่วยงานมีแพ็กเกจสนับสนุน มีส่วนลดให้ทั้งบริษัทใหญ่และ SMEs”

แต่หากไม่เร่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากร และการส่งเสริมการทำ Digital Transformation โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ ไทยอาจต้องเผชิญความเสี่ยงในการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลิตภาพการผลิตสูงถึงกว่า 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

ชำแหละปัญหาที่แท้จริง

ผศ.ดร.ณัฐพลกล่าวว่า ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในผลสำรวจล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การขาดแคลนพนักงาน/แรงงานที่มีทักษะดิจิทัล การขาดแคลนเงินทุน และการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดเล็กยังไม่เหมาะที่จะลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับที่สูงขึ้น

“ปัญหาขาดแคลนคนด้านดิจิทัล ก็มีการทำ Digital Roadmap Skil ให้บริษัท ห้างร้าน และบุคคลทั่วไป เรียนออนไลน์ สกิลต่าง ๆ ตามหลักสูตรที่ ดีป้าเห็นชอบ จะนำค่าเล่าเรียน และค่าจ้างบุคลากรด้านไอทีที่ผ่านหลักสูตรเหล่านี้ มาลดหย่อนภาษีได้ตั้ง 100-200%”

นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม และการเสริมสร้าง SMEs ล้วนมีแพ็กเกจสนับสนุนในการอัพเกรดเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไอโอที รวมถึงระบบ ERP ต่าง ๆ ซึ่งการใช้งานดิจิทัลไปสู่ระดับแพลตฟอร์มจำเป็นต้องพึ่งพาการ “เชื่อมโยงข้อมูล” ตั้งแต่ระดับเครื่องจักรกับเครื่องจักร ไปจนถึงแพลตฟอร์ม โซลูชั่นดิจิทัล ผู้ให้บริการคลาวด์ และซอฟต์แวร์เฉพาะทางด้านต่าง ๆ ซึ่งมีการลงทุนอย่างกว้างขวางในดาต้าเซ็นเตอร์ และบริการซอฟต์แวร์ทำให้อุตสาหกรรมดิจิทัลขยับไปสู่การเป็นธุรกิจบริการไม่ใช่แค่การผลิตด้วย

อีกส่วนที่เป็นปัญหา คือ การเชื่อมโยงระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคาร ศุลกากร และอื่น ๆ เพื่อสร้างสภาวะที่อำนวยความสะดวกในการลงทุน และการค้า เช่น แพลตฟอร์ม Promtpay ที่สมาคมธนาคารเชื่อมโยงข้อมูลกันและลงขันกันสร้าง เอื้อประโยชน์มหาศาลแก่ภาคธุรกิจ ในส่วนภาครัฐเองก็ควรเร่งทำการเชื่อมโยงข้อมูล ทำอย่างไรที่จะให้บริการภาคธุรกิจเบ็ดเสร็จใน 7 วัน เหมือนที่ “ญี่ปุ่น”

“เป็นไปได้ยาก แต่ก็ต้องทำให้ได้ และเมื่อมีใครสักคนจะเป็นคนกลางประสานให้เกิดการเชื่อมโยงเหล่านี้ ก็มักจะมีการอ้างว่าเราทำอยู่ โลจิสติกส์ก็มีระบบ คลังก็มี ธนาคารก็มี ผู้ประกอบการก็มี แต่ไม่มีใครเอามารวมกัน”

ยุคเอไอทรานส์ฟอร์เมชั่น

อีกส่วนที่กำลังท้าทายการทรานส์ฟอร์มภาคอุตสาหกรรม คือ การทำเอไอทรานส์ฟอร์ม ที่จะผลักดันอุตสาหกรรมจากแพลตฟอร์ม 3.0 ไปสู่ออโตเมชั่นในอุตสาหกรรม 4.0

“อภิรดี ขาวเธียร” รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า มีการสำรวจการใช้ดิจิทัลในการกลุ่ม SMEs พบว่าสอดคล้องกับดีป้า คืออยู่ในระดับที่สอง ทำให้ไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในอาเซียน เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ต้องเร่งปรับตัว และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ระดับความเข้าใจ และการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่ม SMEs ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ AI และระบบดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ในจีนสนับสนุนให้ SMEs พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมากว่า 10 ปีแล้ว เพื่อให้การผลิตดีขึ้น คุณภาพสูงขึ้น ผลคือวันนี้คนไทยเริ่มซื้อของจาก SMEs จีนแพงขึ้น ผู้บริโภคไทยเริ่มยอมรับสินค้าจีนระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากนโยบาย และมาตรการของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานสูง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานที่แข่งกับ SMEs ในจีนเองไม่ได้ก็ผลักดันให้ออกไปลงทุนนอกประเทศแทน ไม่ต้องถามต่อว่าไปที่ไหน”

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องหากลยุทธ์ในการสร้างสรรค์สินค้าและบริการเพื่อแข่งขันในตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลง

“การทำเอไอทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่ญี่ปุ่น มีการจ้างที่ปรึกษาเอไอ ให้ SMEs เขาทำขนาดนี้เพื่อเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงการผลิตในอนาคต แล้วเราจะอยู่อย่างนี้ เหมือนเราอยู่กับที่ จากการสำรวจ SMEs 2,700 ตัวอย่าง พบว่าเรามีดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นต่ำมาก ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงินทุน เพราะมีการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน มีอินเซนทีฟ มีแพ็กเกจต่าง ๆ อย่าง สสว.ก็มีเรื่องหมื่นจ่ายพัน ถ้า SMEs จ่ายค่าซอฟต์แวร์ 10,000 บาท เราช่วย 9,000 บาท เป็นต้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเทคโนโลยีการผลิต ในอุตสาหกรรมไทยช้ากว่าใคร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...