THAIBEV19 เป็น DR อ้างอิงหุ้น “ไทยเบฟ” ที่สิงคโปร์ ได้เทรดในตลาดหุ้นไทยแล้ววันนี้ (22 ส.ค.)
บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ไทยเบฟ" เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศไทย
ไทยเบฟ เคยมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย แต่ถูกต่อต้าน จึงได้ปรับแผนไประดมเงิน IPO และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทน แต่วันนี้(22 ส.ค.67) ไทยเบฟ กลับมาเทรดในตลาดหุ้นไทย ผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “THAIBEV19”**
ไทยเบฟ มีธุรกิจหลักดังนี้
1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ผลิตและจำหน่ายเบียร์ สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ เช่น เบียร์ช้าง สุราแม่โขง และเบียร์อาชา
2. เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ : ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ชาเขียว และเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำดื่มคริสตัล โออิชิ และเอสโคล่า
3. อาหาร : มีธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์โออิชิ และธุรกิจอาหารอื่นๆ
4. การค้าและการจัดจำหน่าย : มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ไทยเบฟ เคยมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย แต่ถูกต่อต้าน จึงได้ปรับแผนไประดมเงิน IPO และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทน
สัดส่วนรายได้ปี 2566 ของไทยเบฟ
- ธุรกิจเบียร์ 43% เช่น ช้าง, เฟเดอร์บรอย, อาชา, แทปเปอร์, แบล็ค ดราก้อน, Bia Saigon Gold และ 333 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 7.0%
- ธุรกิจสุรา 43% เช่น รวงข้าว, หงส์ทอง, แสงโสม, แม่โขง, เชี่ยงชุน และเบลนด์ 285 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 22.2%
- ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 7% เช่น เครื่องดื่มอัดลมอย่าง เอส, 100พลัส, จับใจ, น้ำดื่มตราคริสตัล, โซดาตราร็อค เมาเท็น และโออิชิ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 3.1%
- ธุรกิจอาหาร 7% เช่น อาหารสําเร็จรูปพร้อมทานแช่เย็นและแช่แข็งแบรนด์โออิชิ และร้านอาหารอย่าง โออิชิ และ KFC รวมถึงร้านกาแฟอย่าง Starbucks อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 1.9%
อัตรากำไรสุทธิ ของไทยเบฟ 11.01%
ผลประกอบการไทยเบฟ
- ปี 2563 รายได้ 253,480 ล้านบาท กำไร 22,751 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้ 240,543 ล้านบาท กำไร 24,644 ล้านบาท
- ปี 2565 รายได้ 272,358 ล้านบาท กำไร 30,106 ล้านบาท
- ปี 2566 รายได้ 278,531 ล้านบาท กำไร 27,433 ล้านบาท
P/E (ราคาหุ้นต่อกำไร) 12.13 เท่า
อัตราเงิน ปันผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 4.15%
ที่มา : บล.เคพีพี ไดม์
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับ 3 DR ใหม่อ้างอิงหุ้นสิงคโปร์ เริ่มซื้อขายวันนี้ 22 ส.ค. 2567
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) 3 หลักทรัพย์ใหม่อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ “DBS19”, “THAIBEV19” และ “UOB19” ออกโดย บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เริ่มซื้อขายวันนี้ (22 ส.ค.67)
DR ใหม่ที่เข้าจดทะเบียนเป็นการดำเนินการตามโครงการ “Thailand-Singapore DR Linkage” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทยและสิงคโปร์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ DR
ทั้งนี้ DR ที่จะเข้าจดทะเบียนใหม่มี จำนวน 3 หลักทรัพย์อ้างอิงหุ้นในตลาดสิงคโปร์ ดังนี้
- “DBS19” อ้างอิงหุ้นบริษัท DBS Group Holdings Ltd ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในเอเชีย มีเครือข่ายครอบคลุม 19 ตลาดทั่วโลก โดย DBS Bank เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- “THAIBEV19” อ้างอิงหุ้นบริษัท Thai Beverage Public Company Limited ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ ดำเนินธุรกิจใน 90 ประเทศทั่วโลก
- “UOB19” อ้างอิงหุ้นบริษัท United Overseas Bank Limited ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำ มีสาขา 500 แห่งใน 19 ประเทศทั่วโลก
โดย DR ดังกล่าวจะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน มี DR ที่เข้าจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์ไทยและสิงคโปร์ภายใต้โครงการ จำนวน 14 หลักทรัพย์ โดยเป็น DR ที่อ้างอิงกับหุ้นไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ จำนวน 8 หลักทรัพย์ (หุ้นอ้างอิงได้แก่ ADVANC, AOT, CPALL, DELTA, GULF, KBANK, PTTEP และ SCC)
และเป็น DR ที่อ้างอิงกับหุ้นสิงคโปร์และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย จำนวน 9 หลักทรัพย์ (รวม 3 DR ใหม่ที่จะเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ โดย 6 DR เดิมอ้างอิงหลักทรัพย์ ได้แก่ iShares MSCI India Climate Transition ETF, SIA, SINGTEL, SPDR Gold Shares ETF, ST Engineering และ VENTURE)
DR เป็นตราสารที่ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์เสมือนการถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศ ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินบาท