ตุ๊ก ชนกวนันท์ แจงสาเหตุให้ลูก เลิกเรียน เปียโน – ร้องเพลง กับครูคนเดิม
ทำเอาหลานคนที่เห็นข้อความของคุณแม่ตุ๊ก ชนกวนันท์ ถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเจ้าตัวได้โพสต์ผ่าน อิสตาแกรมว่า “แพรวไม่ได้เรียนร้องเพลงกับครูคนเดิม และ แพรวภูมิ ไม่ได้เรียนเปียโนกับครูคนเดิมมาตั้งแต่ 5 พ.ค. 2567 แล้วนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามนะคะ”
โดยข้อความนี้ของ ตุ๊ก โพสต์เมื่อ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา หลาคนที่เห็นก็เข้ามาคอมเมนต์กันเยอะมาก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้
ล่าสุด ตุ๊ก ได้มาร่วมงานอีเวนต์ เลยได้มีโอกาสพูดเรื่องนี้แบบเต็มๆ โดยเจ้าตัวเล่าว่า
“ที่โพสต์ไปเหมือนแจ้งให้ทราบ เหมือนว่าตอนช่วงที่เราเรียน เราก็ประชาสัมพันธ์ เราก็เลยอยากให้คนพอจะทราบในสิ่งที่เราโดนมา อันดับแรกคือไม่อยากให้ใครเจอแบบเรา อันดับสอง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า บางท่านบางบ้านเขามาเรียนตามที่เรารีวิว เราก็เลยอยากจะรับผิดชอบในหน้าที่ตรงนี้ให้คนได้ทราบว่าตอนนี้เรายุตติการเรียนแล้ว เพราะว่าถ้าไม่ดีก็คงไม่เรียน แค่นั้นแหละ คือเล่าคร่าวๆ ในสิ่งที่เขาทำ เพราะจริงๆมันมีหลายแง่ ส่วนใหญ่ที่ตุ๊กและอีก 10 กว่าคนโดน และเจอมาในหลายๆรุ่นก็คือ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง การชักชวนให้สะเดาะเคราะห์ หล่อพระที่ไม่เคยเห็นพระ เอาเป็นว่าประมาณเนี่ย เรื่องบุญ ก็เป็นเรื่องความเชื่อ เรื่องของสินค้า ชา ยานัด ขายสินค้าระหว่างเรียน การขายคอร์สเรียนรายปี พอเราเรียนก็ไม่ว่างไม่มีเวลา คือส่วนใหญ่คนอื่นจะโดนเรื่องความเชื่อเยอะ ส่วนของตุ๊กอ่ะมันไม่ใช่เรื่องทำบุญ แต่เป็นเรื่องสตางค์ ขายของ คนอื่นโดนเรื่องทำบุญเยอะ คือตุ๊กอ่ะไม่ได้เป็นคนที่หวงลูกขนาดนั้นนะ จะครูแบบโอสคูลก็ชอบ มีวินัยหรือหัวโบราณก็ชอบ แต่ลักษณะที่ตุ๊กรู้สึกว่ามันเหมือนบูลลี่ กดทับ เด็กมันก็ไม่เบิกบานที่จะเรียน พูดว่าเด็กกระตุ้งกระติ้งแบบนี้ คือนึกออกไหม มันไม่ดี หยาบคาย พูดหยาบคายแรงๆกดขี่ ซึ่งทุกบ้านเจอหมดเหมือนกัน คือบ้านตุ๊กโดนเต็มๆเลยเรื่องกดขี่หยาบคาย คือมีคลิปด้วย แต่ว่าตอนนี้ก็อยู่ในขั้นชั้นศาล”
มีถึงขั้นถูกตัวทำร้ายร่างกายไหม?
”อันนี้บ้านเราไม่ได้โดน”
แสดงว่าบ้านอื่นมี?
“ตุ๊กทราบมาอย่างนั้น คนที่โดนจะอายุเกิน 20 จริงๆอ่ะมันก็ดำเนินคดียาก แต่ตุ๊กก็อยากแค่เป็นกระบอกเสียงจริงๆ เพราะว่าการเป็นครูคนมันต้องเหมาะสมเนอะ”
แต่ละบ้านโดนเหมือนกัน?
