โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านจ่อเผชิญสุญญากาศทางอำนาจหลังสิ้น “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด

SpringNews

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทั่วโลกจับตาอิหร่านหลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี จากปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ปูทางสู่ความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐอิสลามที่ยืนยงมากว่า 40 ปี กำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญว่าใครจะขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทนและระบอบเทวาธิปไตยจะยังคงอยู่ได้ต่อไปหรือไม่

จะเกิดอะไรขึ้นหลัง “คาเมเนอี” เสียชีวิต

การปิดฉากบทที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของอิหร่านมาพร้อมกับความไม่แน่นอนว่าใครคือผู้ที่ถูกวางตัวให้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด วัย 86 ปีที่เสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ “Operation Epic Fury” ปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอิหร่านหลังจากนี้

ความกลัวที่เพิ่มขึ้นต่อสภาวะสุญญากาศทางผู้นำในอิหร่าน

การตัดสินใจของอิหร่านที่ยอมรับว่า “อายะตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของประเทศ ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการส่งสัญญาณการเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ที่ทั้งเปราะบางและอันตรายอย่างยิ่งสำหรับประเทศ

ความกังวลเร่งด่วนของทางการคือ การยอมรับว่า “คาเมเนอี” ถึงแก่กรรมแล้ว เนื่องจากปลุกเร้าให้ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเกิดความฮึกเหิมและออกมาชุมนุมตามท้องถนนอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการซ้ำรอยการประท้วงครั้งใหญ่ที่เคยสั่นคลอนระบอบการปกครองมาแล้ว เมื่อเดือนมกราคม

สื่อสังคมออนไลน์ต่างเต็มไปด้วยคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นฝูงชนเต้นรำตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ของอิหร่านเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด แม้ว่าวิดีโอบางส่วนอาจไม่ควรถูกนำมาพิจารณาเป็นจริงเป็นจังนัก แต่กระนั้นอันตรายต่อระบอบการปกครองก็ยังคงมีอยู่จริง

นอกเหนือจากการพยายามปกป้องภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งไร้เทียมทานแล้ว ทางการอิหร่านยังดูเหมือนกำลังเผชิญกับอุปสรรคในทางปฏิบัติที่สำคัญมากในการกำหนดตัวผู้สืบทอดอำนาจทางการเมือง

สิ่งที่น่าสังเกตคือนับจนถึงขณะนี้ รัฐบาลอิหร่านยังมิได้กล่าวถึงชะตากรรมของ “โมจตาบา คาเมเนอี” (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของผู้นำสูงสุดและผู้ที่ถูกมองว่าเป็นทายาททางการเมือง มีข้อมูลว่าอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีเช่นกัน และแหล่งข่าวอิสราเอลเชื่อว่าถูกสังหารแล้ว แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการออกมาก็ตาม

มาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญอิหร่าน ระบุว่า หากผู้นำสูงสุดถึงแก่อสัญกรรม อำนาจของผู้นำจะถูกโอนไปให้กับ "สภาเปลี่ยนผ่าน" (Transition Council) ที่ประกอบด้วยบุคคล 3 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี ประมุขฝ่ายตุลาการ และนักบวชจากสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยนักบวชและนักกฎหมายที่มีหน้าที่กลั่นกรองและตรวจสอบกฎหมาย เป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือทั้งประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านและ “โกห์ลาม ฮอสเซล โมห์เซนี เอเจอี (Gholam-Hossein Mohseni Ejei) ประมุขฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นบุคคล 2 ใน 3 ที่จะต้องใช้อำนาจร่วมกันแทนผู้นำสูงสุด ต่างก็ถูกอิสราเอลโจมตีเช่นกัน และจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

รายงานจากเตหะรานระบุว่า รองประธานาธิบดีโมฮัมหมัด เรซา อาเรฟ (Mohammad Reza Aref) กำลังเตรียมเข้ารับอำนาจ ท่ามกลางสิ่งที่แหล่งข่าวทางการอิหร่านบางแห่งเรียกว่า “สุญญากาศทางผู้นำ” เนื่องจากข่าวการเตรียมตัวดังกล่าวอาจเป็นนัยว่าประธานาธิบดีเปเซชเคียนอาจตกเป็นเหยื่อจากการโจมตีของอิสราเอลจริง

ความซับซ้อนของระบบการปกครองอิหร่าน ลักษณะอุดมการณ์ของฐานสนับสนุน และอำนาจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ทำให้ยากอย่างยิ่งที่จะคาดการณ์ว่าก้าวต่อไปจะเป็นเช่นไร

ต่อไปนี้คือคำอธิบายว่า ระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้ทำงานอย่างไร ผู้นำสูงสุดคนใหม่อาจถูกเลือกอย่างไร และการโจมตีอิหร่านอาจเปลี่ยนสมการทางการเมืองไปอย่างไรบ้าง

ใครอาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด?

