โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีรับมือกับแรงกดดัน ฉบับเจ้าหญิงหิมะ Eileen Gu เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาววัย 22 ปี

VoiceTV

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 02.52 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นาทีนี้คงไม่มีใครฮอตเกิน Eileen Gu หรือ กู่อ้ายหลิง นักกีฬาสกีฟรีสไตล์ทีมชาติจีนฉายาเจ้าหญิงหิมะ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาว ที่พูดจาฉะฉานทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางวัย 22 ปี จากโอลิมปิก 2022 และ ปี 2026 เธอคว้าเหรียญมาครองรวมแล้ว 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

ไอลีน กู่ เกิดและเติบโตที่อเมริกา แม่เป็นคนจีนส่วนพ่อเป็นชาวอเมริกัน แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันเวทีระดับชาติและจำเป็นต้องเลือกอยู่ภายใต้ธงเพียงผืนเดียว เธอจึงตัดสินใจเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติจีน และนั่นทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ที่อเมริกาบางคนมองว่าเธอทรยศ ขณะที่จีนเธอกลับไม่ใช่แค่เพียงตัวแทนนักกีฬาที่ถูกคาดหวัง แต่ยังเป็นภาพแทนของจีนยุคใหม่ ที่เปิดกว้าง ทันสมัย และเป็นนักกีฬาที่คว้าเหรียญสกีฟรีสไตล์มากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิกซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของชาวตะวันตก ไอลีนจึงไม่ได้เป็นเพียงนักกีฬาสกีฟรีสไตล์ แต่ได้กลายเป็นเรื่อง Geopoltics ระหว่างสองชาติมหาอำนาจ

ไอลีน กู่ กับการตอบคำถามสื่อแบบตัวแม่เจนซี

หลายครั้งไอลีนถูกตั้งคำถามซ้ำๆ เดิมๆ จากสื่อเรื่องการเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติจีน และบางสื่อก็ถามคำถามเหมือนไม่ดีใจที่เธอได้เหรียญโอลิมปิก อย่างคำถามที่ว่า “คุณคิดว่าเพิ่งได้สองเหรียญเงิน หรือพลาดสองเหรียญทองไป”

เธอหัวเราะแล้วตอบกลับอย่างมั่นอกมั่นใจว่า

“ฉันเป็นนักกีฬาสกีฟรีสไตล์หญิงที่ได้เหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก และฉันคิดว่ามันก็เป็นคำตอบในตัวมันเองแล้วนะ การชนะเหรียญในโอลิมปิกเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของนักกีฬาทุกคน การทำมันได้ถึง 5 ครั้งยิ่งยากเป็นทวีคูณ สำหรับฉันทุกเหรียญยากเท่ากันหมด แต่ความคาดหวังของคนอื่นมันสูงอยู่แล้ว เลยเกิดความคิดแบบนี้ แต่เอาตรงๆ นะ ฉันว่ามันเป็นมุมมองที่ตลกค่ะ ฉันแสดงให้ทุกคนเห็นถึงการสกีที่ดีที่สุดของฉันในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน และคิดว่านั่นมากเกินพอแล้ว แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ”

การตอบกลับครั้งนั้นของเธอทำให้วิดีโอสัมภาษณ์นี้กลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ต รวมทั้งผู้สื่อข่าวชายก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำถามของเขาดูถูกความสำเร็จของผู้หญิง

อีกหนึ่งคำถามสัมภาษณ์ไอลีนที่น่าสนใจมาจากชาร์ล็อตส์ ฮาร์เปอร์ นักข่าว The Athelic เธอถามไอลีนว่า “คำถามนี้ไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคาย แต่เพราะคุณตอบคำถามได้ไวและครบถ้วนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ กีฬา ไปจนถึงเรื่อง Aerodynamics เลยอยากให้พาเราเข้าไปสำรวจสมองของคุณหน่อย”

ไอลีนกล่าวขอบคุณและบอกว่านั่นเป็นคำถามที่ใจดีมากก่อนจะอธิบายต่อว่า “ฉันคิดว่าโดยรวมแล้วฉันเป็นคนช่างคิด เป็นคนที่ชอบสำรวจตัวเอง ฉันเป็นหญิงสาวที่ใคร่ครวญตัวเองมาก ฉันใช้เวลาอยู่ในหัวตัวเองเยอะ และมันก็ไม่ใช่ที่ที่แย่อะไรเลย ฉันยังเขียนบันทึกอยู่บ่อยๆ ค่อยๆ แยกแยะกระบวนการคิดของตัวเองทั้งหมด ฉันคิดว่าฉันวิเคราะห์ความคิดตัวเองเพื่อปรับปรุงมันอยู่ตลอด เพราะมันน่าสนใจมาก”

“คุณควบคุมสิ่งที่คุณคิดได้ คุณควบคุมวิธีที่คุณคิดได้ และเพราะอย่างนั้นคุณจึงกำหนดได้ว่าคุณจะเป็นใคร โดยเฉพาะในฐานะคนหนุ่มสาว ฉันอายุแค่ 22 ปี ความยืดหยุ่นของสมองยังอยู่ข้างฉัน ฉันสามารถกลายเป็นคนในแบบที่ฉันอยากเป็นได้จริงๆ มันเจ๋งใช่มั้ยล่ะ มันทรงพลังมาก”

