โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศพ 'บอย' ถึงบ้านเกิดแล้ว แม่ยังสงสัยถูกทำให้หมดสติ ก่อนปลิดชีพไหม รอผลใน 2 อาทิตย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 เม.ย. 2565 เวลา 16.32 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 11.52 น.
แฟ้มภาพ

ศพ ‘บอย’ นักกิจกรรมทางการเมืองถึงบ้านแล้ว แม่เผยแม้จะติดใจก็แทบจะไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีพยานแวดล้อม-กล้องวงจรจับภาพไม่ได้ ตอนนี้รอเพียงผลตรวจพิสูจน์นิติเวชที่จะทราบผลใน 2 สัปดาห์ ชี้ว่าผู้ตายถูกโปะยาสิ้นสติก่อนนำไปแขวนคอหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายอนันต์ โลเกตุ หรือ บอย อายุ 27 ปี นักกิจกรรมเคลื่อนไหวรณรงค์ Vote No ประชามติรัฐธรรมนูญ (รธน.) ปี 2560 เสียชีวิตในลักษณะแขวนคอที่ศาลาข้างที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา โดยนางสมพิศ โลเกตุ อายุ 48 ปี แม่นายอนันต์ พร้อมพี่ชายและญาตินำเอกสารหลักฐานติดต่อขอรับศพเพื่อเดินทางกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมาถึงเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านใน ต.หนองหมื่นถ่าน อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด

นางสมพิศกล่าวว่า ยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะตั้งศพไว้กี่วัน โดยจะไปจัดพิธีฌาปนกิจที่วัดศรีเจริญผลภายในหมู่บ้านต่อไป จะไม่รอผลตรวจของนิติเวช ซึ่งจะรู้ผลใน 2 สัปดาห์แล้ว เพราะทุกอย่างได้มีการชันสูตรจากหน่วยแพทย์แล้ว จะรอฟังผลอย่างเดียว การเก็บศพไว้จะไม่ทำให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

นางสมพิศกล่าวว่า สาเหตุการตายมีหลายประเด็นที่น่าสงสัย เพราะลูกชายไม่น่าจะเป็นคนคิดสั้น เสียดายที่ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่เห็นเหตุการณ์ขณะลูกชายผูกคอตาย เพราะมุมกล้องเห็นแต่ลูกชายเดินผ่านไปเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถบอกใครได้แม้จะสงสัยก็ตาม

“แม้จะสงสัยที่จู่ๆ ลูกผูกคอตาย แกก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐาน และไม่มีพยานที่จะชี้ชัดได้ว่าเสียชีวิตด้วยเหตุอื่น ดังนั้น ตอนนี้ถึงที่ตั้งประเด็นอยู่ก็คือลูกชายถูกทำให้หมดสติ อาจจะด้วยยาสลบ หรืออะไรก่อน แล้วนำไปแขวนคอตายหรือไม่ เรื่องนี้ทำได้เพียงรอผลพิสูจน์ ทางเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้เก็บหลักฐาน ชิ้นส่วนข้อมูลทุกอย่างส่งตรวจ จะรู้ผลใน 2 สัปดาห์

“หากพิสูจน์ได้ว่าลูกชายไม่ได้หมดสติก่อนจะถูกนำไปแขวนคอตายอำพราง คงจะไม่ติดใจอะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องรอผลตรวจพิสูจน์ที่ชัดเจนก่อน จึงจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” นางสมพิศกล่าว

นางสมพิศกล่าวต่อว่า ถึงขั้นนี้แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่แพทย์และผลจากตำรวจที่จะแจ้งให้ทราบใน 2 สัปดาห์ หากน่าเชื่อถือว่าไม่เป็นการฆาตกรรมอำพรางก็คงต้องยอมรับ เพราะไม่มีหลักฐานพยานแวดล้อมอย่างอื่นที่จะชี้ความผิดปกติได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...