โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระเอกดัง” รีเทิร์นรักเก่า! หลังเลิกกันนาน2ปี เหตุเป็นเพื่อนไม่ได้

tvpoolonline.com

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 04.36 น. • TV Pool

เตรียมตัวเป็นคุณพ่อในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สำหรับพระเอก นิว ชัยพล ล่าสุดได้ควงภรรยาสาวนอกวงการ เมษา กิตติมา มาเปิดใจ พร้อมย้อนเล่าเส้นทางความรักกว่า 10 ปี เริ่มจากการ

เป็นเพื่อนจนเลื่อนขั้นมาเป็นคนรู้ใจ ก่อนเผยสาเหตุการเลิกราร่วม 2 ปี และเพราะเหตุใดจึงกลับมาลงเอยกันได้อีกครั้ง จนมีเบบี๋เป็นโซ่ทองคล้องใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิว ชัยพล ขอเคลียร์ ข่าวลือแต่งงานไม่ถึงปีหวิดเตียงหัก

“นิว ชัยพล” ควงคู่เจ้าสาว “เมษา” เข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างโรแมนติก เพื่อนๆแห่ยินดี

คบกันมากี่ปีแล้ว ?

นิว : ถ้าตั้งแต่วันแรกที่เป็นแฟน ตุลาปีนี้ 10 ปี

ตอนแรกเจอกันเห็นว่าเป็นเด็กฝึกงานกับนักแสดง ?

เมษา : เป็นเด็กฝึกงานที่ Acts channel เรียนอยู่ปี 3 ที่อเมริกา เราจะกลับบ้านแค่ปีละ 1 ครั้งตอนปิดเทอมใหญ่ๆ 3 เดือน เราเลือกมาฝึกงานที่ไทย ไม่งั้นไม่ได้กลับบ้าน แล้วก็ได้ที่ Acts Channel ก็เข้าไป

ฝึกงานตามปกติ เจอเค้าเพราะเราถูกส่งไปตามกองเพื่อสัมภาษณ์สกู๊ป เจอเค้าครั้งแรกคืองาน Grammy Wonderland

นิว : แล้วเค้าก็มาสัมภาษณ์ผม แล้วก็เหมือนกันว่าผมเป็นเพื่อนกับเพื่อนสนิทเค้า เค้าก็เลยมาทักทายว่าเป็นเพื่อนคนเดียวกันนะ แล้วก็แยกย้าย เค้าก็กลับไปเรียนต่อที่อเมริกา ผ่านไปไม่กี่เดือนปี 2012 มีรายการ

ส่งผมไปอเมริกางานออสการ์ ก็ติดต่อกับเพื่อนเค้าว่าผมจะไปแอลเอกับซานฟราน ให้เพื่อนเค้าพาเที่ยว ปรากฏว่าเพื่อนเค้าติดเรียนเลยส่งคนนี้มาแทน เค้าก็พาเราไปเที่ยวนู่นนี่ แต่ไม่รู้สึกอะไรเลยนะ จนกลับมา

ก็ปรึกษากับเค้าตลอด ผมมีแฟนเลิกกับแฟน

เมษา : ต่างคนต่างมีแฟน อันนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีคอนแทคกันและกัน เป็นเพื่อนกันต่ออีกเป็นปีๆ เลย

นิว : ก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ผมมีแฟนเลิกกับแฟน ก็ปรึกษาเค้าเพราะเค้าเป็นเพื่อนผู้หญิง พอตอนเค้ากลับมาไทยมีปัญหากับแฟน เลิกกับแฟน แฟนเค้ายังอยู่อเมริกา เป็นรักระยะไกล ก็มีปรึกษากัน มีนัดกินข้าวกัน

สนิทกันไปเรื่อยๆ

ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่ ?

นิว : ไม่รู้ จนกระทั่งผมอยากไปจีบผู้หญิงคนนึง เลยคุยกับเค้าน้อยลง พอไปจับผู้หญิงคนนึง ผ่านไปอาทิตย์เดียวผมรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างในชีวิตหายไป ความสบายใจมันหายไป คิดถึงการคุยกับคนคนนี้

ถ้างั้นเราก็หยุดไม่จีบต่อแล้ว มาคุยกับคนนี้

แล้วเรารู้สึกยังไง ?