เธอยังเล่าต่ออีกว่า “ความจริงก็คือทุกวันนี้ฉันได้กลายเป็นคนที่ตัวฉันเองในวัย 8 ขวบต้องจะต้องนับถือ” เธอกล่าว “ฉันตอนนั้นคงคลั่งไคล้ฉันในวันนี้มาก ฉันคงรักตัวเองมากๆ การที่ตัวเราในวัยเด็กภูมิใจตัวเราในวันนี้ได้มันโคตรเจ๋งเลยนะ

“ดังนั้น สำหรับฉันมันก็เลยเป็นแบบนี้ ฉันใช้เวลาอยู่ในหัวตัวเองเยอะ ฉันคิดเยอะมาก แต่ไม่ใช่ในเชิงหลงตัวเองนะ มันเป็นการคิดทดลองแบบนักวิทยาศาสตร์มากกว่า ฉันพยายามปรับอยู่ตลอด ถามตัวเองเสมอว่าจะดีขึ้นได้ยังไง ฉันจะเข้าถึงสมองของตัวเองแบบเดียวกับที่เข้าถึงศิลปะการเล่นฟรีสกีของตัวเองได้ยังไง เพื่อที่พรุ่งนี้ฉันจะเก่งกว่าวันนี้ได้”

การตอบคำถามครั้งนี้ของเธอไม่เพียงได้รับคำชมล้นหลามจากชาวเน็ตทั่วโลก แต่เหล่ากูรู Mindfullnes ยังออกมาขานรับคำตอบสัมภาษณ์นี้ของเธอว่า วิธีการที่เธอทำก็คือการฝึกบริหารจิตดีๆ นี่เอง

5 วิธีที่ไอลีนใช้ฝึกเพื่อให้ตนสงบสยบแรงกดดันมหาศาล

1. “ฉันใช้เวลาอยู่ในหัวของตัวเองเยอะ และมันก็ไม่ใช่ที่ที่แย่อะไรเลย”

คนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าการคิดวนๆ ในหัวคือปัญหา จึงพยายามหยุดความคิดเอาไว้หรือผลักมันออกไปให้พ้นตัว แต่ไอลีนไม่ทำแบบนั้น เธอสำรวจความคิดและจิดใจของตัวเองให้คุ้นเคย เพราะจิตใจของเราไม่ใช่ศัตรู หากเราเข้าใจ มันจะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังได้ ดังนั้นแทนที่จะวิ่งหนีความคิดของตัวเอง เราอาจจะลองทำความรู้จักเพื่อเข้าใจวิธีการคิดของตัวเองแทน

2. “ฉันยังเขียนบันทึกอยู่บ่อยๆ ค่อยๆ แยกแยะกระบวนการคิดของตัวเองทั้งหมด”

ไอลีนเขียนบันทึกสิ่งตัวเองคิดออกมาไม่ใช่เพื่อวิจารณ์หรือตัดสินตัวเอง แต่เพื่อทำความเข้าใจ การที่เราเขียนมันออกมาเป็นหน้ากระดาษ นับเป็นการฝึกเฝ้าดูความคิดของตัวเอง แทนที่จะกลายเป็นความคิดนั้นเสียเอง

3. “คุณควบคุมสิ่งที่คุณคิดได้ คุณควบคุมวิธีที่คุณคิดได้ และเพราะอย่างนั้นคุณจึงกำหนดได้ว่าคุณจะเป็นใคร”

ไอลีนเชื่อว่าความคิดของคนหล่อหลอมให้คุณกลายเป็นใครในที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก หากเราฝึกคิดบางอย่างทุกวัน สมองของเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพราะจิตใจของคนเราไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่มันเติบโตไปในทิศทางที่เราฝึกมันได้

4. “ฉันได้กลายเป็นคนที่ตัวฉันเองในวัย 8 ขวบต้องจะต้องนับถือ”

เธอเลือกถามตัวเองในหัวว่า ตัวฉันในเวอร์ชั่นที่อายุน้อยกว่านี้จะภูมิใจในตัวฉันไหม และตอบออกมาให้ทุกคนรวมทั้งตัวเองได้ยินพร้อมๆ กัน ข้อนี้สำคัญมากเพราะความสำเร็จของเธอถูกวัดจากข้างใน ไม่ใช่แรงกดดันหรือคำตัดสินจากโลกภายนอก

5. “ฉันจะเข้าถึงสมองของตัวเองแบบเดียวกับที่เข้าถึงศิลปะการเล่นฟรีสกีของตัวเองได้ยังไง เพื่อที่พรุ่งนี้ฉันจะเก่งกว่าวันนี้ได้”

ไอลีนฝึกจิตใจของตัวเองแบบเดียวกับที่ฝึกร่างกาย ไม่ใช่ด้วยแรงกดดัน แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง เธอทดลอง สังเกตผล และนำมาปรับปรุง

ภายใต้ความนิ่งและมั่นอกมั่นใจที่ดูเหมือนเป็นธรรมชาติ แต่จริงๆ แล้วคือผลของการฝึกฝนจิตใจตัวเองจนช่ำชองของเธอ, ไอลีน กู่

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://sports.yahoo.com/articles/olympics-star-eileen-gu-gives-162433620.html

https://www.instagram.com/p/DVJtQtXDexb

https://www.youtube.com/watch?v=Bthfcm5R7Eg

#EileenGu #โอลิมปิกฤดูหนาว #กู่อ้ายหลิง #นักกีฬาสกีฟรีสไตล์ #เจ้าหญิงหิมะ #Voice

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...