โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายงานพิเศษ : ไขข้อข้องใจ”งานมะขามหวาน” ทำไมถึงต้องมี”นครบาลเพชรบูรณ์”(มีคลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 02 ก.พ. 2566 เวลา 06.03 น. • 77 ข่าวเด็ด

รายงานพิเศษ : ไขข้อข้องใจ"งานมะขามหวาน" ทำไมถึงต้องมี"นครบาลเพชรบูรณ์"

ในการจัดงาน "มะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์" ทุกๆปีที่ผ่านมา มักมีคำถามที่ทำให้หลายคนต้องค้างคาใจว่า ทำไมถึงต้องมีคำว่า งานมะขามหวานเพชรบูรณ์ จึงต้องมี "นครบาลเพชรบูรณ์" ต่อท้ายด้วย

ทั้งที่การจัดงานนี้เป้าวัตถุประสงค์เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนพืชผลเอกลักษณ์ "มะขามหวาน" ซึ่งแต่ละฤดูกาลผลิตในแต่ละปีนั้น ได้สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม จนทำให้มีเม็ดเงินก้อนใหญ่ไหลสะพัด จนนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบูรณ์เฟื่องฟู

ขณะเดียวกันปัจจุบันต้องยอมรับว่า ผลผลิตทางการเกษตร ก็เป็นสินค้าอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย ฉะนั้นการผนวกเอาคอนเซ็บประวัติศาสตร์นครบาลเพชรบูรณ์ เข้าไปควบรวมกับงานมะขามหวานนั้น จึงทำให้เป้าวัตถุประสงค์การจัดงานของทางจังหวัดเพชรบูรณ์

นอกจากเเผยแพร่ชื่อเสียงมะขามหวานพืชเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว ยังเป็นการรำลึกถึงอดีตที่ครั้งหนึ่งในยุคสมัย "จอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี"ได้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ มาตั้งที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยถึงกับออกพระราชกำหนดนครบาลเพชรบูรณ์ขึ้น และยังมีการประกาศใช้ในห้วงระยะเวลาหนึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆก็ตาม

โดยภายหลัง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้นำพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) นครบาลเพชรบูรณ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในยุคสมัยนั้น กระทั่งมติเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย จึงทำให้พ.ร.บ.นครบาลเพชรบูรณ์ต้องตกไป ส่งผลให้ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบโดยการประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่จังหวัดเพชรบูรณ์เกือบเป็นเมืองหลวงประเทศไทยนั้น ในปี 2542 ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะกรรมการจัดงานมะขามหวานฯ มีมติเปลี่ยนชื่องานซึ่งเดิมใช้ชื่อ "งานเทศกาลชิมมะขามหวานเพชรบูรณ์" เปลี่ยนชื่องานเป็น "งานกาชาดมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์"**

ต่อมาในปึ 2549 จึงปลี่ยนชื่องานอีกครั้ง โดยมีการตัดคำว่า"กาชาด"ออก จึงทำให้เหลือเพียงชื่อ "งานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์" หลังจากนั้นจึงใช้ชื่องานดังกล่าวมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ ขณะเดียวกันภายในงานยังมีกิจกรรมรณรงค์แต่งกายย้อนยุคนครบาลเพชรบูรณ์อีกด้วย

นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าถึงเกร็ดประวัติศาสตร์นครบาลเพชรบูรณ์ว่า ในปี 2486-2487 เป็นช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี จึงย้ายเมืองหลวงมาที่เพชรบูรณ์ โดยหลักฐานสำคัญที่ยังปรากฎในปัจจุบัน ได้แก่ เสาหลักเมือง ที่ ต.บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก ซึ่งถือเป็นเสาหลักเมืองหลวงไม่ใช่เสาหลักเมืองโบราณ

นอกจากนี้มีบันทึกว่าบริเวณรอบๆ ต.บุ่งน้ำเต้ามีการวางผังเมืองคล้ายกรุงเทพมหานคร โดยมีที่ตึ้งพระพระราชวัง มีกระทรวงต่างๆ อาทิ ที่ตั้งกระทรวงการคลังที่ถ้ำมหาสมบัติ ต.บุ่งน้ำเต้า, ที่ตั้งกระทรวงมหาดไทยที่ต.บุ่งคล้า, ที่ตั้งกระทรวงกลาโหมที่ ต.ท่าพล ฯลฯ

"โดยเฉพาะถ้ำมหาสมบัติซึ่งถูกวางให้เป็นที่ตั้งกระทรวงการคลังนั้น เนื่องจากกรุงเทพฯถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงขนย้ายสมบัติของชาติมาเก็บรักษาไว้ที่ถ้ำมหาสมบัติ และยังปรากฎหลักฐานด้วยว่า พระแก้วมรกตก็ยังถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย"นายวิศัลย์กล่าว

ฉะนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เกือบเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ และสาธารณูปโภคต่างๆ

รวมทั้งเพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ที่ชาวเพชรบูรณ์น่าภาคภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งเพชรบูรณ์เกือบเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ทำให้มีการหยิบยกชื่อ "นครบาลเพชรบูรณ์" มาเพิ่มเติมใส่ จนเป็นงานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ จวบจนถึงปัจจุบันนี้

Cr : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เอื้อเฟื้อคลิป

: นาวิน คงวราคม 77ข่าวเด็ด/เพชรบูรณ์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...