“เหมือนกันเด๊ะแล้ววันที่ตุ๊กประกาศว่าหยุดก็จะมีท่านที่เขาหยุดไปก่อนก็มาพูดคุยกันเป็น 10 แล้วมันวิธีการอะไรเหมือนกันเลย ก็คือครูร้องเพลงก็จะชักชวน (บังคับ)ให้เรียนครูเปียโน แล้วครูเปียโนก็ทำตามขั้นตอน ตั้งแต่ชักจูง แต่ตุ๊กเรียกบังคับ ให้ซื้อเปียโน แล้วคือทุกคนต้องซื้อเปียโนหมดเลย ซึ่งที่บ้านตุ๊กก็มีอยู่แล้วด้วยหลังนึง แล้ววิธีเหมือนกันเลยนะ ทั้งคำพูดข่มขู่แทบจะใช้เวิร์ดเดียวกันเหมือนกัน เราก็รู้สึกนะว่า เอ๊ะ คำพูดนี้มันแปลกๆ มันเหมือนจะ หรือเราคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่พอฟังอีก 10 กว่าท่าน ก็คือมันเหมือนกันเด๊ะ แล้วพอเราออกมาแสดงตัว คราวนี้เจอมากกว่า 10 ท่าน ทุกคนโดนหมด จริงๆนักดนตรีเขาก็ไม่อยากให้วงการดนตรีเสื่อมเสียด้วย เขาก็อยากให้รู้เป็นคนๆไป เพราะว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอน แล้วก็ไม่อยากให้มันเสื่อมเสียด้วย”
แล้วหลังจากนี้ยังมีรายใหม่ๆเข้าไปสมัครเรียนอยู่ไหม?
”เอาจริงๆไม่ทราบ แต่ถ้าทราบก็จะแจ้งนะ เพราะวัตถุประสงค์ตุ๊กก็ไม่ได้มีความโกรธแค้น เพราะว่าเราเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วเราก็โตแล้ว แม้ว่าทุกอย่างมันจะเรียกว่าชักชวนชักจูงทำให้เราหลงเชื่อ ในศาลเขาก็บอกว่า เหมือนก็เราไปซื้อเอง ใช่ ไม่เถียง แต่ตุ๊กก็ไม่อยากให้เด็กคนไหนโดนอีกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าตุ๊กรู้ว่ามีใครตุ๊กก็จะบอก”
“ของเราอยู่ในกระบวนการก็อยู่ในช่วงไปขึ้นศาล คือมีนัดเจอกันไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่เขาไม่มา แล้วเดี๋ยวครั้งต่อไปจะเรียกสืบพยาน แล้วจริงๆทางเราอ่ะเคยนัดนอกรอบแล้ว ขอคุยแล้วแต่ไม่เป็นผลค่ะ ไม่เป็นผลดีด้วย เขาไม่ได้คุยกับเราดีๆเราเคยแจ้งเขาแล้วแต่ว่าเขาไม่ยอมรับแล้วเขาเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ เขาไม่ได้รู้สึกว่า เขาเห็นใจหรือมีสามัญสำนึก ตุ๊กอยากได้อย่างเดียวคือไม่อยากให้ใครเจอแบบนี้แล้ว แค่นั้นเลย”
“คุณพ่อคุณแม่บางท่านอะ การที่เรียนชั่วโมงละ 3,000 น่ะ มันเป็นมูลค่าที่ไม่ได้น้อย มันเป็นราคาที่พรีเมียม และบางคนก็ไม่ได้สะดวก แต่ตั้งใจเก็บออมให้ลูก แล้วพอตุ๊กมาคุยหลายหลายบ้านเป็นแบบนั้นเลย เป็นราคาที่จ่ายไม่ได้สบาย เหลือๆ แล้วการที่เขาอุตส่าห์อดออมมาทำในสิ่งที่ลูกรัก แล้วยังมาเจอแบบนี้ เห็นใจ แล้วยิ่งรู้ว่าเขาดูเรา แล้วเห็นบ้านเราเรียนก็เลยลองมาเรียนดูก็รู้สึกผิด เห็นใจจริงๆ เพราะว่าลูกเราก็เรียนเยอะ แล้วเราก็ไม่ได้จ่ายสบายๆเหมือนกัน”
สถาบันที่จ่ายแพงก็ไม่ได้การันตีว่าจะดี?
“คืออันเนี่ยไปเรียนที่บ้านด้วย ตุ๊กก็เลยเข้าใจเลยว่าทำไมเราต้องเรียนที่สถาบัน คืออันนี้รู้ซึ้งเลย คือจริงๆคนอื่นอาจจะรู้อยู่แล้ว อันนี้คือเราแย่มากเลย ไปเรียนที่บ้าน เพราะฉะนั้นอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ได้ เหมือนแบบเราสอนเองที่บ้านเราไม่ได้มีผอ. ของสถาบันควบคุม คือเป็นที่บ้านทั้งสองคน 2 วิชาเลย”
พอเราเจอแบบนี้แล้วในการเรียนวิชาอื่นเราต้องสแกนมากขึ้นไหม?
