ผบ.ตร. สั่งการด่วน! ยกระดับความปลอดภัย ช่วยเหลือรับคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากเหตุสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยให้ทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบาย โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยังหน่วยต่างๆ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงในราชอาณาจักร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำความผิดกฎหมายที่จะส่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามต่างๆ รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับ ณ ท่าอากาศยาน ในกรณีมีการเดินทางรับคนไทยกลับเข้าประเทศไทย จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุและมาตรการรองรับความแออัดในพื้นที่ท่าอากาศยานในกรณีฉุกเฉิน โดยประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือแนะนำผ่านสายด่วน 1155 และจัดล่ามแปลภาษารองรับการสื่อสาร
นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ประสานข้อมูลข่าวสารกับต่างประเทศ ประเทศสมาชิก องค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัวภัย หรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง