เปิด 6 ข้อสังเกต ธุรกิจแบบไหนเข้าข่าย “แชร์ลูกโซ่” ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
“แชร์ลูกโซ่” เป็นหนึ่งในการหลอกลวงที่คนส่วนใหญ่มักติดกับดัก เพราะมักเกิดจากการที่คนใกล้ตัวเข้ามาชักชวนให้ลงทุน ให้เข้าร่วมการขายสินค้า โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงได้ในเวลาอันรวดเร็ว และหากชวนคนอื่นได้มากเท่าไรก็จะมีโบนัสเพิ่มอีก ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมาดูกันว่าธุรกิจแบบไหนที่เข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่บ้าง และจะป้องกันตัวได้อย่างไร
6 ข้อสังเกตแบบไหน อาจเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่
1. โมเดลแชร์ลูกโซ่ หากโครงสร้างธุรกิจเน้นการรับสมัครคนใหม่เข้าร่วมมากกว่าการขายสินค้าหรือบริการจริง โมเดลนี้ทำให้รายได้หลักมาจากการชักชวนสมาชิกใหม่และเก็บเงินค่าสมัคร แทนที่จะเกิดจากการขายสินค้า
2. การขายสินค้าหรือบริการที่ไม่ตรงความจริง หากสินค้าหรือบริการที่เสนอขายไม่มีคุณภาพ ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่โฆษณาไว้ หรือไม่มีสินค้าจริงในการจำหน่าย แต่มีการหลอกลวงเพื่อเก็บเงินจากผู้ร่วมธุรกิจ
3. การบังคับซื้อสินค้าหรือการลงทุนจำนวนมาก หากบริษัทบังคับให้ผู้สมัครเข้าร่วมต้องลงทุนจำนวนมากในการซื้อสินค้าเกินความจำเป็น หรือกักตุนสินค้าโดยไม่สามารถขายออกได้จริง
4. การใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือหลอกลวง หากบริษัทนำเสนอข้อมูลทางธุรกิจหรือรายได้ที่เกินจริง โฆษณาผลตอบแทนที่สูงเกินจริงโดยไม่สามารถทำได้ตามสัญญา
5. การไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจขายตรงในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
6. ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค หากธุรกิจไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้บริโภค ไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่มีการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้บริโภค ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
4 วิธีสร้างเกราะป้องกันภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ แชร์ลูกโซ่
1. ศึกษาหาความรู้ก่อนลงทุน มิจฉาชีพมักอาศัยความไม่เข้าใจหุ้นหรือคริปโทเคอร์เรนซี มาชักชวน จึงควรศึกษาความรู้การลงทุน เพราะการลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยง การันตีผลตอบแทนที่แน่นอนไม่ได้
2. มีสติ คิดก่อนตัดสินใจ เมื่อถูกชักชวนให้ลงทุน บีบให้ตัดสินใจ เน้นหาเครือข่ายโดยให้ผลตอบแทนสูง แต่จับต้องธุรกิจนั้นไม่ได้ ต้องระวังให้มาก หากเป็นการชักชวนลงทุน/ระดมทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลควรตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตหรือไม่จากแอปพลิเคชัน SEC Check First
3. รู้ผลกระทบที่มากกว่าเสียเงิน หากหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินไปแล้ว แต่ถ้าเราไปชักชวนคนอื่นมาลงทุนแชร์ลูกโซ่ ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน
4. ตื่นตัวและติดตามข่าวสารใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับการแชร์ลูกโซ่หรือการหลอกลวงลงทุนต่าง ๆ อยู่เสมอ เพราะมีวิธีหลอกลวงใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รู้หรือไม่? กรณี หลอกลวงลงทุนที่เป็น “แชร์ลูกโซ่” และ “ธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่” เป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท
พบเห็นหรือถูกชักชวนลงทุนที่น่าสงสัย แจ้งใครได้บ้าง?
1. แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599
2. แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่
3. หากเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
4. ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359
5. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โทร. 1202
6. หากการชักชวนนั้นเป็นการชวนระดมทุนหรืออ้างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เช่น หุ้น คริปโท สินทรัพย์ดิจิทัล แจ้งเบาะแสมาที่ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. ได้แก่ (1) โทร 1207 หรือ (2) เฟซบุ๊กเพจ สำนักงาน กลต. (3) SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)