โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'กสทช.- สพฐ.-ยุวพัฒน์' จับมือช่วยเด็กชายขอบ เรียนหลักสูตรออนไลน์ 'วิทย์-อังกฤษ' ฟรี นำร่อง 139 โรงเรียน กว่า 5,500 คน

ประชาไท Prachatai.com

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2565 เวลา 11.52 น.

“กสทช. –สพฐ.-ยุวพัฒน์” จับมือลงนามความร่วมมือ “โครงการเพื่อนักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาผ่านโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ” นำร่องกับโรงเรียนสพฐ. 139 แห่งด้วยการส่งมอบหลักสูตรออนไลน์วิชา “วิทย์-อังกฤษ” ให้เด็กขาดโอกาสกว่า 5,500 คน

ผู้บริหาร “กสทช. –สพฐ.-โครงการร้อยพลังการศึกษาโดยมูลนิธิยุวพัฒน์ “ลงนามความร่วมมือ “โครงการเพื่อนักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาผ่านโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ”
ระยะเวลา 3 ปีช่วยเด็กขาดโอกาสกว่า 5,000 คนในเบื้องต้นเข้าถึงอินเทอร์เนตและหลักสูตรออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ

16 ธ.ค.2565 ผู้สื่อข่าวได้รายรายงานว่า ประเทศไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำนับเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ผลจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้นอีก ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปี 2564 ระบุว่า จากจำนวนนักเรียนในระบบการศึกษาทั้งหมด 7.3 ล้านคน เป็นนักเรียนที่ยากจนและขาดโอกาสกว่า 3.5 ล้านคน นักเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และมักจะขาดโอกาสแทบจะทุกด้าน โดยเฉพาะองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยี ไม่เพียงเท่านั้น ในโรงเรียนห่างไกลยังประสบปัญหาขาดแคลนครู

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการแถลงข่าวความร่วมมือ “โครงการเพื่อนักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาผ่านโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ” ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ซึ่งแต่ละฝ่ายได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือไปเมื่อ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดโครงการศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (USO Net) และห้องบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (USO Wrap) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับนักเรียน และสามารถขยายผลความร่วมมือในวงกว้างได้มากขึ้น

วิเชียร พงศธร ประธานกรรมการมูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า โครงการฯนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมซึ่งทั้งสำนักงาน กสทช. และสพฐ. ล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กขาดโอกาสในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบ เพื่อทำให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถติดตามวัดผลความสำเร็จได้ มูลนิธิฯจึงได้ส่งมอบระบบการเรียนการสอนรูปแบบดิจิทัลเบื้องต้น 2 วิชา ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ภายใต้โครงการร้อยพลังการศึกษาให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนกว่า 5,000 คน จาก 139 โรงเรียนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โครงการร้อยพลังการศึกษาโดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาและมูลนิธิยุวพัฒน์ มีเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านการให้ทุนการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการเสริมสร้างทักษะชีวิต โดยในปี 2564 มีโรงเรียนในเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 106 โรงเรียน ตั้งแต่ก่อตั้งโครงการในปี 2558 ถึงปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากเครื่องมือของภาคีมากกว่า 37,000 คน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอีก 437 โรงเรียน ในปี 2564

จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) และโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำนักงาน กสทช. จึงร่วมมือกับ สพฐ. และมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยบทบาทของ สำนักงาน กสทช. จะเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการให้ใช้บริการศูนย์ USO Net และห้อง USO Wrap ที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนผู้สนใจ ให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ ในการเพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเกิดการพัฒนาทักษะที่จำเป็น หรือสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงพื้นที่

พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำหรับโครงการฯนี้ สพฐ.ได้ประสานงานกับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ศูนย์ USO Net และห้อง USO Wrap ให้เข้าร่วม เพราะเห็นว่าตัวโครงการฯไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะกับเด็กขาดโอกาสเท่านั้น แต่ยังเกิดประโยชน์กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย จึงได้มอบหมายให้ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) เป็นแกนนำในการผลักดันโครงการฯ ผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และอำนวยความสะดวกให้กับครูในโครงการฯ ได้พัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนและวิทยฐานะให้กับครู ทำให้เกิดชุมชนการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ และสนับสนุนในเชิงโครงสร้างให้เกิดโรงเรียนลูกข่ายของศูนย์ฯในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...