“คือปกติเราพยายามใช้สมองแล้วนะ ยอมรับเลยว่าพลาด คือเรื่องสตางค์อ่ะโอเคเราซื่อบื้อเอง อย่างอื่นเราก็ฟุ่มเฟือยมันก็มี แต่อันนี้เหมือนเด็กมันก็เจอในจุดที่ถูกทำให้เสียใจ เราก็เลยรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่ดูให้มันดี เพราะยังไงเราก็คือผู้ปกครอง เราควรจะดูแลเขาดีๆ ในการจัดหาครูหรือติดต่อครูมันก็เป็นหน้าที่เรา เราก็รู้สึกผิดแหละ ไม่เป็นไรในชีวิตเราก็ต้องเจอหลากหลาย”
“ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตมันก็เป็นบทเรียนอยู่แล้ว เราก็จะเจอนู่นนั่นนี่บ้าง เราก็จะมีภูมิต้านทาน รู้จักเลือกแยกแยะวิเคราะห์ ถ้าทุกอย่างถูกต้อง เราก็คงไม่ได้เจออะไรที่มันแตกต่าง อันนี้ก็ถือว่าทุกอย่างมันเป็นชีวิตแหละ มันก็ไม่สั้น 3 ปี แต่ก็ไม่ใช่ว่านาน บางท่าน 5-6 ปีที่เราเคยไปคุย ส่วนใหญ่ของตุ๊กที่บ้านตุ๊กจะเป็นแม่ที่โดนเรื่องสตางค์ไปเยอะ”
พูดถึงการสนับสนุนน้องๆหน่อยตอนนี้แม่ส่งเสริมทุกทางไหม?
“เขินเลยอ่ะ บางทีมันเยอะไปมันต้องอายบ้างนะ ก็มีชกมวยอันนี้ไปเล่นๆ แถวบ้านค่ายมวยเยอะ พอลูกอยากลอง ก็เลยให้ไปลอง แต่ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว อาจจะไม่มีเวลา แต่หลักๆแล้วจะมีฮอกกี้น้ำแข็ง ก็ทั้งผู้หญิงผู้ชายเลย ปีนี้น้องก็โชคดีได้เป็นทีมชาติ แต่ทีมชาติก็มีหลายทีมแหละ มีเอ มีบี แต่เราก็ไม่อยู่ทีมเอหรอก อันนี้ก็อยู่เลเวลเจ็ด แล้วประจวบเหมาะกับอยู่ม.4 น้องก็จะไปทางเริ่มติวแล้ว ที่ผ่านมาเรียนโรงเรียนทางเลือกมาตลอด ความหมายก็คือทางวิชาการเราก็จะเบามากๆ แล้วน้องอ่ะเลือกคณะที่ยากนิดหนึ่ง ตอนนี้ก็เลยจะต้องเริ่มติวแล้ว แล้วน้องผันตัวเองมาเป็นโค้ชสอนแล้ว ใครที่อยากจะเรียนกับโค้ชพี่แพรวก็มาเลยมา“
ต่อเดือนเราต้องทุ่มค่าเรียนเท่าไหร่หลักล้านเลยไหม?
“โหยไม่ถึง 1ล้าน ถ้ามีเงินน่ะพร้อมทุ่ม แต่ไม่มีให้ทุ่ม คือตอนเนี่ยกรุงเทพเรียนอะไรมันก็ราคาไม่เบา มันก็อายอ่ะ คือก็ภูมิใจ แต่มันก็ต้องประมาณกำลังตัวเองด้วยนะ อันนี้ก็รู้ ตัวตุ๊กเองก็ตัวคนเดียว ตุ๊กก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเยอะ ค่อนข้างจะมีเรื่องเดียวที่เราทุ่มเท คือจริงๆแล้วถ้าดูแลเขาได้มากกว่านี้อยากจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ด้วย แต่นี้ก็ได้ตามกำลังค่ะ เรามีภารกิจเดียวแหละ ทำงานก็ All I have เป็นคนเดียวที่เรารู้ว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อใคร”
เป็นครั้งแรกที่แม่ตุ๊ก ออกมาเล่าประสบการณ์ที่เจอ ส่วนเรื่องคดี ต้องติดตามกันต่อไปนั่นเองค่ะ