โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อมูลภายในกำแพงกรุงธนฯ จากแผนที่จารชนสงครามของพม่า อายุกว่า 200 ปี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 09.00 น.
ส่วนหนึ่งของแผนที่กรุงธนบุรี ฝีมือพม่า แผนที่ฉบับนี้ คุณนิรมล เมธีสุวกุล ได้รับอนุญาตจากนักวิชาการชาวพม่า Prof. Muang Muang Tin ให้ถ่ายสำเนาไว้ เป็นตัวเมืองธนบุรีที่เขียนลงบนแผ่นกระดาษขนาดราว 3 x 6 ฟุต ลงด้วยสีฝุ่น

“แผนที่โบราณ”ซึ่งเป็นหลักฐานฝ่ายพม่าอยู่ชิ้นหนึ่ง แสดงข้อมูลเกี่ยวกับกรุงธนบุรีและเมืองบางกอก (กรุงเทพฯ) อย่างละเอียด เชื่อว่าเป็นฝีมือของ “จารชน” พม่าที่แฝงตัวเข้ามาเก็บข้อมูลกรุงธนบุรีในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ไทย หลังผ่านห้วงเวลาอันมืดมนจากการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา

แผนที่ดังกล่าวกว้าง 3 ฟุต ยาว 13 ฟุต แสดงเมืองขนาดย่อมที่มีแม่น้ำสายใหญ่ตัดผ่านเป็นแนวตรง ปรากฏเวียงวังที่พนักของพระเจ้าแผ่นดินสยามอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำ มีแนวกำแพงล้อมรอบชัดเจน และมีปืนใหญ่ประจำการจุดต่าง ๆ ทั้งหน้าและหลัง รวมถึงเรือนแพ ชุมชนบ้านเรือน และตำแหน่งค่ายทหาร

รายละเอียดเหล่านี้จึงชวนให้วิเคราะห์ได้ว่า นี่คือแผนที่แสดงภูมิสถานสำคัญของเมืองบางกอกและกรุงธนบุรี เพื่อประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์สงคราม หรือเป็น “แผนที่จารชนสงคราม” นั่นเอง

ในกำแพงวัง “กรุงธนบุรี”

ศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าศึกษา ได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแผนที่ฉบับดังกล่าว ซึ่งสิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้ทันทีคือ “วังกรุงธนบุรี” ณ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้นถูกขนาบด้วยทางน้ำ 4 สาย โดยทางน้ำใหญ่ที่ไหลผ่านด้านทิศตะวันออกคือแม่น้ำเจ้าพระยา

ด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นท้ายวังมีทางน้ำพร้อมคำอธิบายว่า “เป็นแนวคลองที่ตัดสู่ทิศเหนือของเมือง ด้านตะวันตกของเมืองเป็นสวนพลู สวนมะพร้าว และสวนหมาก” และมีการระบุพิกัดอู่เก็บเรือหรือโรงเรือหลวง รวมถึงแนวคลองที่ตัดสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทั้งทิศเหนือ-ใต้ ทำให้มีสภาพเป็นเกาะ

วังธนบุรีซึ่งมีแนวกำแพงล้อมรอบนั้นประกอบด้วยประตูทั้งสิ้น 21 ประตู ทิศใต้มีประตูทางเข้า 2 ประตู ที่สำคัญคือ นอกกำแพงวังมีปืนใหญ่ตั้งประจำการอยู่ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนนี้มีแนวป้องกันหนาแน่น

ส่วนทิศเหนือของพระนครมีประตูทางเข้า 3 ประตู นอกกำแพงวางปืนใหญ่ไว้เช่นกัน แต่ไม่หนาแน่นเท่าด้านทิศใต้ ด้านตะวันออกซึ่งติดแม่น้ำเจ้าพระยามีประตูทั้งสิ้น 8 ประตู และด้านตะวันตก 8 ประตูเช่นกัน