เมษา : อยู่ดีๆ เค้าก็หายไปเลย ก่อนหน้านี้เลิกกับแฟน มีปัญหาก็ปรึกษาเรา แต่อันนี้หายไปเลย แล้วก็ไม่บอกด้วยนะว่าจะไปจีบอีกคนนึง แต่เรามารู้เองจากอย่างอื่นจากโซเชี่ยล ก็เลยอ๋อว่าที่หายไปเพราะ

ไปจีบคนอื่นอยู่ ก็เลยโกรธ งอน แล้วก็ไปบอกเพื่อน เพื่อนก็เลยบอกว่ามึงชอบเค้าแหละ

นิว : เพื่อนเราทั้งคู่บอกว่ามึงสองคนชอบกันนะ มีความรู้สึกดีต่อกันแต่ไม่รู้ตัว ก็มาง้อเค้าพยายามคุยเหมือนเดิม ก็มีไปกินข้าวกัน ดูหนังกันเลยบอกเค้าวันนั้นว่าลองคบกันดูป่ะ แต่พูดเบาๆ กลัวเค้าได้ยินเพราะ

ยังสองจิตสองใจ ไม่ใช่ไม่แน่ใจ แต่กลัวเสียเพื่อนดีๆไป ถ้าเกิดว่าแฟนไม่เวิร์ค เราถอยกลับมาไม่ได้แล้ว เราก็เลยสองใจว่าจะเป็นแฟนดีมั้ย เลยใช้ศาสตร์มูเตลูเข้ามา ตอนนั้นตี 2 ยี่สิบกว่า ผมเกิดวันที่ 27

เดือนกุมภา ถ้าเกิดผมยกนาฬิกาขึ้นมาเป็น 227 ผมจะพูดอีกครั้ง “ลองคบกันดูป่ะ” เค้าก็เงียบ กลัวเหมือนกัน

เมษา : จริงๆ คือความคิดเหมือนกัน พอตอนเค้าพูดเราเลยยังไม่ได้ตอบทันที แต่เรามาคุยกันก่อนว่าทำไมถึงอยากคบกับเรา ถ้าเกิดมันไม่เวิร์คขึ้นมามันจะเป็นยังไง

แต่มีอยู่ช่วงนึงเลิกกันเหรอ เกิดอะไรขึ้น ?

เมษา : ใช่ 2 ปี

นิว : ตอนนั้นคบกันได้ 5-6 ปี แล้วเค้าไปเรียนต่อเมืองนอก พอเค้ากลับมาบางสิ่งบางอย่างหายไปปีนึงต้องมาจูนกันใหม่ คือเราอยากแต่งงานแล้ว แต่ว่าเค้ายังไม่อยากแต่งอยากใช้ชีวิตก่อน มันก็เลยมีปัญหา

เกิดขึ้น พอมันไม่ตรงกันเราเลิกกันดีกว่า ห่างกันไป 2 ปี ระว่าง 2 ปีนั้นก็เสียใจ ทำใจไม่ได้ เป็นเพื่อนไม่ได้

ถ้าเกิดไม่มีเราแบบนี้ ขอไม่มีในชีวิตเลยแล้วกัน เลยบล็อกทุกทาง ทุกอย่าง ทุกการติดต่อ แล้วเมษาบล็อกเค้ามั้ย ?

เมษา : ไม่ได้บล็อก อยากเข้าไปดูมากเลย แต่เข้าไม่ได้

เมษาบอกว่าจริงๆ อยากมีเค้าอยู่นะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ?

เมษา : เหมือนเค้าไม่ใช่สำหรับปัจจุบันเหมือนอยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุข ณ ตอนนั้น รู้สึกว่าเป็นคนที่ใช่สำหรับอนาคตในการที่จะแต่งงาน เห็นภาพนะ แต่ว่าตอนนั้นอยู่ด้วยไม่มีความสุข

แล้วกลับมาเจอกันยังไง ?

นิว : ก็ทำรายการทางบริษัทของคุณแม่เมษาทำแคมเปญอยากแจกโชคให้กับผู้โชคดี แล้วเค้าหาพิธีกรใหม่มาทำ บริษัทที่ติดต่อมาเค้าก็บอกว่ารายการนี้เป็นของคาราบาวแดงแล้วทำคู่กับเมษา นิวจะทำมั้ย

มีเวลา 15 นาที เพราะโปรเจ็คมันเริ่มแล้ว ถ้าไม่ทำเค้าจะหาคนอื่นทำ

เมษาเป็นแผนที่เราวางไว้มั้ย ?