ตามหลักการ “วิลายัต-เอ ฟากีฮ์” (Vilayat-e Faqih) หรือการปกครองโดยหลักนิติศาสตร์อิสลาม ระบุว่า ผู้นำสูงสุดต้องเป็นนักบวช โดยทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า จนกว่าท่านอิหม่ามคนที่ 12 แห่งนิกายชีอะห์ ซึ่งหายสาบสูญไปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 จะกลับมา อำนาจทางโลกควรถือครองโดยนักบวชผู้ทรงศีล

ภายใต้การนำของคาเมเนอีและ “อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี” (Ayatollah Ruhollah Khomeini) ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม ผู้นำสูงสุดมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในทุกกิจการของรัฐ แต่ระบบนี้ไม่เคยเผชิญกับความท้าทายลักษณะนี้มาก่อน

ที่ผ่านมา “คาเมเนอี” วัย 86 ปี มักใช้อิทธิพลผ่านที่ปรึกษาใกล้ชิด แต่ภายหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าบุคคลระดับสูงเหล่านั้นรอดชีวิตอยู่มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ คาเมเนอี ยังไม่เคยประกาศผู้สืบทอดอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน และยังไม่ชัดเจนว่าใครจะขึ้นมาแทนที่หลังการเสียชีวิตได้รับการยืนยัน

แม้บุตรชายจะถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้แต่ชะตากรรมก็ยังไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับ “ฮัสซัน โคมัยนี” (Hassan Khomeini) หลานชายของผู้ก่อตั้งประเทศ รวมถึง นักบวชอาวุโสคนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีบุคคลใดที่เหลืออยู่จะมีบารมีและอิทธิพลเทียบเท่ากับ “คาเมเนอี” และผู้สืบทอดอาจเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าควบคุมกลุ่มอำนาจสำคัญ เช่น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หรือสภานักบวชระดับสูง

ระบอบเทวาธิปไตยของอิหร่านจะดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่?

ชนชั้นนำฝ่ายนักบวชของอิหร่านควบคุมองค์กรทรงอำนาจหลายแห่งที่ขยายอิทธิพลไปทั่วระบบการเมือง รวมถึง สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ที่ประกอบด้วยอยาตอลเลาะห์อาวุโสที่มาจากการเลือกตั้งทุก 8 ปี เป็นองค์กรที่มีหน้าที่แต่งตั้งผู้นำสูงสุด รัฐธรรมนูญยังให้อำนาจสภานี้ในการตั้งคำถามหรือแม้แต่ถอดถอนผู้นำได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการเช่นนั้น

ในทางปฏิบัติ การตัดสินใจอาจถูกกำหนดโดยบุคคลระดับสูงสุดในสาธารณรัฐอิสลาม แล้วจึงให้สภาลงนามรับรอง แต่เมื่อผู้นำระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว จึงไม่ชัดเจนว่าใครจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจชี้ขาดนี้

สภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ซึ่งสมาชิกกึ่งหนึ่งแต่งตั้งโดยผู้นำสูงสุดและอีกกึ่งหนึ่งโดยประมุขฝ่ายตุลาการ มีอำนาจยับยั้งกฎหมายจากรัฐสภา และตัดสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลไกที่เคยถูกใช้เพื่อสกัดกั้นผู้วิพากษ์วิจารณ์คาเมเนอีมาแล้ว

อิหร่านใช้กฎหมายชารีอะฮ์ กฎหมายอิสลามตามการตีความแบบนิกายชีอะห์ และผู้พิพากษาเป็นนักบวชภายใต้ประมุขฝ่ายตุลาการที่แต่งตั้งโดยผู้นำสูงสุด

“โกห์ลาม ฮอสเซล โมห์เซนี เอเจอี” (Gholam-Hossein Mohseni Ejei) ประมุขฝ่ายตุลาการคนปัจจุบัน เคยถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรจากการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงในปี 2009 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีข่าวกรอง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านจะมีบทบาทอย่างไร?

ต่างจากกองทัพทั่วไปที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ขึ้นตรงต่อผู้นำสูงสุดเพียงผู้เดียว

ขณะที่มีรายงานว่า โมฮัมเมด ปักปูร์ (Mohammed Pakpour) ผู้บัญชาการ IRGC เสียชีวิตแล้ว

IRGC ก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติได้ไม่นาน โดยบทบาทในการปกป้องระบบอิสลามขยายตัวอย่างมากในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก เมื่อปี 1980-88 และปัจจุบันเป็นกำลังรบที่เข้มแข็งและติดอาวุธที่ดีที่สุดของกองทัพอิหร่าน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา กองกำลังดังกล่าวขยายอิทธิพลเข้าสู่โลกการเมืองและธุรกิจ จนมีอำนาจมหาศาลทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่กองกำลังคุดส์ (Quds Force) หน่วยรบพิเศษของ IRGC เป็นหัวหอกในยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของอิหร่าน ที่สนับสนุนกลุ่มชีอะห์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเลบานอนและอิรัก

นอกจากนี้ยังมีกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ (Basij) กองกำลังกึ่งทหารภายใต้ IRGC ที่มักถูกใช้ปราบปรามการประท้วงภายในประเทศ

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้รับผลกระทบหนักจากการลอบสังหาร “คาเซ็ม สุเลมานี” (Qassem Soleimani) โดยสหรัฐฯ ในอิรัก เมื่อปี 2020 และการที่อิสราเอลโจมตีถล่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเมื่อปี 2024

นอกจากนี้ การโจมตีของอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปที่ผู้บัญชาการระดับสูงของ IRGC อย่างแม่นยำ ยังทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการแทรกซึมของหน่วยข่าวกรองตะวันตกในระดับบนขององค์กร

อย่างไรก็ตาม กองกำลังนี้จะยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสาธารณรัฐอิสลามต่อไป

ทำไมอิหร่านจึงยังมีการเลือกตั้ง?

ประชาชนชาวอิหร่านเลือกตั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาในวาระ 4 ปี โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐบาลเพื่อบริหารนโยบายประจำวันภายใต้กรอบที่ผู้นำสูงสุดกำหนด

ในช่วงปีแรก ๆ ของสาธารณรัฐอิสลาม การเลือกตั้งได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่ข้อจำกัดของสภาผู้พิทักษ์ต่อผู้สมัคร ทำให้ได้ผลการเลือกตั้งที่น่ากังขาในปี 2009 และอำนาจเบ็ดเสร็จขององค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองผ่านคูหาเลือกตั้งไปมาก

ที่มา: The Straits Times & Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...