โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สลด! ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักลิฟต์สนามบินสุวรรณภูมิทับหัวช่างฯดับ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 10.57 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(13ส.ค.67) เวลา 15.30 น. ที่ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุลิฟต์ที่ใช้สำหรับพนักงานและเจ้าหน้าที่ภายในสนามบินเกิดหล่นลงมาทับช่างซ่อมลิฟต์หนึ่งจนกระทั่งเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของทางสนามบินต้องนำแผ่นป้ายมาปิดกั้นพื้นที่

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณช่องลิฟต์ชั้นที่ 1 ของอาคารเชื่อมต่ออาคารผู้โดยสารในสนามบิน ซึ่งเป็นพื้นที่เรียกว่า คอนคอต A เป็นพื้นที่เฉพาะของพนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในสนามบิน ที่ช่องลิฟต์ดังกล่าวพบศพ ชาย อายุ 23 ปี เป็นช่างเทคนิคของบริษัทแห่งหนึ่ง เสียชีวิตในสภาพหัวทิ่มกองกับพื้นในช่องลิฟต์ โดยพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ

จากการสอบสวน ทราบว่า ขณะทำการซ่อมลิฟต์โดยสารฝั่งที่หนึ่ง แต่ในจังหวะนั้นผู้ตายทำประแจซ่อมลิฟต์หล่นไปในช่องลิฟต์อีกฝั่ง จึงพยามก้มไปหยิบประแจดังกล่าว แต่เป็นจังหวะที่ลูกตุ้มหนัก 2 ตัน ตัวถ่วงน้ำหนักด้านหลังลิฟต์นั้น ซึ่งยังคงทำงานขึ้นลงตามปกติ ได้เลื่อนลงมาด้านล่างทำให้ทับศีรษะของช่างซ่อมรายนี้พอดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวเพื่อนร่วมงานไปสอบปากคำอย่างละเอียด โดยสาเหตุคาดมาจากอุบัติเหตุในระหว่างที่ช่างซ่อมเข้าไปซ่อมบำรุงลิฟต์ตัวนี้ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง , แพทย์โรงพยาบาลบางพลีทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้ตายไปที่โรงพยาบาลจักรีนฤบดินทร์เพื่อหาสาเหตุการตายโดยละเอียดต่อไป

ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งติดราชการต่างประเทศได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เบื้องต้นหลังจากที่ได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าว ตนเองได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องไปสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงในครั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่ลิฟต์ขาดแล้วตกลงมาใส่พนักงานแต่อย่างใด

นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า พร้อมกับกำชับบริษัทผู้รับเหมาดังกล่าวให้เยียวยาและช่วยเหลือทางครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด อีกทั้งกำชับด้านความปลอดภัยไปยังบริษัทผู้รับเหมาทุกรายในพื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและเรื่องการเซฟตี้การทำงานให้มากกว่านี้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...