โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หารือการค้า-สงครามยูเครน-ไต้หวัน เตรียมพบกัน เม.ย.69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 04.14 น.

"ทรัมป์-สี จิ้นผิง" สนทนาทางโทรศัพท์ในโทนบวก ครอบคลุมประเด็นการค้า พลังงาน สงครามยูเครน และไต้หวัน ก่อนเตรียมจัดซัมมิตเดือนเมษายน 2569 ท่ามกลางความพยายามลดความตึงเครียด

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน หารือกันทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ครอบคลุมประเด็นการค้าและจุดตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์หลายเรื่อง รวมถึงไต้หวัน ก่อนการพบปะกันแบบตัวต่อตัวที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนเมษายน

ทรัมป์ ระบุว่า การสนทนาเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมและยาวนานและละเอียดรอบด้าน โดยผู้นำทั้งสองได้พูดคุยถึงการเพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐของจีนเป็น 20 ล้านตันสำหรับฤดูกาลปัจจุบัน รวมถึงการซื้อพลังงาน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และการส่งมอบเครื่องยนต์เครื่องบิน พร้อมระบุว่า จีนให้คำมั่นจะนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐสูงถึง 25 ล้านตันในฤดูกาลถัดไป

ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการเยือนจีนของทรัมป์ในเดือนเมษายน ประเด็นการค้าในภาพรวม สงครามรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์ไต้หวัน ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าบรรยากาศการพูดคุยเป็นบวกอย่างมาก

อย่างไรก็ตามทางการจีนให้ภาพที่เข้มข้นกว่าเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน โดย กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า สี จิ้นผิง ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเอง และเรียกร้องให้สหรัฐใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการขายอาวุธให้ไต้หวัน พร้อมย้ำว่าปักกิ่งจะไม่ยอมให้เกาะแห่งนี้แยกออกจากจีนโดยเด็ดขาด

สี จิ้นผิง ยังเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศเสริมสร้างการสื่อสาร บริหารความเห็นต่างอย่างเหมาะสม และขยายความร่วมมือ พร้อมกล่าวว่า “อย่ามองข้ามการแสดงน้ำใจเล็ก ๆ และอย่าทำความผิดเล็กน้อย เราควรเดินหน้าไปทีละก้าวและค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน”

ต่อมาทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่าการสนทนาใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง และนอกจากการเยือนจีนในฤดูใบไม้ผลิแล้ว สี จิ้นผิง ยังมีแผนเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันช่วงปลายปีนี้ โดยระบุว่าการสนทนาครอบคลุมหลายประเด็นมาก

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ระบุว่า จะติดตามปฏิสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และจีนอย่างใกล้ชิด และรักษาการสื่อสารกับรัฐบาลทรัมป์อย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าสหรัฐยังคงนโยบายขายอาวุธให้ไต้หวันเพื่อเสริมขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง อย่างไรก็ดีความพยายามของรัฐบาลไต้หวันในการเพิ่มงบกลาโหมเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของทรัมป์ กำลังเผชิญแรงต้านในสภานิติบัญญัติ

นักวิเคราะห์ชี้ว่าการที่ไม่มีการกล่าวถึงกรณีพิพาททางการทูตล่าสุดระหว่างจีนกับญี่ปุ่น สะท้อนว่าความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนมีทิศทางดีขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดย นีโอ หวัง นักวิเคราะห์จีนจาก Evercore ISI มองว่าโทนเชิงบวกจากทั้งสองฝ่ายเป็นสัญญาณที่ดีต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว

อย่างไรก็ดีความแตกต่างของคำอธิบายในประเด็นไต้หวันสะท้อนว่ายังมีแรงตึงเครียดหลงเหลืออยู่ ระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก แม้ทั้งสองผู้นำพยายามลดระดับความขัดแย้งทางการค้า

เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐอนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่าสูงถึง 1.115 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพ็กเกจที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และถูกจีนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยกาเบรียล ไวลเดา จาก Teneo ระบุว่า การที่สี จิ้นผิง เน้นย้ำประเด็นไต้หวัน อาจสะท้อนความไม่พอใจต่อดีลขายอาวุธดังกล่าว แต่ไม่น่าถึงขั้นทำให้การพักรบทางการค้าระหว่างสองประเทศพังทลาย

ทรัมป์และสี จิ้นผิง มีกำหนดพบกันหลายครั้งในปีนี้ โดยอาจมีการจัดประชุมสุดยอดเร็วที่สุดในเดือนเมษายน และในวันเดียวกัน สี จิ้นผิง ยังได้หารือทางโทรศัพท์กับ Vladimir Putin ผู้นำรัสเซียด้วย

ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้า 1 ปี ระหว่างการประชุมเอเปกที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นมีการตอบโต้ขึ้นภาษีและจำกัดการส่งออกซึ่งสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดโลก

ขณะเดียวกันทรัมป์ยังเดินหน้าลดการพึ่งพาจีนในแร่หายาก โดยประกาศแผนจัดตั้งคลังสำรองมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ และสหภาพยุโรปก็เสนอความร่วมมือกับสหรัฐ เพื่อจัดหาแร่สำคัญร่วมกัน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังทำงานร่วมกับสี จิ้นผิง ในการอนุมัติข้อตกลงให้ TikTok และบริษัทแม่ ByteDance โอนบางส่วนของธุรกิจในสหรัฐให้กลุ่มนักลงทุนอเมริกัน หลังเส้นตายการบังคับขายถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง และประเด็นนี้กลายเป็นหนึ่งในไพ่ต่อรองสำคัญของจีนในการเจรจาการค้าโดยรวม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...