เมษา : ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับเราเลย เราไม่ได้เลือกเค้า เราแค่ถูกวางตัวว่าจะเป็นพิธีกร ให้เป็นตัวแทนของแบรนด์แล้วอยากปรับลุคด้วย ส่วนในแง่ของรายการเป็นในส่วนของการตลาดบริษัทเค้าจัดการ

เราไม่ได้รู้เรื่องเลย เรารู้ว่าเค้าเลือกนิว เรารู้ในที่ประชุม

เจอครั้งแรกเมื่อไหร่ ?

เมษา : วันโปรโมทเลย

นิว : เราอยากทำเพราะเราอยากทำพิธีกรที่เป็นเกมส์โชว์ แล้วเราอยากทำรายการสด พี่ที่ทำรายการนี้เค้าเก่งมากเรื่องทำพิธีกร ถ้าเราได้ประสบการณ์นี้จะดีมาก นั่นคือในเรื่องของการทำงาน แต่ในชีวิตจริง

ถ้าเราก้าวข้ามผ่านที่จะเจอเค้าได้ เราก็จะก้าวได้แล้ว พร้อมเริ่มต้นใหม่

เจอครั้งแรกเป็นไง ?

นิว : เงียบ หันหลัง ไม่คุยกันเลย

เมษา : พอเราจะทัก เค้ามองเราเป็นอากาศ ทำเป็นมองไม่เห็น
จากวันนั้นมามีเบบี๋ได้ยังไง อะไรมันเปลี่ยน ?

นิว : กำแพงของเราก็ทลายลงไป เพราะเราตั้งกำแพงว่าเราจะไม่เป็นเพื่อน แต่เราเจอกันทุกอาทิตย์ มันก็ต้องเริ่มคุยกันมากขึ้น ต้องยอมรับว่า 2 ปีที่หายไป ไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงเค้า ย้อนไปตั้งแต่วันแรก

เมื่อย้อนกลับไป 2013 ไม่มีวันไหนที่ผมไม่รักเค้า ตอนเลิกกันผมก็รักเค้าตลอด 2 ปี มีใครเข้ามาใหม่ผมก็พยายามเปิดใจแล้ว แต่พอรู้สึกว่ายังคิดถึงเค้าอยู่ก็จะบอกว่าขอโทษนะ เรายังคิดถึงเมษาอยู่ ไม่อยาก

เริ่มต้นใหม่กับใคร พอไปถึงช่วงนึงเราคุยกับเค้าไปเรื่อยๆ กำแพงเริ่มทลาย ความรู้สึกดีๆมันเริ่มกลับมา เราก็บอกเค้าว่าถ้าจะกลับมาเป็นแฟนกัน กลับมาคบกัน คือคบแล้วแต่งงานนะถ้าคบแบบลองดูอีกทีนึง

แบบนี้ไม่คบแล้ว เสียเวลาชีวิต

พอตัดสินใจคบกันแล้ว ตัดสินใจว่าต้องแต่งงาน ?

นิว : พอคบกันก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันดีขึ้น เราก็ไม่รอช้า คบกันไม่กี่เดือนขอแต่งงานเลย

เมษา : เซย์เยสเลย ตอนที่ขอเหมือนทุกอย่างมันใช่แล้ว เหมือนแยกย้ายกันไปเพื่อที่จะเติบโต เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ดี อะไรที่ไม่ดีก็เหมือนไปปรับกันมา จนมันลงตัวมากๆ จนเป็น

โมเม้นท์ที่ใช่ ก็เลยเซย์เยสไปเลย

รักมากมั้ย ?

นิว : รักมากครับ รักมากที่สุดในชีวิต เราให้ทุกอย่างกับเค้าได้ ตั้งแต่วันที่แต่งงานเราก็บอกเค้าอย่างนั้น เราเป็นคนสองคนที่มาอยู่ด้วยกัน บางสิ่งบางอย่างคิดไม่เหมือนกัน เราก็ขอโทษในบางอย่างที่เราทะเลาะกัน

ในบางเรื่อง แต่ในสิ่งที่เราทะเลาะกันเรารู้กันอยู่แล้วว่าเราอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...