โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ชนท้ายรถยนต์และรถบรรทุกสิบล้อ จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

สวพ.FM91

อัพเดต 27 เม.ย. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2568 เวลา 05.29 น.

วันที่ 25 เมษายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัภัย (สำนักงาน คปภ.) สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงพื้นที่ทันที เพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุกหัวลากทะเบียน 73-1430 ชลบุรี หางพ่วงทะเบียน 71-3810 ชลบุรี ชนท้ายรถยนต์ นั่งส่วนบุคคลคันหมายเลขทะเบียน ขค 6161 อุดรธานี บริเวณจุดจอดรถฉุกเฉิน บนถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 3 ราย โดยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัย และติดตามรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูล กรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ทุกบริษัทประกันภัยตรวจสอบการทำประกันภัยของรถยนต์ทุกคัน ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกราย

จากการลงพื้นที่ของสำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นพบว่า รถยนต์นั่งคันหมายเลขทะเบียน ขค 6161 อุดรธานี คันที่ถูกชน ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับไว้กับบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินความคุ้มครองสูงสุด 10,000,000 บาทต่อครั้ง

รถยนต์หัวลากคันหมายเลขทะเบียน 73-1430 ชลบุรี และรถยนต์หางพ่วงหมายเลขทะเบียน 71-3810 ชลบุรี มีประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับไว้กับบริษัท เอ็มเอสไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวม 2 กรมธรรม์ วงเงินความคุ้มครองสูงสุดรวม 2 กรมธรรม์ 20 ล้านบาท กรณีรถยนต์หัวลากและรถยนต์หางพ่วง เป็นฝ่ายผิด ผู้เสียหายจะได้รับ ค่าสินไหมทดแทนกรณีผู้บาดเจ็บจะมีความคุ้มครองค่ารักษาสูงสุดตามจริง ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน รวม 2 กรมธรรม์ 160,000 บาท สูญเสียอวัยวะ 200,000 - 500,000 บาทต่อคน รวม 2 กรมธรรม์ 400,000 – 1,000,000 บาท ทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน รวม 2 กรมธรรม์ 600,000 บาท ค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน รวม 2 กรมธรรม์ 200 บาท ต่อวัน รวมกันไม่เกิน 40 วัน ต่อคน โดยมีวงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อกรมธรรม์

หากรถยนต์นั่งเป็นฝ่ายผิด ผู้ขับขี่จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่ารักษาพยาบาลตามจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพจำนวน 35,000 บาท ส่วนผู้โดยสารจะได้รับ ความคุ้มครองค่ารักษาสูงสุดตามจริง ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน 200 บาท ต่อวัน

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่ารถยนต์หัวลากคันหมายเลขทะเบียน 73-1430 ชลบุรี ยังทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 3 ไว้กับ บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ระยะเวลาคุ้มครองวันที่ 5 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2569 วงเงินความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัยบุคคลภายนอก 500,000 บาทต่อราย คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้งซึ่งจะต้องรอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนว่าเป็นฝ่ายประมาทหรือไม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน จึงยังไม่สามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุละเมิดดังกล่าวได้จนกว่าผลคดีจะเป็นที่ยุติ แต่อย่างไรก็ตาม การประกันภัยภาคบังคับมีเจตนารมณ์ในการรักษาพยาบาลหรือการเยียวยาอย่างรวดเร็วตามหลักสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล

ค่าทดแทนและค่าปลงศพ สำหรับกรณีรถยนต์ชนกันโดยยังไม่มีฝ่ายใดยอมรับผิด และปรากฏว่ารถยนต์ทั้งสองฝ่ายมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่กำหนดให้บริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยรถยนต์คันที่มีผู้โดยสารนั่งมาแล้วบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะสำรองจ่าย ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้บาดเจ็บหรือทายาทผู้เสียชีวิตไปก่อนตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยของรถยนต์คันที่โดยสารมา

ดังนั้น เบื้องต้นทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิต 8 ราย จะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับด้วยหลักสำรองจ่าย โดยผู้ขับขี่รถยนต์หมายเลขทะเบียน ขค 6161 อุดรธานี มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท จากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และผู้โดยสารที่เสียชีวิตมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ จำนวน 500,000 บาทต่อราย ส่วนผู้โดยสารที่บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สำนักงาน คปภ. ได้ประสานกับ บริษัทประกันภัยเพื่อรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลโดยตรงแล้ว

สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอร่วม ไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง พร้อมยืนยันให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ โดยขอประชาสัมพันธ์ถึง เจ้าของรถยนต์ทุกคนทำการตรวจสอบว่ารถยนต์ของตนว่ามีประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ) แล้วหรือยัง ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สิทธิด้านประกันภัย สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. โทร. 1186

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...