โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทียบฟอร์ม คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 อาร์เจนตินา VS ฝรั่งเศส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2565 เวลา 16.43 น.
คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 (ภาพจาก AFP)

เทียบฟอร์ม คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 อาร์เจนตินา กับ ฝรั่งเศส เดิมพันด้วยการเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3

วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ในที่สุดศึกฟุตบอลโลก 2022 ก็ใกล้จะได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อย โดยคู่ชิงในครั้งนี้ได้แก่ ตัวแทนจากอเมริกาใต้อย่าง อาร์เจนตินา และทีมแชมป์เก่า ตัวแทนฝั่งยุโรปอย่าง ฝรั่งเศส โดยนัดชิงชนะเลิศจะลงฟาดแข้งในคืนวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคมนี้ (เวลา 22.00 น.) ทั้งสองทีมมีฐานะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย เท่ากัน

ทางฝั่งอาร์เจนตินาไม่ได้สัมผัสแชมป์ฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1986 รวมถึง 2 ครั้งล่าสุดที่พวกเขาเข้าชิง (ปี 1990 และ 2014) ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปทั้งหมด ทางด้านเจ้าของนักเตะบัลลงดอร์ 7 สมัย อย่างลิโอเนล เมสซี่ ก็ตั้งเป้าพาทีมคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยแรกในชีวิต และเกมนี้จะเป็นนัดส่งท้ายในนามทีมชาติของเขา

ด้านฝรั่งเศสตั้งเป้าจะป้องกันแชมป์จากฟุตบอลโลกครั้งก่อน (2018) หากพวกเขาทำได้จะกลายเป็นทีมแรกในรอบ 60 ปี นับตั้งแต่บราซิลในปี 1962 ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้ และกุนซือของเขา ดิดิเยร์ เดชองส์ ลุ้นเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คุมทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน

อาร์เจนตินา

อาร์เจนตินา ภายใต้การคุมทัพของ ลิโอเนล สกาโลนี่ เป็นเต็งลำดับต้น ๆ ในการคว้าแชมป์ตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ แต่ทว่านัดแรกดันพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับซาอุดีอาระเบีย 1-2 จบสถิติไร้พ่ายมาอย่างยาวนาน จำนวน 36 นัด

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้ โดยการเก็บชัยชนะ 2 นัดติดในรอบแบ่งกลุ่ม และสามารถคว่ำ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ รวมถึงโครเอเชียมาได้

ผลงานตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม สู่รอบชิงชนะเลิศ

  • รอบแบ่งกลุ่ม (แชมป์กลุ่ม ซี) แพ้ ซาอุดีอาระเบีย 1-2, ชนะ เม็กซิโก 2-0, ชนะ โปแลนด์ 2-0
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ชนะออสเตรเลีย 2-1
  • รอบก่อนรองชนะเลิศ : ชนะดวลจุดโทษ เนเธอร์แลนด์ 4-3 (เสมอ 2-2 ใน 120 นาที)
  • รอบรองชนะเลิศ : ชนะ โครเอเชีย 3-0

ตัวตัดสินเกม : ลิโอเนล เมสซี่

แม้จะอยู่ในวัย 35 ปี แต่ดาวเตะจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังคงโชว์ฟอร์มได้สุดยอด สมกับเป็น 1 ในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกด้วยการทำผลงาน 5 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ พาทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าชิงชนะเลิศในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 และเจ้าตัวก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขา เมสซี่จึงตั้งใจจะคว้าโทฟี่ที่ยังไม่เคยสัมผัส ให้กลายเป็นความจริง

ฝรั่งเศส

ทีมแชมป์เก่าต้องประสบปัญหานักเตะผู้เล่นบาดเจ็บก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ไปหลายราย อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และปอล ป๊อกบา อีกทั้งยังเสีย คาริม เบนเซม่า และลูก้า แอร์นองเดซ ระหว่างการแข่งไปอีก แต่ทัพ “ตราไก่” ภายใต้การคุมทัพอย่าง ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ ก็สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปไม่ยากเย็นนัก พวกเขาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นทีมแรกของทัวร์นาเมนต์ หลังเก็บชัยใน 2 นัดแรก

ส่วนในรอบน็อกเอาต์ฝรั่งเศสก็สามารถกำราบคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง โปแลนด์, อังกฤษ รวมถึงทีมม้ามืดอย่าง โมร็อกโก ไปป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ

ผลงานตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม สู่รอบชิงชนะเลิศ

  • รอบแบ่งกลุ่ม (แชมป์กลุ่ม ดี) : ชนะออสเตรเลีย 4-1, ชนะ เดนมาร์ก 2-1, แพ้ ตูนิเซีย 0-1
  • รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ชนะโปแลนด์ 3-1
  • รอบก่อนรองชนะเลิศ : ชนะ อังกฤษ 2-1
  • รอบรองชนะเลิศ : ชนะ โมร็อกโก 2-0

ตัวตัดสินเกม : คีลิยัน เอ็มบัปเป้

ในทัวร์นาเมนต์นี้ฝรั่งเศสมีนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ไฉไลกันหลายคนอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์, อองตวน กรีซมันน์, ฮูโก้ ยอริส แต่ไม่มีใครโดดเด่นเท่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่โชว์ฟอร์มได้กระฉูดที่สุดของทัพตราไก่ แม้ 2 นัดหลังจะผลิตสกอร์ และแอสซิสต์ไม่ได้ แต่ในทัวร์นาเมนต์นี้ผลงานของเขาสามารถซัด 5 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ และเขาตั้งเป้าจะพาทัพตราไก่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัวให้ได้

แน่นอนว่า “ซุปตาร์” จากปารีส-แซง-แชร์กแมง วัย 23 ปี คือ ความหวังสูงสุดของทีมชาติฝรั่งเศส สำหรับนัดชิงชนะเลิศที่จะถึงในวันอาทิตย์นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...