โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โรงเรียนแจงแล้ว! ครูใช้ไม้ขนไก่ตีนักเรียน-ลุกนั่งพันครั้ง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 13.19 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า ลูกหลานของตนถูกคุณครูลงโทษด้วยการใช้ไม้ปัดขนไก่ตีที่ฝ่ามือจนฟกช้ำ

และมีแผลที่เกิดจากการทิ่มแทงของตอขนไก่ ส่วนอีกรายถูกคุณครูลงโทษด้วยการสั่งให้สก็อตจั๊มพ์จำนวน 1,000 ครั้ง เนื่องจากลูกหลานของตนคัดลอกการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ลงในสมุดไม่ทัน

(9 ส.ค.67) ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนดังกล่าว เพื่อพบท่านผู้อำนวยการโรงเรียน และขอข้อมูลคำชี้แจงข้อเท็จจริงจากทางโรงเรียน ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่เนื่องด้วยผู้อำนวยการงานติดราชการ ไม่อยู่ที่โรงเรียน จึงได้ให้ฝ่ายธุรการ เป็นตัวแทนในการให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าว ทราบว่า สืบเนื่องจากข่าวผู้ปกครองร้องลูกหลานโดนครูลงโทษเกินเหตุ - สั่งลุกนั่งเป็น 1,000 ครั้ง และถูกตีด้วยไม้ขนไก่จนช้ำและมีแผล ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ที่เป็นข่าว เมื่อท่านผู้อำนวยการโรงเรียนได้ทราบเรื่อง ได้มีการดำเนินการตามระเบียบ ทำการเยียวยา ขอโทษ ขอขมา ต่อผู้ปกครองของนักเรียนและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ส.ค. 67 ที่ผ่านมา

สาเหตุหลักคือ การสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างโรงเรียน เด็กนักเรียน และผู้ปกครอง เพราะทางผู้ปกครองมีการชื่นชมทางคุณครูผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคุณครูที่มีการสอน การใส่ใจที่ดีมากๆ คนหนึ่ง เพียงแต่เป็นการทำโทษที่ผิดพลาดครั้งแรกเท่านั้น

ทางผู้ปกครองจึงไม่มีการติดใจกับทางคุณครูผู้ถูกกล่าวหาทางโรงเรียนแต่อย่างใดทั้งสิ้น โดยมีการมาเจรจา และสร้างข้อตกลงกันใหม่ตามความเหมาะสมและความประสงค์ของผู้ปกครอง โดยผู้ปกครองต้องการให้นักเรียนมีการบ้านเพียงสองวิชา และไม่เกิน 10 ข้อต่อวิชาเท่านั้น เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเวลาในการสอนและควบคุมดูแลนักเรียนในการทำการบ้าน

ทางด้านคุณแม่ของน้องปาร์ม เล่าว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียน และคุณครูได้เข้ามาพูดคุยเจรจากับตนแล้ว และครูที่ลงโทษเด็กก็ยอมรับผิด ตอนนี้ครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว และอยากให้เรื่องทุกอย่างนั้นจบลงด้วยดี เลิกแล้วต่อกัน ขอไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก

ซึ่งประเด็นที่ตนต้องการที่จะย้ายโรงเรียนให้ลูกนั้น เนื่องจากลูกไม่มีกะจิตกะใจที่จะเรียนต่อที่นี่แล้ว แต่ทางโรงเรียนก็ไม่อยากให้ย้าย เพราะกลัวว่าจะเกิดการบลูลี่กัน แต่หลังจากนี้ตนจะขอคุยกับลูกอีกครั้งว่า อยากเรียนต่อที่นี่หรืออยากที่จะย้าย อยากให้เป็นความสบายใจของลูกมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...