ออกหมัดแล้วหนึ่ง! Raydium เปิดตัว LaunchLab ชน pump.fun หลังสัมพันธ์สั่นคลอน
ออกหมัดแล้วหนึ่ง! Raydium เปิดตัว LaunchLab ชน pump.fun หลังสัมพันธ์สั่นคลอน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มี.ค. 68 12:59 น.
Raydium เปิดตัวแพลตฟอร์ม "LaunchLab" หลังจากมีข่าวว่า pump.fun กำลังพัฒนา AMM ของตัวเองไม่ถึงหนึ่งเดือน ส่อแววสัมพันธ์สั่นคลอน!
รายงานพิเศษจาก Blockworks เปิดเผยว่า Raydium แพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) และผู้ให้บริการสภาพคล่องอัตโนมัติ (AMM) บนเครือข่าย Solana เตรียมเปิดตัว "LaunchLab" แพลตฟอร์มออกโทเคนใหม่ ซึ่งในระยะแรกฟีเจอร์ต่างๆ อาจจะมีลักษณะคล้ายกับ pump.fun แพลตฟอร์มเปิดตัวมีมยอดนิยมบน Solana
ที่น่าสังเกตคือแพลตฟอร์มนี้เปิดตัวภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากมีข่าวว่า pump.fun ประกาศพัฒนา AMM ของตัวเอง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดขาดความร่วมมือที่ไม่เป็นทางการกับ Raydium ไปโดยปริยาย
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือโทเคนจาก pump.fun ที่มีมูลค่าตลาดถึง 69,000 ดอลลาร์ ระบบจะนำไปเพิ่มสภาพคล่องใน Raydium และบางส่วนจะถูกเผาทิ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้ pump.fun สร้างรายได้ให้กับ Raydium
ข้อมูลจาก Blockworks Research ระบุว่าเหรียญมีมบน pump.fun สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนให้ Raydium ถึง 41% ภายใน 30 วันที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มนี้กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Raydium
อย่างไรก็ตาม เมื่อ pump.fun เริ่มย้ายโทเคนเข้าสู่ AMM ของตัวเองนักลงทุนอาจกังวลว่าทำให้รายได้ของ Raydium ลดลง สะท้อนได้จากโทเคน RAY ของ Raydium ร่วงลง 25% ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ผู้พัฒนา Raydium ที่ใช้นามแฝง "Infra" เปิดเผยว่า Raydium ได้เริ่มพัฒนา LaunchLab มาหลายเดือนแล้วแต่เลือกที่จะชะลอโปรเจกต์เอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้ทีมพัฒนาอื่นมองว่า Raydium กำลังแข่งขันโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวเปลี่ยนไปทันทีหลังจากมีข่าวว่า pump.fun กำลังพัฒนา AMM ของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้ Raydium ตัดสินใจเดินหน้าเปิดตัว LaunchLab อย่างเต็มรูปแบบ
ราคา Raydium (RAY) ณ ขณะรายงาน อยู่ที่ 1.88 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.16% พุ่งแรงอันดับสองรองจาก EOS สำหรับกลุ่มท๊อป 100 ในรอบ 24 ชม.ที่ผ่านมา
ที่มา : blockworks
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เรียบเรียง โดย Chatchaya Angkhulee
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