โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอนชอน ย้ำเจ้าไก่ทอดเกาหลี ทุ่มงบฯผุดสาขา-ลุยไฟติ้งเมนู

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ม.ค. 2566 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 00.45 น.

“บอนชอน” เผยไก่ทอด-อาหารเกาหลีฟื้นตัวแรง หลังเทรนด์ revange dine-in ปลุกยอดลูกค้า-ใช้จ่ายพุ่ง เคาะแผนสปีดธุรกิจป้องแชมป์ รับมือตลาดอาหารเกาหลีแข่งดุ ทุ่ม 200 ล้าน ผุด 10 สาขาเจาะ กทม.-ตจว. พร้อมเมนูไฟติ้งเริ่ม 129 บาท จับลูกค้าใหม่-รับมือกำลังซื้อ และสารพัดอาหารเกาหลีตรึงฐานลูกค้า ก่อนจับมือ “ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี” นักร้อง-นักแสดงดัง เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์เจาะลูกค้าวัยรุ่น ย้ำความมั่นใจปี’66 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% แน่นอน

นายธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารเชนร้านไก่ทอดบอนชอน ในเครือเดอะไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป กล่าวว่า ปีนี้ตลาดร้านไก่ทอดซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของวงการอาหารมีแนวโน้มโตต่อเนื่องจนมีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

โดยนอกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ยังมีปรากฏการณ์อย่างพฤติกรรม revange dine-in หรือคลื่นการกลับมาทานอาหารในร้านที่พบได้ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทำให้จำนวนลูกค้าและมูลค่าการรับประทานต่อใบเสร็จสูงขึ้น ขณะที่การสั่งกลับบ้านและดีลิเวอรี่ยังคงมีดีมานด์เช่นกัน

ด้านกลุ่มร้านอาหารเกาหลีนั้นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีแรงหนุนจากความนิยมซีรีส์เกาหลีที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงโควิดมาช่วยให้ผู้บริโภครู้จักและอยากลองทานอาหารเกาหลีหลากหลายเมนูมากขึ้น ขณะที่การเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่ทำให้ตลาดคึกคัก สร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจไม่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่รวมถึงต่างจังหวัด

ทั้งนี้เห็นได้จากผลประกอบการของร้านบอนชอนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนลูกค้าในสาขาเพิ่มขึ้น พร้อมกับการใช้จ่ายต่อใบเสร็จที่เพิ่มขึ้น 10% เป็นประมาณ 800 บาท และสูงกว่านี้ในสาขาต่างจังหวัด ที่ปัจจุบันมี 10 สาขา อาทิ จันทบุรี เชียงราย อุบลราชธานี เนื่องจากการมากินเป็นครอบครัว ส่วนการกินที่บ้านอยู่ที่ 400-500 บาท ไปในทิศทางเดียวกับร้านอาหารอื่น ๆ ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ที่ผลประกอบการต่างกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโรคโควิด-19 ระบาดแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความท้าทายหลายด้านที่ต้องหาทางรับมือ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยนอกประเทศที่อาจกระทบการส่งออก การขาดแคลนแรงงาน และการแข่งขันที่ดุเดือด ส่วนสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบสูงนั้น เชื่อว่าจะเริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง หลังเห็นสัญญาณราคาทรงตัวในบางกลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์นม

สำหรับทิศทางปี 2566 นี้ นายธนกฤตเปิดเผยว่า จะต่อยอดกระแสการฟื้นตัวของตลาดมาสร้างการเติบโตให้เร็วและสูงที่สุด พร้อมรับมือการแข่งขัน ด้วยการทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท แบ่งเป็น 100 ล้านบาทสำหรับการทำตลาด และอีก 100 ล้านบาท สำหรับเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 10 สาขา เน้นทำเลห้างสรรพสินค้า-คอมมิวนิตี้มอลล์ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดอย่างละครึ่ง ในขนาดประมาณ 150 ตร.ม.ตามปกติ ซึ่งจะทำให้สิ้นปี 2566 บริษัทมีสาขารวมกัน 116 สาขา

พร้อมด้วยยุทธศาสตร์การทำไซซิ่งเพิ่มเมนูไก่ทอดไซซ์เล็ก XS จะมีไก่ 4 ชิ้น ในราคาเริ่มต้น 129 บาท จากเดิมเมนูเล็กสุดไซซ์ S เป็นไก่ 6 ชิ้น ราคา 229 บาท เพื่อให้ลูกค้าใหม่ในต่างจังหวัดตัดสินใจลองทานได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสสั่งเมนูอื่นเพิ่มและรับมือสภาพกำลังซื้อไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังรับมือการแข่งขันกับทั้งร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลีที่มีประมาณ 8-9 ราย และร้านอาหารเกาหลีอื่น ๆ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาด อย่างเพิ่มความหลากหลายของเมนู และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยประสบการณ์ในร้าน โดยเดินหน้าเพิ่มเมนูอาหารเกาหลีแบบอื่น ๆ นอกเหนือจากไก่ทอดเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า เช่น กิมจิอุด้ง ต๊อกบ๊อกกิ รวมถึงเมนูสำหรับการทานคนเดียว เช่น ข้าวหน้าต่าง ๆ ตามแผนเพิ่มการทานในช่วงมื้อกลางวัน ระหว่างวันและมื้อดึก ควบคู่กับการเพิ่มสิทธิประโยชน์จากการสะสมแต้มในแอปพลิเคชั่น Bonchon Thailand เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาใช้บริการซ้ำ รวมถึงเพิ่มฐานสมาชิกจาก 3 แสนรายเป็น 2 ล้านราย

“ผู้เล่นประมาณ 8-9 รายในตลาดนั้น แม้บางรายจะเป็นรายใหญ่จากเกาหลี แต่ธุรกิจในไทยยังเพิ่งเริ่มต้น บริษัทจึงยังสามารถรับมือได้ไม่ยากนัก”

ส่วนด้านประสบการณ์ในร้านนั้น ไตรมาส 2 จะเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่เพื่อสร้างความแปลกใหม่-ตื่นเต้นในการใช้บริการ พร้อมกันนี้จะย้ำภาพและสร้างการจดจำแบรนด์ร้านไก่ทอดสำหรับวัยรุ่น ด้วยการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก คือ “ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี” นักร้อง-นักแสดงยอดนิยมของกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่เจนซี (Gen Z) พร้อมภาพลักษณ์ทันสมัยและเข้าถึงง่าย สอดคล้องกับโพซิชั่นของแบรนด์ โดยจะปูพรมการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ และกิจกรรม อาทิ มีตแอนด์กรี๊ด ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สพูนฟูล ย้ำความมั่นใจว่า ด้วยยุทธศาสตร์ของปี’66 ทั้งการขยายสาขาและเพิ่มเมนู รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน อย่างการใช้ขนาดธุรกิจของเครือไมเนอร์ฯ จัดซื้อวัตถุดิบปริมาณมากช่วยให้ได้ดีลดีขึ้น รวมถึงลดการขายเมนูที่ต้นทุนสูงลง และการผนึกสถาบันการศึกษารับมือปัญหาแรงงาน จะหนุนให้รายได้ของบอนชอนเติบโตในระดับมากกว่า 20% ซึ่งสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ที่จะเติบโตเฉลี่ย 15% และสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แม้จะมีฐานที่สูง เพราะปี’65 ที่ผ่านมาคาดว่าเติบโตได้ถึง 20% ไปแล้วก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...