พนักงานลืม "ชามข้าว" บนโต๊ะทำงาน กลับมาสยองทั้งออฟฟิศ สิ่งมีชีวิตดกดำฟูฟ่อง!
พนักงานลืม "ชามข้าว" บนโต๊ะทำงาน กลับมาสยองทั้งออฟฟิศ สิ่งมีชีวิตดกดำฟูฟ่อง เห็นภาพแล้วไม่กล้าหายใจ
กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนทำงานและผู้ที่ต้องเดินทางไกลในช่วงเทศกาล เมื่อชายรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ต้องเจอกับ "โศกนาฏกรรม" ในออฟฟิศหลังจบวันหยุดยาวช่วงตรุษจีนปี 2026 โดยเขาเผลอวางชามข้าวหน้าเนื้อที่เหลือจากการให้สุนัขกินทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน จนทำให้เกิดภาพสุดแปลกประหลาดที่ชวนขนหัวลุก
ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น Hefei News (เหอเฝย นิวส์) ระบุว่า นายหยิน (Yin) ซึ่งทำงานอยู่ในเมืองหนิงโป ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองเฉาหูเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยในวันนั้นเขาเร่งรีบมากจนลืมนำชามข้าวหน้าเนื้อไปทิ้ง เมื่อเขากลับมาเริ่มงานอีกครั้งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทันทีที่เปิดประตูออฟฟิศเข้าไปเขาก็ต้องชะงักกับกลิ่นเหม็นอับที่รุนแรง ก่อนจะพบว่าต้นตอมาจากชามข้าวที่เขาลืมไว้ ซึ่งตอนนี้มันได้เปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง
"ข้าวมีผม" เชื้อราดำดกดำพุ่งสูงเกินคาด
เนื่องจากออฟฟิศถูกปิดตายเป็นเวลานาน อากาศไม่ถ่ายเท ประกอบกับความชื้นในพื้นที่สูง ทำให้ข้าวหน้าเนื้อถ้วยนั้นกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราอย่างดี นายหยินพบว่ามี เส้นใยเชื้อราสีดำเข้มงอกออกมาเป็นกระจุกดกดำและมีความสูงถึง 15 เซนติเมตร มองดูคล้ายกับ "เส้นผมมนุษย์" ที่งอกออกมาจากชาม เขาจึงได้ถ่ายวิดีโอโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัลที่มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย
อันตรายจากเชื้อรา: ภัยเงียบต่อระบบทางเดินหายใจ
อย่างไรก็ตาม แม้นายหยินจะมองเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ได้ออกมาเตือนว่า สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันคือกลุ่มประชากรเชื้อรา (Mold Colony) ที่แพร่พันธุ์อย่างหนักและแฝงไปด้วยอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
แพทย์จาก โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ได้ให้ข้อมูลเตือนประชาชนว่า สปอร์ของเชื้อราเหล่านี้สามารถแพร่กระจายทางอากาศและส่งผลเสียต่อร่างกายได้หลายระบบ ดังนี้:
- ระบบทางเดินหายใจ: เชื้อราประเภท Aspergillus niger (ราดำ) อาจกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็ก
- เชื้อราสายพันธุ์อันตราย: Aspergillus fumigatus ถูก องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อยู่ในกลุ่มเชื้อราก่อโรคที่ต้องเฝ้าระวังอันดับต้นๆ เพราะอาจก่อให้เกิดโรคเชื้อราในปอดที่อันตรายถึงชีวิตในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- สารก่อมะเร็ง: เชื้อราบางชนิด เช่น ราเหลือง (Aspergillus flavus) สามารถสร้าง อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งสะสมที่ร้ายแรง
วิธีทำความสะอาดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องจัดการกับสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อรา ควรปฏิบัติดังนี้:
- สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ต้องสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูดดมสปอร์ที่ฟุ้งกระจาย
- ใช้สารฆ่าเชื้อ: ใช้โซเดียมไฮโปคลอไรต์ (น้ำยาฟอกขาวเจือจาง) หรือแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่มีรอยจุดรา
- ความร้อนสูง: เชื้อราส่วนใหญ่จะตายเมื่อได้รับความร้อนสูงกว่า 80°C
- การระบายอากาศ: เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวกในระหว่างและหลังการทำความสะอาด
เหตุการณ์ของนายหยินจึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ก่อนทิ้งบ้านหรือออฟฟิศไปนานๆ อย่าลืมตรวจสอบอาหารที่เหลือทิ้งไว้ เพื่อไม่ให้ที่ทำงานของคุณกลายเป็น "ห้องแล็บเพาะเชื้อรา" สยองขวัญแบบนี้