โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

​รวบสาวใหญ่หัวหน้าแก๊งตกทอง ตระเวนก่อเหตุตามตลาดนัด

สวพ.FM91

อัพเดต 12 เม.ย. 2565 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2565 เวลา 09.38 น.

วันที่ 12 เมษายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม นางรัตนา หรือ แอ๊ด (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ในคดีฉ้อโกงทรัพย์ของผู้อื่น

พฤติการณ์ เมื่อประมาณปี 2561 นางรัตนาหรือเเอ๊ด (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คน ร่วมกันตระเวนก่อเหตุตกทองตามตลาดนัด, งานมหรสพต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยจะเลือกเหยื่อที่ดูมีอายุและมาคนเดียว  เมื่อเลือกเหยื่อได้แล้ว  ผู้ต้องหากับพวกก็จะแสดงละครโดยการให้พวกของตนทำทีว่าทำกระเป๋าเงินหล่นหาย พร้อมบอกกับคนในตลาดว่าภายในกระเป๋ามีเงินและทองคำจำนวนมาก จากนั้นจะทำทีเดินเข้ามาถามผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อว่า “พบเห็นกระเป๋าเงินที่หล่นหายหรือไม่” เมื่อผู้เสียหายตอบว่า “ไม่เจอ” ก็ทำทีเดินหนีไป ผู้ต้องหาเห็นว่าผู้เสียหายยืนอยู่ตามลำพังแล้ว จึงได้เดินเข้ามาหาผู้เสียหายพร้อมกับพวกอีกคนหนึ่งว่าตนเก็บกระเป๋าเงินที่หล่นหายได้ ซึ่งภายในกระเป๋ามีทองคำและทรัพย์สินอื่นจำนวนมาก แต่หาเจ้าของกระเป๋าไม่เจอ 

จากนั้นผู้ต้องหาชวนผู้เสียหายพูดคุยตีสนิท และออกอุบายโดยการกล่อมผู้เสียหายว่าในกระเป๋าเงินที่เก็บได้มีสร้อยคอทองคำ และอยากจะแบ่งให้ตนเองกับผู้เสียหายในจำนวนเท่า ๆ กัน พร้อมกับเปิดกระเป๋าให้ผู้เสียหายดูทรัพย์สินข้างในกระเป๋า เมื่อผู้เสียหายเห็นว่าในกระเป๋าเงินมีสร้อยคอทองคำอยู่จริงและมีขนาดใหญ่กว่ากำไลข้อมือของตน ทำให้ผู้เสียหายเกิดความโลภอยากได้เพราะคิดว่ามูลค่าทองคำดังกล่าวมีค่ามากกว่าของตน จึงรีบตอบ “ตกลง” จากนั้นผู้ต้องหาทำทีหยิบสร้อยคอทองคำในกระเป๋าออกมาจับเล่นแล้วบอกกับผู้เสียหายว่า “สร้อยคอเส้นนี้หนักประมาณ 2 สลึง ถ้าเอาไปขายคงได้ราคาประมาณ 6,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาจะขอซื้อสร้อยคอคืน โดยจ่ายส่วนแบ่งให้ผู้เสียหาย 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายได้ยินดังนั้นจึงรีบตอบ “ตกลง” ผู้ต้องหาจึงบอกกับผู้เสียหายว่า “จะไปเอาหยิบเอาเงินสดในรถมาจ่ายให้ ซึ่งรถจอดอยู่ไม่ไกล” โดยจะฝากกระเป๋าเงินพร้อมกับสร้อยคอทองคำให้ผู้เสียหายถือไว้ แต่มีเงื่อนไขว่าผู้เสียหายจะต้องวางหลักประกันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายนำสร้อยคอทองคำหลบหนี โดยผู้ต้องหาขอเป็นกำไลข้อมือของผู้เสียหายซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 1 สลึงไว้เป็นหลักประกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อและยอมมอบกำไลข้อมือของตนให้ผู้ต้องหา หลังจากที่ผู้ต้องหารับกำไลข้อมือจากผู้เสียหายแล้ว ได้เดินหลบหนีหายไป ผู้เสียหายซึ่งยืนรออยู่นานจนผิดสังเกต จึงได้เปิดดูภายในกระเป๋าเงินพบว่าสร้อยคอทองคำดังกล่าวเป็นสร้อยคอทองคำปลอม จึงเชื่อว่าตนเองถูกแก๊งตกทองหลอกลวง จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายประกาศสืบจับผู้ต้องหากับพวกดังกล่าว

ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนกับพวกหลอกลวงเหยื่อตามพฤติการณ์ดังกล่าวข้างตนจริง  โดยใช้วิธีการกับเหยื่อแบบเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งก่อเหตุมาแล้วกว่า 30 ปี และมีผู้เสียหายหลายร้อยราย ทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหากับพวกถูกออกหมายประกาศสืบจับทั่วประเทศคนละหลายหมาย ซึ่งสมาชิกบางส่วนยังไม่เคยถูกจับกุม และอยู่ระหว่างการหลบหนี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...