ความน่าสนใจคือ ประตูด้านทิศตะวันออกมีชื่อประตูกำกับไว้ด้วยทุกประตู เว้นอยู่ประตูเดียวที่ไม่สามารถอ่านได้แล้ว ส่วนใหญ่จะมี “ท่า” กำกับชื่อ หากเรียงลำดับจากประตูด้านใต้สุดขึ้นไปทางเหนือ ได้แก่ ประตูท่าเทียบเรือเจ้าเมืองบางกอก, ประตูถือน้ำสาบาน, ประตูท่าต้นโพธิ์, ท่าข้าวเปลือก, ท่าข้าวสาร, ท่าวัด และท่าปืนใหญ่

แผนที่จารชนสงครามพม่ายังเผยด้วยว่า วังธนบุรีของพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือสมเด็จพระเจ้าตากสิน มิได้คับแคบอย่างที่เข้าใจ แต่มีความกว้างขวางในระดับหนึ่ง มีป้อมยามรัดกุม ภายในกำแพงเมืองประกอบด้วยอาคารสถานที่สำคัญมากมาย เช่น โรงกษาปณ์ คลังแสงปืนใหญ่ โรงทำปืนใหญ่ บ้านช่างทอง โรงทำทอง พระคลังหลวง บ้านเจ้าพระยาพระคลัง ที่ตั้งกองกำลังระวังรักษา โรงเก็บช้างสำคัญ พระอารามหลวง และยุ้งฉางเก็บข้าวสาร-ข้าวเปลือกอีกถึง 9 หลัง

ทั้งยังมีสถานที่สำคัญอีก 2 แห่ง ที่ถูกระบุถึงเป็นพิเศษ นั่นคือ “เจดีย์เก็บพระพุทธรูป” สำหรับพิธีถือน้ำสาบาน ซึ่งตั้งอยู่หลังประตูถือน้ำสาบาน และ “บ้านพระยาจักรี” ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางวังธนบุรี

สถานที่ซึ่งระบุว่าเป็นเจดีย์หรืออาคารเก็บพระพุทธรูปในการทำพิธีถือน้ำสาบานนั้น เป็นการถอดจากอรรถาธิบายภาษาพม่าว่า เต๊ะสาตายพะยาซึ่ง อ.สุเนตร ชี้ว่า พระพุทธรูปองค์ดังกล่าว ไม่น่าเป็นอื่นไปได้นอกจากพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ“พระแก้วมรกต”

ส่วนบ้านพระยาจักรี ซึ่งภายหลังคือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ รัชกาลที่ 1 นั้น นับว่ามีความสำคัญทั้งในเชิงความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์วังธนบุรี และช่วยกำหนดอายุของหลักฐานชิ้นนี้ด้วย คือตรงกับช่วงระหว่างยุคสมเด็จพระเจ้าตากสินถึงยุคราชวงศ์จักรี ก่อนที่รัชกาลที่ 1 จะย้ายพระบรมมหาราชวังมายังฝั่งกรุงเทพฯ หรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะที่ประทับเดิมของพระองค์ครั้งรั้งตำแหน่งเจ้าพระยาจักรียังตั้งอยู่ฝั่งธนบุรีนั่นเอง

แผนที่โบราณชิ้นนี้ยังสะท้อนลักษณะสำคัญอีกประการของกรุงธนบุรีและเมืองบางกอก นั่นคือความหลากหลายของกลุ่มประชากรที่ตั้งชุมชนอยู่ทั้งสองฝั่งน้ำ ซึ่งแม้จะไม่ใช่ความรู้ใหม่ แต่ก็ถือเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ช่วยยืนยันประเด็นนี้ให้หนักแน่นยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุเนตร ชุติธรานนท์, ศ. ดร. (2561). พม่ารบไทย ว่าด้วยสงครามระหว่างไทยกับพม่า.พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ตุลาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข้อมูลภายในกำแพงกรุงธนฯ จากแผนที่จารชนสงครามของพม่า อายุกว่า 200 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...